‘กู ปราบ อดีตเดือนคณะวิศวกรรมศาสตร์ เป็นผัวมัน มีอะไรสงสัยอีกไหม’
เป็นผัวมัน เป็นผัวมัน เป็นผัวมัน!
ลี่หมวยเอาแต่นึกถึงประโยคของคู่หมั้นซึ่งกล่าวเสียงแข็งตอบออกไปให้รุ่นน้องในสาขาเดียวกันทราบ ดีดดิ้นตีเรียวขาเล็กบนเตียงกว้างที่ต้องใช้นอนร่วมกับหลานชายเจ้าของโรงสีอยู่เป็นประจำเวลากลับเรือนหอที่เสี่ยสร้างเอาไว้ให้ก่อนในสุดสัปดาห์
รวมถึงยังเป็นตลอดทางกลับอาณาจักรบ้านสวนของเสี่ยโดยมีการเนรมิตใหม่เพื่อลูก ๆ ที่จะเติบโตขึ้นในอนาคตแบบยิ้มจนแก้มกลมแทบปริ่ม หากไม่ได้คนข้างกายที่นั่งมาด้วยกันเดินลงไปเปิดประตูรถยนต์คันใหญ่ให้ ก็ไม่แน่ว่าเธออาจจะถูกทิ้งให้นั่งยิ้มเป็นบ้าเป็นหลังอยู่คนเดียว
ก็จีบปราบมาตั้งนาน ใครจะไปตั้งรับกับคำว่าผัวของอีกฝ่ายได้ทัน
กับข้าวมื้อดึกหลังจากที่วิ่งเอาผ้าไปส่งซ้อใหญ่เสร็จจึงอร่อยมากกว่าทุกครั้งที่ได้นั่งทานกับคู่หมั้น ทั้งที่ความจริงแล้วปราบทานของที่ซื้อติดมือกลับมาไม่กี่คำก็ตาม เนื่องจากตอนย้ายมาอยู่กับเขาแรก ๆ ชายหนุ่มแทบอยู่ไม่ติดบ้านให้ลี่หมวยเห็นหน้าเลยด้วยซ้ำ
ทว่าก็ไม่คิดที่จะลดละความพยายามในการปั่นจักรยานไปตามปราบที่เมาหัวราน้ำกลับบ้านทุกวันหยุดหรอก เพราะหญิงสาวยังมีศรัทธาในความรู้สึกที่ตนเองมอบมันให้คู่หมั้นอยู่
วันนี้จึงนับว่าดีกว่าครั้งที่ผ่านมาเป็นไหน ๆ นอกจากจะไม่ได้รอเก้อแบบทุกที เขายังเป็นคนชวนลี่หมวยไปเดินงานประจำปีเอง ต่อให้จะเป็นเพราะต้องซื้อของให้ซ้อใหญ่ก็เถอะ
“ดีดดิ้นอีหยังของมึง หมอนหล่นเบิดละหมวย” (ดีดดิ้นอะไรของมึง หมอนหล่นหมดแล้วหมวย)
เจ้าของบ้านมีสีหน้าเบื่อหน่ายออกมาอย่างปิดไม่มิด ก้มเรือนกายเปลือยเปล่าท่อนบนลงเก็บหมอนที่ถูกเท้าเล็ก ๆ นั่นเตะตกลงมาแล้วโยนปะทะร่างบอบบางที่สวมใส่เพียงเสื้อกล้ามตัวเล็กพร้อมกางเกงขาสั้นแบบทุกครั้งที่เห็น นั่นทำเอาปราบคิ้วขมวดเข้าหากันอยู่ไม่น้อย
ทั้งที่เมื่อก่อนก็เห็นยัยเด็กลี่หมวยนี่มันแต่งตัวแบบนี้วิ่งตามตนเองเป็นประจำ ทว่าเดี๋ยวนี้เขากลับเริ่มรู้สึกไม่ชอบใจเอาเสียเลยว่ะ
“โอ้ย! อ้ายปราบจะโยนน้องใส่หมวยทำไมเนี่ย”
“เยิบแน” (ขยับดิ)
“อ้ายปราบจะเป่าผมเหรอจ๊ะ งั้นมา หมวยทำให้!” หญิงสาวรีบดีดตัวเองที่นอนคว่ำมองเขาอยู่ขึ้นมาทันที ก่อนจะคลานไปหาเครื่องใช้ที่วางอยู่บนหัวเตียง
โดยไม่รู้เลยว่าคนที่ยืนอยู่ข้างหลังนั้นต้องพยายามสูดหายใจเข้าปอดลึกมากแค่ไหน
ห่ามึงเอ้ย ก้นงามเป็นตาสี้แฮง ๆ คัก อดเด้อใจมึงบักปราบ (ห่ามึง ก้นสวยน่าเอาแรง ๆ มาก อดทนไว้นะไอ้ปราบ)
เพียะ!
“ซ่งหรือกางเกงในอีหมวย” (กางเกงลำลองหรือกางเกงในอีหมวย)
“อ๊ะ... หมวยเจ็บนะจ๊ะ อ้ายปราบตีมาได้!” ใบหน้าสวยงอง้ำยามถูกฝ่ามือใหญ่นั้นฟาดเข้าที่บั้นท้ายกลมเต็มแรง หยิบไดร์เป่าผมที่มีติดกระเป๋ามาด้วยตลอดได้แล้วจึงหันไปหาตัวต้นเรื่องที่เลือกนั่งลงปลายเตียงหันหลังให้กันอย่างทุกที
ลี่หมวยทราบดีว่าตัวเองไม่ได้มีเสน่ห์ปลายจวักแบบซ้อใหญ่ที่เสี่ยโคตรจะรักจะหลง ทว่าที่มีไม่น้อยหน้าพี่บัวหอมเลยคือการดูแลเอาใจใส่ผู้ชายบ้านนี้ คิดได้ดังนั้นก็รีบเสียบปลั๊กแล้วเริ่มเป่าผมให้เขาด้วยระดับความร้อนพอเหมาะ
“อย่าใส่ให้เห็นอีก”
“จ๊ะ?”
“กางเกงมึงนั่นแหละหมวย กูว่าปานกางเกงในเอาโลด” (กางเกงมึงนั่นแหละหมวย กูคิดว่ากางเกงในซะอีก)
“หมวยก็ใส่ของหมวยปกตินะจ๊ะ อีกอย่างมันร้อนขนาดนี้ ถ้าให้ใส่ขายาวหมวยนอนไม่หลับแน่”
“ซั่นกะแก้ออก” (งั้นก็ถอดออก)
“อ๊ะ! เดี๋ยวสิอ้ายปราบ จะทำอะไรหมวย” คนที่อยู่ในท่าพยุงตัวเองยืนด้วยเข่าตั้งใจเป่าผมให้ชายหนุ่มอยู่ต้องส่งเสียงร้องออกมาด้วยความตื่นตระหนก เมื่อจู่ ๆ ปราบก็หันกลับมาแล้วเกี่ยวรั้งกางเกงเจ้าปัญหาออก ทิ้งลงบนเตียงช้อนเอาร่างบอบบางขึ้นนั่งทับหน้าตักแกร่ง
“มึงบอกฮ้อน ซั่นกะบ่ต้องใส่ เบิ่งดุ ถ้าเหลือซั่มนี้สิกล้าย่างออกไปให้คนแถวตลาดเห็นบ่” (มึงบอกว่าร้อน งั้นก็ไม่ต้องใส่ ดูสิ ถ้าเหลือแค่นี้ยังจะกล้าเดินออกไปให้คนทั้งตลาดเห็นไหม)
“อ้ายปราบ! เป็นบ้าหรือยังไง ใครเขาจะใส่แค่กางเกงในตัวเดียวไปเดินแบบนั้นกัน”
“ซั่นกะอย่าใส่สั้น ๆ แบบนี้ให้กูเห็นอีก มึงกะฮู้ว่าพวกวัยรุ่นในบ้านบางคนมันเป็นจั่งใด๋ หัดเบิ่งแยงเจ้าของแน อย่าให้กูบอกเรื่อยหลาย” (งั้นก็อย่าใส่สั้น ๆ แบบนี้ให้กูเห็นอีก มึงก็รู้ว่าพวกวัยรุ่นในหมู่บ้านบางคนมันเป็นยังไง หัดเป็นห่วงตัวเองบ้าง อย่าให้กูต้องพูดซ้ำ)
ปราบที่พูดด้วยความโมโหอยู่ในตอนแรกนิ่งไป เมื่อหญิงสาวที่ฟึดฟัดคล้ายกับกำลังไม่พอใจตนเองนั้นโน้มกายเล็กเข้ามากอดรัดกันอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว ช่วงแรก ๆ บอกเลยว่าเขาแทบจะอยากแยกห้องนอนกับลูกสาวเถ้าแก่ร้านทอง
แต่ก็พอจะรู้อยู่หรอกว่าจริง ๆ แล้วเห็นแบบนี้ลี่หมวยมันเป็นเด็กที่กลัวทุกสรรพสิ่งขนาดไหน ปราบที่รับปากกับเสี่ยและเถ้าแก่แล้วว่าจะดูแลมันให้ดีเลยจำใจล้มตัวนอนห้องเดียวกันกับอีกฝ่ายอย่างมีระยะห่างมาตลอด
ทว่าพอมาวันนี้แค่เธอขยับตัวโดยไม่บอกกล่าวกันก่อน มือไม้มันก็รั้งเด็กลูกเสี้ยวจีนเข้าหาตนเองโดยอัตโนมัติแล้ว ปราบใกล้ชิดกับหญิงสาวอย่างเป็นธรรมชาติแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
“ฮืออ ขอบคุณที่อ้ายปราบเป็นห่วงหมวยนะจ๊ะ น่ารักที่สุดเลย”
“ไผห่วงมึง กูหลูโตนชาติพวกที่แมนนำง่ามดากดำ ๆ มึงซื่อ ๆ ดอกอีหมวย” (ใครห่วงมึง กูสงสารพวกที่ต้องมองตามแก้มก้นดำ ๆ แบบนี้ต่างหากอีหมวย)
“อ้ายปราบปากหมา! ใจหมา ดำอะไร หมวยขาวจนเหมือนเปิดไฟให้ตัวเองขนาดนี้”
“เออ ด่ากูเข้าไปโลด เดี๋ยวสิถือหมาโตนี้แหละเลียปาก” (เออ ด่ากูเข้าไป เดี๋ยวจะโดนหมาตัวนี้แหละเลียปาก)
“หยึย หมวยกลัวที่ไหนล่ะจ๊ะ” เจ้าของร่างผอมบางผละออกมาจากไหล่กว้างของชายหนุ่ม มองค้อนอย่างท้าทายอีกฝ่าย เพราะตั้งแต่หมั้นกันมาเกือบจะสามเดือนแล้ว ไม่เห็นปราบจะทำอะไรเธอนอกจากชอบตีก้นทีเผลอ
ก็เข้าใจอยู่หรอกว่าบั้นท้ายของหมวยมันนุ่มนิ่ม เด้งสู้มือ แต่บางครั้งปราบถึงนั้นบีบขยำจนมันขึ้นรอยช้ำไปหมด อย่างเช่นตอนนี้ที่ทำอยู่
“อย่าท้ากูหลายหมวย ถืกกูสี้ขึ้นมาอีหลีเดี๋ยวกะฮ้องไห้ไปฟ้องพ่อมึงอีก” (ถ้าท้าทายกูนักเลยหมวย โดนกูเอาขึ้นมาจริง ๆ เดี๋ยวก็ร้องไห้ไปฟ้องพ่อมึงอีก)
“ทำไม อ้ายปราบกลัวจะได้แต่งกับหมวยจริง ๆ เหรอ”
“ย่านแต่อีหล่าตาลอย ขาสั่นพับ ๆ น็อกไปก่อนตอนถืกอ้ายสี้นั่นแหละครับ” (กลัวแต่หนูจะตาลอย ขาสั่น น็อกไปก่อนตอนโดนพี่เอานั่นแหละครับ)
ให้ก้นมึงเบียดควายล่างกูเข้าไป!
TBC.
ใครจะเสียตัวให้ใครก่อน โอ้ย555555