“อ้ายปราบบบจ๋า”
ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่หลานชายเจ้าของโรงสีเริ่มจะชินชากับเสียงร้องเรียกของคู่หมั้นจับพลัดจับผลู ยามเข้าตัวเมืองมาทำงานแล้วต้องแวะรับหญิงสาวข้างกายที่วิ่งขึ้นกระบะทรงสูงกลับบ้านที่เปรียบดั่งเรือนหอไปด้วยกัน
ช่วงแรกทำเพราะผู้เป็นอาสั่ง หลัง ๆ มันเริ่มเป็นกิจวัตรประจําสัปดาห์ของปราบไปแล้วโดยไม่รู้ตัว
เรื่องหมั้นของเขากับเธอแม้ว่าจะจัดขึ้นเงียบ ๆ เพียงใดก็ไม่พ้นต้องเป็นขี้ปากพวกชาวบ้านชอบใส่ใจเรื่องคนอื่นอยู่ดี เพราะตอนแรกหลายคนคงจะเข้าใจว่าเสี่ยให้คนมาต่อเติมบ้านสวนเช่นปกติหรือเปล่า เนื่องจากแต่งเมียจนบัวหอมลูกโตแล้ว แต่สืบไปสืบมาคงจะรู้ว่าเป็นเขาที่หมั้นลี่หมวยเข้าบ้าน
ที่หลายคนให้ความสนใจเป็นเพราะไม่คิดว่าปราบจะเลือกลี่หมวยที่เอาแต่วิ่งตามมาหลายปี และที่ทำให้พวกขี้เสือกสนุกปาก คือเขาไม่เอาถ่านขนาดนี้ยังได้ลูกสาวเถ้าแก่ลี่หมิงที่หย่ากับภรรยานานแล้วมาเป็นเมีย
ก็เคยบอกไปแล้ว แข่งเรือแข่งพายแข่งได้ แต่อย่ามาแข่งบุญวาสนาไอ้ปราบหลานเสี่ยสิบเพชรพรรณรายณ์ ที่นอนอยู่เฉย ๆ ก็สบายไปทั้งชาติแล้ว
ทว่าความจริงใครมันจะไปสบายขนาดนั้นวะ ยิ่งเกิดมามีมาก ยิ่งเหนื่อยมาก ไม่เคยได้ยินหรือยังไง พวกไม่มีหัวคิด สักแต่จะนินทาคนอื่นไม่ดูตัวเองไปวัน ๆ ไม่แปลกที่ชีวิตได้แค่นั้น
“เอาไป”
“หืม อะไรเหรอจ๊ะ”
“แล้วมึงจ่มอยากสะแตกหยังในแชตกูจนหนักซ้ายปานนั้นล่ะหมวย” (แล้วมึงบ่นอยากแดกอะไรในแชตกูจนหนักซ้ายขนาดนั้นล่ะหมวย)
ได้ยินดังนั้นหญิงสาวก็นัยน์ตาลุกวาว รีบรับเอาชาเจ้าดังที่ขยายสาขามาเปิดใหม่ในตัวเมือง แน่นอนว่ามันดังรวมถึงยังเพิ่งมีในจังหวัด คนต้องแห่ไปรอต่อคิวเพื่อที่จะได้ลิ้มลองรสชาติของมันอยู่แล้ว รุ่นพี่ได้มันมาแบบนี้แสดงว่าไปยืนต่อคิวรอซื้อมาให้เธอหรือ ถึงว่า วันนี้ปราบแวะมารับช้ามาก ตอนแรกคิดว่าจะโดนเทเช่นทุกครั้งแล้วหรือเปล่า
ตระหนักได้ดังนั้นก็ขยับยืดตัวเข้าไปหาปางแก้มแกร้นแดดของอีกฝ่ายแล้วกดจมูกรั้นลงแผ่วเบา จนคนที่กำลังจะออกรถนิ่งงันไปแล้วหันมามองกันอึ้ง ๆ
“ขอบคุณมากเลยจ้ะ อ้ายปราบของหมวยน่ารักที่สุดเลย”
“...เฮ็ดหยังของมึง รถกูบ่ได้ติดฟิล์มดำปานนั้นใด๋หมวย” (...ทำอะไรของมึง รถกูไม่ได้ติดฟิล์มดำขนาดนั้นนะหมวย)
หากพ้นเขตการศึกษาออกไปแล้วเขาจะไม่ว่า นี่อะไร ยังไม่ออกรถกลับบ้านเลยด้วยซ้ำ ยัยเด็กกะโปโลนี่ก็ทำอะไรไม่เข้าเรื่องแล้ว
เดี๋ยวสิ ความจริงปราบไม่ควรให้ลี่หมวยแตะต้องตัวเองเลยด้วยซ้ำ แล้วไปบอกมันแบบนั้นได้ยังไง แทนที่จะดุหรือหงุดหงิดอย่างที่ชอบทำ!
“อ้าว งั้นวันหลังอ้ายปราบก็ติดให้ทึบกว่านี้สิจ๊ะ เวลาทำอะไรกันมันจะได้สะดวกไง”
“สะดวกกับบรรพบุรุษมึงติ คาดเข็มขัดเลย!”
“มือหมวยไม่ว่าง ชิมน้ำอ้ายปราบอยู่จ้ะ อร่อยจังเลยน้า”
ปราบกัดฟันกรอด ถ้าไม่ติดว่ามันชอบเขาหนักหนาจะพาแวะเข้าม่านรูดให้ปากไม่เก่งแบบนี้อีกเลย ก่อนจะจำใจโน้มกายไปคาดเข็มขัดนิรภัยให้เด็กนักศึกษาปีสุดท้ายของสถาบันเดียวกัน แล้วที่ผ่านมาก็อย่าคิดว่าปราบจะไม่รู้ ส่วนหนึ่งที่หมวยเลือกเข้าเรียนที่นี่เป็นเพราะอยากจะตามจีบเขาด้วย
ไม่ได้หลงตัวเองหรอก เพราะตอนยังเรียนก็โดนมันอ่อยทุกวี่ทุกวัน มาตกม้าตายเพราะเหล้าฟรีหมอลำงานวัด น่าเวทนาโคตร ๆ แต่ยังดีที่เป็นลี่หมวย เพราะถ้าเป็นคนอื่นเขาเองก็คิดภาพสวมแหวนหมั้นให้ไม่ออก
“กูเอาอีหลีเดี๋ยวกะฮ้องไห้” (กูเอาจริงเดี๋ยวก็ร้องไห้)
“อะไรนะจ๊ะ”
“บ่มีหยัง ว่าแต่สิให้จอดไสบ่ กว่าสิวันจันทร์ กูบ่พาเข้ามาในเมืองอีกนะ” (ไม่มีอะไร ว่าแต่จะให้จอดไหนไหม กว่าจะวันจันทร์ กูไม่พาเข้ามาในเมืองอีกนะ)
“อ้ายปราบไม่ได้เข้ามาดูร้านที่นี่ทุกวันอยู่แล้วเหรอจ๊ะ”
“สิมาหาโคตรพ่อมันหยังซุมื้อ กูต้องคุมค**ำนาแล้วหมวย” (จะมาหาโคตรพ่ออะไรมันทุกวัน กูต้องคุมค**ำนาแล้วหมวย)
“ง่า ด่าตลอดเลย งั้นกลับเลยจ้ะ หมวยไม่อยากได้อะไร”
“แวะงานประจำปีบ่ เสี่ยฝากเบิ่งผ้าให้เมีย” (แวะงานประจำปีไหม เสี่ยฝากดูผ้าให้เมีย)
“ดะ...ได้เหรอจ๊ะ!”
ไม่รู้อะไรดลใจให้ปราบออกปากชวนคู่หมั้นไปแบบนั้น ทั้งที่แค่ผ้าให้อาสะใภ้ไม่กี่ผืนใช้ลูกน้องเสี่ยมาซื้อก็ได้ รวมไปถึงผู้คนที่เริ่มหนาตาขึ้นเรื่อย ๆ ก็เดินเบียดเสียดจนเขาชักจะเริ่มรำคาญไปเสียหมดแล้ว ผิดกับหญิงสาวข้างกายที่ถ้าไม่รีบคว้ามือเล็กเอาไว้ป่านนี้ก็คงจะเดินหลงกันไปแล้ว
อดีตเลี้ยงเมียเสี่ย ปัจจุบันกูยังต้องมาเลี้ยงว่าที่เมียอีกเหรอ พับผ้าสิ
“เฮียว่าอันนี้เหมาะกับซ้อเล็กแบบหมวยไหมจ๊ะ”
“อีหยังนะ” (อะไรนะ)
ปราบมีท่าทีงุนงง เมื่อจู่ ๆ ลี่หมวยก็พาเขาเดินมาหยุดที่หน้าร้านขายกิ๊บติดผมซึ่งกำลังเป็นกระแสนิยมอยู่ในตอนนี้แล้วแทนตัวเองแบบที่เขาไม่เข้าใจ
“อ้าว เฮียคืออ้ายปราบ ส่วนซ้อเล็กคือหมวยไงจ๊ะ เฮียงงอะไร”
“กูบอกแล้วว่าบ่แต่งกับมึง สิมาเฮีย ๆ ซ้อ ๆ หยัง” (กูบอกแล้วว่าไม่แต่งกับมึง จะมาเฮีย ๆ ซ้อ ๆ อะไร)
“อ่า ขอโทษทีจ้ะ”
หญิงสาวมีท่าทีสลดนิดหน่อย ทว่าก็ยังยิ้มให้คนข้างกาย ก่อนจะหันกลับไปเลือกกิ๊บติดผมลายที่อยากได้และคิดว่ามันเหมาะกับตัวเองพร้อมทั้งรีบกะพริบดวงตาถี่ ๆ
ห้ามร้องไห้นะลี่หมวย วันนั้นก็สัญญากับตัวเองไปแล้ว ถ้าอยากได้ใจอีกฝ่าย ห้ามอ่อนแอคิดยอมแพ้เด็ดขาด แต่พอโดนปฏิเสธบ่อยเข้า เป็นใครจะไม่เริ่มท้อใจแล้วบ้าง
“สีชมพู”
“จ๊ะ?”
“กะถามว่ามันเหมาะกับมึงบ่ กูกะบอกว่าสีชมพูอันนั้น” (ก็ถามว่ามันเหมาะกับมึงไหม กูก็บอกว่าสีชมพูลายนั้น)
อย่างที่หลายคนรู้ว่าลี่หมวยเป็นลูกเสี้ยวจีน ความขาวของเจ้าตัวโดดเด่นมากอยู่แล้ว ยิ่งกับพวกสีอ่อน ๆ แบบนี้มันยิ่งเข้ากับเธอไปใหญ่
แล้วดูสภาพเขาที่มาเดินกับมัน นึกว่าคนขับรถกับคุณหนู
“เหรอจ๊ะ งั้นอ้ายปราบ อ๊ะ!” ยังไม่ทันที่จะดีใจยื่นสิ่งที่เขาบอกว่าเหมาะกับตัวเองให้อีกฝ่ายลองติดให้กันเลยด้วยซ้ำ ผู้คนที่เยอะมากอยู่แล้วก็เบียดเข้ามาชนไหล่บางจนเกือบจะเสียหลัก หากไม่ได้แขนแกร่งรั้งเอวภายใต้ชุดนักษาศึกเข้าหาตัว ลี่หมวยคงล้มไปแล้วจริง ๆ
“เฮ้ย ขอโทษครับ! เจ็บตรงไหนหรือเปล่า”
“ชนปานนี้บ่เจ็บ มึงใช้ส้นตีนคิดแทนหัวติ” (ชนขนาดนี้ไม่เจ็บ มึงใช้ส้นตีนคิดแทนหัวเหรอ)
คู่กรณีที่คาดว่าจะอยู่สถานบันเดียวกันกับคนในอ้อมกอดของปราบ แสดงใบหน้าซีดเผือกออกมาให้เห็น ก่อนเจ้าตัวจะดวงตาเบิกโพลงยามเห็นหน้าของหญิงสาวที่ชนชัด ๆ
“พี่หมวยเองเหรอครับ! ขอโทษครับ ผมไม่ได้ตั้งใจ รีบไปหน่อยครับ เป็นอะไรมากไหมพี่ ขอผมดูหน่อย”
ปราบกระชับเอวคนน้องเข้าหาตัวเองทันทีเมื่อได้ยินดังนั้น เนื่องจากเขาคว้าเธอเอาไว้ได้ทัน จึงไม่มีอะไรน่าห่วงจนอีกฝ่ายต้องมาขอดู
“เอ่อ... พี่ไม่เป็นอะไร ๆ โอเคมาก อย่าห่วงเลย”
“ใช่ อย่าห่วง” ไม่เข้าเรื่อง ประโยคหลังปราบเพียงคิดในใจ
ชายหนุ่มรุ่นน้องขยับกายถอยหลังทันที ไหนคนเขาพูดกันว่าพี่ลี่หมวยโสดไง อย่างไรคนที่มาด้วยวันนี้ถึงให้ความรู้สึกว่าไม่ใช่แฟนก็ผัวพี่มันแล้ว!
“ฟะ...แฟนพี่เหรอครับ”
“กู ปราบ อดีตเดือนคณะวิศวกรรมศาสตร์ เป็นผัวมัน มีอะไรสงสัยอีกไหม”
TBC.
สิรอดบ่ล่ะหลานฉัน 5555554