ตอนที่ 9 คนไข้ฉุกเฉิน

1040 คำ
แต่แทนที่เขาจะดุ กลับมีเพียงความเงียบงันที่แสดงออกมา กฤตภัทรหันไปมองลานหญ้าที่ทอดยาวไปยังหลังคฤหาสน์อีกหลังหนึ่ง ลมเย็นพัดชายเสื้อเชิ้ตของเขาไหวเล็กน้อย ชั่วขณะนั้น เขาดูเหมือนกำลังชั่งน้ำหนักอะไรบางอย่างที่แม้แต่ตัวเกสราเองก็เดาไม่ถูก จากนั้น เขาก็พูดเรียบๆ แต่ฟังแล้วหนักแน่นกว่าปกติ “เดี๋ยวอาจะไปส่ง จะได้ช่วยดูอาการเบื้องต้นให้เพื่อนเราได้” “อาจะไปด้วยจริงๆ เหรอคะ” เกสราเบิกตากว้างอย่างไม่คาดคิด เขาไม่ตอบคำถามโดยตรง เพียงเอ่ยคำสั้นๆ “ไปเถอะ รีบอยู่ไม่ใช่หรือไง” “ค่ะอา ขอบคุณมากนะคะ” เธอรีบเดินตามเขาไปอย่างว่าง่าย หัวใจเต้นแรงทั้งด้วยความกังวลและความเกรงใจ เพราะเธอไม่คิดว่าคุณอาหมอคิวทองจะยอมสละเวลาพักผ่อนไปช่วยดูเพื่อนของเธอให้ รถยุโรปสีดำสนิทของกฤตภัทรขับออกจากคฤหาสน์รัตนธาราอย่างนุ่มนวล ไฟถนนส่องผ่านกระจกหน้ารถเป็นลำๆ ให้บรรยากาศภายในที่เงียบสงบดูอบอุ่นขึ้นอย่างแปลกประหลาด เกสรานั่งกุมโทรศัพท์แน่น พลางพิมพ์ข้อความบอกปาณชีวาว่าเธอกำลังไป หางเสียงที่ปลายข้อความนั้นเต็มไปด้วยความห่วงใยและความตื่นเต้นปนดีใจที่มีอาหนุ่มมาช่วยเหลือ ภายในรถมีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่พัดคลอเบาๆ กฤตภัทรขับรถอย่างมีสมาธิ ท่วงท่าของเขายังคงสงบ นิ่ง และเป็นระเบียบอย่างเคย แต่แววตาที่ทอดมองถนนตรงหน้ามีความคิดบางอย่างซ่อนอยู่ เมื่อรถจอดหน้าหอพักนักศึกษาแห่งหนึ่งไม่ไกลจากมหาวิทยาลัย เกสราก็รีบลงจากรถและเดินนำไปอย่างรู้ทางเป็นอย่างดี เธอควักคีย์การ์ดสำรองที่เพื่อนเคยให้ออกมาแล้วเปิดประตูด้านล่างขึ้นสู่ชั้นสองที่คุ้นเคย กฤตภัทรเดินตามมาเงียบๆ ท่ามกลางกลิ่นอับของหอพักเก่าๆ และบันไดที่เริ่มมีสนิมตรงราวจับ นี่ไม่ใช่โลกที่เขาคุ้นชินแต่กลับทำให้เขารู้สึกแปลกตาอย่างประหลาด เมื่อพวกเขาหยุดยืนหน้าประตูห้องสีฟ้าหมายเลข 204 เกสราก็ใช้กุญแจสำรองไขเข้าไปโดยไม่คิดจะเคาะประตูด้วยซ้ำ “ป่าน แก้วมาแล้วนะ” เสียงที่ตามมาคือเสียงไอแรงๆ ของปาณชีวาที่ทรมานจนเกสราแทบวิ่งเข้าไปหาเพื่อน ทว่ากฤตภัทรกลับหยุดยืนอยู่ตรงประตูมองหญิงสาวบนเตียงอย่างเงียบงัน ใบหน้าหวานซีดลงเพราะพิษไข้ เส้นผมยาวสยายหล่นลงข้างแก้ม แม้สภาพดูอิดโรย แต่เธอกลับมีอะไรบางอย่างที่ทำให้สายตาเขาหยุดนิ่ง เป็นความอ่อนหวานที่ไม่เสแสร้ง ความเรียบร้อยที่ไม่ปรุงแต่ง และความจริงใจที่สัมผัสได้แม้ไร้คำพูด “ป่าน ตัวร้อนเป็นไฟเลยเนี่ย ทำไมไม่รีบไปหาหมอ” เกสรารีบเอามือแตะหน้าผากเพื่อนด้วยความกังวลใจ “แค่หวัดธรรมดาเอง แก้วอย่าทำหน้าเครียดสิ” ปาณชีวาฝืนยิ้มจางๆ น้ำเสียงของเธอแหบแห้งเพราะไอหนักมาหลายชั่วโมง น้ำเสียงอ่อนแรงนั้นทำให้กฤตภัทรเลิกคิ้วเล็กน้อย ภายในห้องเงียบลงครู่หนึ่ง ก่อนที่เกสราจะหันมามองเขาอย่างลืมตัว “อากฤต…ช่วยดูเพื่อนแก้วหน่อยได้มั้ยคะ” ตอนแรกเธอคิดว่าคงจะถูกเขาดุ แต่สิ่งที่ได้กลับมาเป็นเพียงเสียงถอนหายใจเบาๆ และเขาก็ก้าวเท้าเข้ามากลางห้อง ภาพนั้นทำให้ปาณชีวาเงยหน้าขึ้นด้วยความตื่นตระหนกเล็กน้อย นัยน์ตาเธอเบิกกว้างทันทีที่เห็นว่าใครยืนอยู่ตรงหน้าเพราะตอนแรกเห็นเพียงหน้าเพื่อน ไม่คิดว่าจะมีคนอื่นตามมาด้วยแถมยังเป็นผู้ชายคนนั้น... “อาขอดูอาการหน่อย” เขาพูดกับปาณชีวาอย่างสุภาพแต่มีระยะห่างแบบที่คนไข้ทุกคนของเขาคุ้นเคย ปาณชีวายกมือขึ้นปิดปากก่อนพยักหน้าเบาๆ แล้วปล่อยให้เขาจัดการตามถนัด กฤตภัทรนั่งลงบนเตียง ใกล้จนปาณชีวารู้สึกได้ถึงกลิ่นสะอาดของเขา กลิ่นแชมพูอ่อนๆ ผสมกลิ่นน้ำหอมผู้ชายที่ไม่ฉุน แต่กลับแทรกตัวเข้าไปอยู่ในปลายลมหายใจของเธออย่างง่ายดาย เขายื่นมือข้างหนึ่งจับข้อมือเธออย่างแผ่วเบา นิ้วยาวเรียวจับตรงตำแหน่งเส้นชีพจรด้วยท่าทางคุ้นชินจากประสบการณ์หลายปีของแพทย์ เขานับจังหวะเต้นของหัวใจเธอในใจอย่างเป็นระบบ ขณะที่ดวงตาเฝ้ามองสีหน้าของหญิงสาวไม่คลาดเคลื่อน ชีพจรเต้นเร็วเกินไปเล็กน้อย ผสมกับลมหายใจที่ถี่เกินปกติ…ชัดเจนว่าไม่ได้เป็นแค่หวัดธรรมดาอีกต่อไปแล้ว “หายใจลึกๆ” เขาเอ่ยขึ้น “ช้าๆ” ปาณชีวาพยายามทำตาม สูดหายใจเข้าเต็มปอด แต่กลับไอระลอกใหญ่จนต้องยกมือขึ้นกุมหน้าอก ความเจ็บตื้อแล่นจากกลางอกไปถึงหลัง ทำให้แผ่นหลังบางของเธอโค้งงออย่างเจ็บปวด เกสราพยายามจับแขนเพื่อน “ป่าน ใจเย็นๆ หายใจช้าๆ นะ” กฤตภัทรขมวดคิ้วมุ่น เขาเอื้อมมืออีกข้างแตะหน้าผากของเธอ ความร้อนที่แผ่ออกมาจากผิวทำให้คำวินิจฉัยในใจเขาชัดเจนขึ้นทันที “ไข้สูงมาก” เขาพึมพำ “และเสียงไอแบบนี้…น่าจะมีอาการติดเชื้อทางเดินหายใจมากกว่าหวัดธรรมดา” ดวงตาของปาณชีวาสั่นระริกเล็กน้อย เธอรู้สึกทั้งมึน ทั้งหนาว ทั้งร้อน ปนกับความประหม่าแปลกประหลาดที่ต้องให้ผู้ชายอย่างเขามาใกล้ถึงขนาดนี้ ใจหนึ่งอยากเอ่ยปากบอกว่าไม่เป็นไร เธอไม่อยากรบกวนเวลาอันมีค่าของเขา แต่อีกใจก็รู้สึกว่ากำลังจะหมดแรงที่จะทำอะไรแล้วจริงๆ “ต้องไปโรงพยาบาล เดี๋ยวนี้” เสียงนิ่งของกฤตภัทรตัดผ่านความคิดฟุ้งซ่านของเธออย่างชัดเจน “งั้นเดี๋ยวแก้วเรียกแท็กซี่เองก็ได้ค่ะอา” เกสรารีบเอ่ยขึ้น “อาจะได้กลับไปพักที่บ้านก่อน” “ไม่ได้” เขาตอบทันทีโดยไม่ต้องคิด “ในสภาพนี้ ถ้าเกิดอะไรขึ้นระหว่างทางใครจะจัดการ แก้วก็ยังเป็นเด็กจะรับผิดชอบเพื่อนไหวเหรอ”
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม