ตอนที่ 4 คืนสู่เหย้า

1055 คำ
รถค่อยๆ แล่นผ่านเข้าไป ภาพของพื้นที่กว่าหนึ่งร้อยไร่ ค่อยๆ เปิดออกตรงหน้า ฟาร์มโคนมอยู่ทางด้านซ้าย ฟาร์มแกะอยู่ด้านขวา โรงเรือนม้าที่เรียงตัวเป็นระเบียบอยู่ลึกเข้าไป และแสงไฟอุ่นจากร้านสเต๊กกับรีสอร์ตที่เปิดต้อนรับแขกบางส่วนในยามค่ำคืน ทั้งหมดนี้…คือสิ่งที่เขาเห็นมาตั้งแต่เด็กๆ คือรากฐานที่บิดาสร้างเอาไว้ให้ลูกชายคนเดียวและคือสถานที่ที่เขาเลือกจะใช้ชีวิตต่อไปจนกระทั่งลมหายใจสุดท้าย... รถจอดสนิทหน้าบ้านหลังใหญ่สไตล์อังกฤษท้ายฟาร์ม บ้านสีอ่อนทรงสง่า รายล้อมด้วยสวนดอกไม้ที่บิดาของเขาเฝ้าดูแลอย่างประณีตเพื่อเป็นของขวัญหลังเกษียณให้ภรรยารัก ทางเดินหินทอดยาวเชื่อมไปยังบ้านไม้สักอีกหลังหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ห่างออกไปราวสองร้อยเมตร เป็นบ้านที่เขาเคยอยู่ตั้งแต่สมัยวัยรุ่นแต่ตอนนี้เขาอยู่ที่นั่นกับลูกสาวอีกคน เมื่อได้ยินเสียงรถคุ้นเคย ประตูบ้านก็เปิดออกทันที สาลินี มารดาของเขาอ้าแขนรับธารมิกาเข้ากอดแน่น รอยยิ้มเปี่ยมสุขฉายชัดบนใบหน้า “กลับมาซะทีนะลูกสาวแม่ แม่คิดถึงหนูมากรู้มั้ย จากนี้ไปก็อยู่ด้วยกันที่นี่ ไม่ต้องไปอยู่ไกลๆ อีกแล้วนะจ๊ะ” “ค่ะคุณแม่ ธารจะอยู่ดูแลคุณพ่อกับคุณแม่ที่นี่ ไม่ไปไหนแล้วค่ะ” “ดีมากจ้ะ ไงจ๊ะหลานย่า นั่งรถยาวมาสองวันติดเลย เหนื่อยรึเปล่าลูก” ชัญญ่าถูกหอมแก้มซ้ายขวาจนหัวเราะเสียงใส ขณะที่คุณปู่ของเธออย่าง อมรวิทย์ ยืนมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน สาลินีพาธารมิกาและหลานสาวขึ้นบ้านเพื่อพักผ่อน เตรียมลงมากินมื้อค่ำพร้อมหน้า ขณะที่อธิชนม์ยืนอยู่ตรงนั้นเพียงครู่เดียว ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ “งั้นผมขอแวะไปดูคอกวัวก่อนนะครับ แม่วัวเพิ่งคลอดเมื่อวานไม่รู้เป็นยังไงบ้าง” “ไม่พักก่อนล่ะชนม์ ขับรถมาทั้งวันท่าจะเมื่อยแย่” “ไม่เป็นไรครับพ่อ ผมไปไม่นาน เดี๋ยวจะรีบกลับมากินข้าวด้วยกัน” อมรวิทย์พยักหน้า เขารู้ดี…ลูกชายคนนี้จะไม่ยอมนั่งเฉย หากรู้ว่ามีชีวิตหนึ่งเพิ่งลืมตาดูโลก อธิชนม์เดินไปยังคอกม้าด้านหลัง เลือกม้าสีน้ำตาลเข้มตัวหนึ่งที่คุ้นเคย เขาลูบคอมันเบาๆ ก่อนจะขึ้นคร่อมหลังอย่างคล่องแคล่ว เสียงกีบม้ากระทบพื้นดินดัง กึก กึก เป็นจังหวะสม่ำเสมอ ขณะที่ร่างสูงเคลื่อนตัวออกไปตามเส้นทางดินแดงที่ทอดยาวสู่คอกวัวซึ่งอยู่ห่างออกไป ค่ำคืนในฟาร์มเงียบสงบ ดาวเต็มฟ้า ลมเย็นพัดผ่านยอดไม้ เสียงแมลงดังแผ่วๆ เป็นฉากหลัง อธิชนม์รู้สึกว่าความคิดในหัวค่อยๆ เงียบลงเมื่อได้อยู่บนหลังม้า ราวกับธรรมชาติช่วยดึงเขากลับมาสู่โลกที่เรียบง่าย คอกวัวตั้งอยู่สุดเขตฟาร์ม ไฟส่องสว่างเปิดไว้ตลอดคืน เขาลงจากหลังม้า ผูกเชือกไว้กับราวไม้ ก่อนจะเดินเข้าไปในโรงเรือน กลิ่นฟาง กลิ่นน้ำนม และกลิ่นของชีวิตใหม่ลอยอบอวล แม่วัวตัวหนึ่งนอนพักอยู่ในคอกแยก ดวงตาสงบนิ่งแม้ร่างกายยังดูอ่อนแรงจากการคลอด ลูกวัวตัวน้อยนอนขดอยู่ข้างลำตัวแม่ มันขยับตัวเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า อธิชนม์ย่อตัวลง ตรวจดูสภาพแวดล้อมก่อนจะสวมถุงมือยาง หยิบไฟฉายเล็กขึ้นส่อง ตรวจเต้านมของแม่วัวอย่างละเอียด ใช้มือกดเบาๆ เพื่อเช็กการไหลของน้ำนม สังเกตอุณหภูมิผิวหนัง การหายใจ และสีของเยื่อบุ “ดี…ไม่มีอาการอักเสบ” เขาพึมพำกับตัวเอง เขาลูบคอแม่วัวอย่างแผ่วเบา ก่อนจะตรวจแผลจากการคลอดอย่างระมัดระวัง ทุกอย่างอยู่ในเกณฑ์ดี ไม่มีการติดเชื้อ ไม่มีภาวะแทรกซ้อน อธิชนม์ถอนหายใจโล่งอกอย่างเงียบๆ จากนั้นเขาหันไปสนใจลูกวัวแรกเกิด ตัวเล็ก ผิวหนังยังตึง มันพยายามลุกขึ้นยืนอีกครั้งแม้ขาจะยังสั่น เขาใช้มือประคองเบาๆ ตรวจดูการตอบสนอง การหายใจ เสียงหัวใจที่เต้นแรงสม่ำเสมอ “เก่งมากเด็กดี” เขาพูดเสียงต่ำ ลูกวัวเลียมือเขาเบาๆ อย่างไม่รู้ประสา อธิชนม์ยิ้มมุมปากเล็กน้อย ภาพชีวิตใหม่ตรงหน้าทำให้หัวใจที่แข็งกระด้างของเขาอ่อนลงอย่างไม่รู้ตัว ชีวิตเล็กๆ นี้ต้องการความอบอุ่นและความใส่ใจ ต้องการใครสักคนคอยดูแล... เขานั่งนิ่งตรงคอกวัวอยู่นาน มองแม่กับลูกซบกันท่ามกลางความอบอุ่นของแสงไฟ เสียงลมหายใจของพวกมันผสานกับเสียงธรรมชาติรอบตัว อธิชนม์ลุกขึ้นยืน มองฟาร์มที่เขากลับมาดูแลด้วยหัวใจทั้งหมด แล้วคิดถึงภาพของธารมิกากับชัญญ่าในบ้านหลังใหญ่ เสียงหัวเราะของเด็กหญิง เสียงพูดอ่อนโยนของหญิงสาว ล้วนเป็นสิ่งที่แทรกเข้ามาในความคิดเขาอย่างไม่อาจปฏิเสธ เขาขึ้นหลังม้าอีกครั้งเพื่อมุ่งหน้ากลับบ้าน ในยามนี้ฟาร์มแสนรักยังคงอบอุ่นและเงียบสงบเหมือนเดิม แต่ภายในหัวใจของเขา…กำลังเริ่มสั่นไหวขึ้นโดยไม่รู้ตัว แสงไฟสีอุ่นจากโคมแขวนเหนือโต๊ะอาหารสาดลงบนผิวไม้ขัดมันของโต๊ะยาวสไตล์ยุโรปจนเกิดเงานุ่มๆ ไหวตามการเคลื่อนไหวของผู้คนในห้อง กลิ่นอาหารค่ำลอยกรุ่นอยู่ในอากาศอย่างพอดี...กลิ่นเนื้อย่างจากครัว กลิ่นซุปใสที่ยังเดือดปุดๆ ในหม้อ กลิ่นขนมปังอบใหม่ผสมเนยละลาย และกลิ่นหอมสดชื่นของสลัดผักที่เพิ่งเด็ดมาจากแปลงหลังบ้าน ทั้งหมดรวมกันเป็นความอบอุ่นที่ไม่ต้องอธิบายก็รับรู้ได้ทันทีว่าบ้านหลังนี้กำลังกลับมามีชีวิตอีกครั้ง สาลินีอยู่หัวโต๊ะฝั่งหนึ่งในท่าทีสบายๆ แต่แววตากลับเปล่งประกายเหมือนเด็กได้ของขวัญ เธอชอบบรรยากาศแบบนี้ที่สุด...มื้ออาหารที่คนในบ้านนั่งล้อมวงกัน มีเสียงหัวเราะ มีบทสนทนาที่ไหลไปอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่มื้อที่เงียบเหมือนภาพถ่ายที่ตั้งโชว์อยู่บนหิ้ง
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม