“แต่ถ้าสักวันแกเป็นฝ่ายที่อยากได้น้องจนตัวสั่น แม่...จะไม่ยอมให้แกได้สมหวังง่ายๆ หรอกนะ”
อธิชนม์ขมวดคิ้วทันที “แม่...”
“เพราะแม่จะไม่ช่วยสนับสนุนแกอีก” เธอพูดต่อทันที ตัดบทอย่างนุ่มนวลแต่เด็ดขาด “แม่จะไม่เป็นคนไปพูดให้ ไม่เป็นคนไปสู่ขอให้ ในเมื่อวันนี้แกไม่ยอมรับความหวังดีจากแม่ ในอนาคตแม่ก็มีสิทธิ์ปฏิเสธที่จะรับแกมาเป็นลูกเขยของแม่เหมือนกัน”
อมรวิทย์ถอนหายใจเบาๆ มองภรรยาอย่างขอให้ใจเย็น ก่อนจะหันไปมองลูกชายด้วยสายตาสงบ
“แม่เขาพูดแบบนี้เพราะรู้จักแกดี แกปากแข็งมาตั้งแต่เด็ก ยิ่งเรื่องที่มันแตะหัวใจ แกยิ่งไม่ยอมรับง่ายๆ”
“ผมไม่ได้ปากแข็ง” อธิชนม์ตอบทันที แต่เสียงกลับแข็งจริงอย่างที่บิดาพูด “ผมแค่ชัดเจนและมีเหตุผลของผม”
“อืม” อมรวิทย์พยักหน้า “ชัดเจนก็ดี แต่คนเราบางทีก็ไม่ควรใช้เหตุผลมากไปจนลืมฟังหัวใจตัวเอง”
อธิชนม์ไม่ตอบ เขาไม่ชอบบทสนทนาแบบนี้ เพราะมันให้ความรู้สึกเหมือนมีคนส่องไฟเข้าไปในมุมที่เขาไม่อยากให้ใครเห็น เขาจะไม่โต้ตอบใดๆ เลือกจะยืนตรง เงียบ และให้ทุกอย่างจบตามที่พูดไปแล้ว
สาลินีมองลูกชายอยู่อีกครู่ ก่อนจะถอนหายใจยาว เหมือนปล่อยความคิดทั้งหมดออกมาพร้อมลมหายใจนั้น
“เอาเถอะ แม่ไม่พูดอะไรแล้ว ขับรถไปกลับสองวันคงจะเหนื่อย คืนนี้แกก็ไปพักผ่อนก่อนละกัน”
“ครับ” อธิชนม์พยักหน้า
“แต่จำไว้นะชนม์” สาลินีทิ้งท้าย เสียงนิ่มลงอย่างคนเป็นแม่จริงๆ “ตอนนี้ธารกลับมาแล้ว ถึงเค้าจะเป็นแค่ลูกแม่นมของแก แต่แม่นมแกคือเพื่อนสนิทที่แม่รักที่สุด แม่ถึงได้รักธารเหมือนลูกแท้ๆ ส่วนแกจะมองน้องเป็นอะไรก็ช่าง แต่ห้ามทำให้น้องรู้สึกว่าเค้าเป็นคนนอกครอบครัว…เข้าใจมั้ย”
คำสั่งนั้นทำให้อธิชนม์ชะงักเล็กน้อย เขามองมารดาครู่หนึ่งก่อนจะตอบสั้นๆ “ผมไม่เคยคิดแบบนั้นครับ”
“ดี” สาลินียิ้มบาง
อมรวิทย์ลุกขึ้นยืนบ้าง ก่อนเดินมาวางมือบนไหล่ลูกชายเบาๆ การแตะนั้นไม่ได้หนักหนาทว่ามั่นคง
“ไปพักเถอะ งานในฟาร์มพรุ่งนี้ค่อยทำต่อ ตอนนี้มีแกมาคอยดูแล พ่อก็สบายใจมากแล้ว หวังว่าพวกเราจะได้อยู่กันพร้อมหน้าแบบนี้ต่อไปนานๆ”
อธิชนม์พยักหน้าอีกครั้ง ก่อนจะเดินออกจากห้องอาหารอย่างเงียบๆ
ด้านนอกมีลมเย็นพัดผ่านสวนดอกไม้ เสียงจักจั่นดังเป็นท่วงทำนองของค่ำคืน ไฟสนามส่องทางเดินหินไปยังบ้านไม้สักหลังใหญ่ของเขา แสงไฟจากหน้าต่างบ้านไม้สักส่องลอดออกมาจางๆ บอกว่า…ธารมิกากับชัญญ่าอยู่ที่นั่น
อธิชนม์หยุดยืนบนทางเดินเพียงครู่หนึ่ง หางตาเหลือบมองเงาไหวๆ หลังม่านบาง ภาพผู้หญิงสองคนที่หัวเราะคุยกันเบาๆ เลือนราง แต่กลับชัดเจนในใจเขาอย่างประหลาด
เขาสูดลมหายใจเข้าลึก แล้วบอกตัวเองอีกครั้งว่าเขาไม่ควรใส่ใจกับคำพูดของมารดามากนัก ชายหนุ่มสลัดความคิดฟุ้งซ่านเดินต่อไปยังบ้านของตัวเองด้วยก้าวที่หนักแน่นเหมือนเดิม
เพียงแต่…คำพูดของมารดายังติดอยู่ในหู
“แต่ถ้าสักวันแกเป็นฝ่ายที่อยากได้น้องจนตัวสั่น แม่...จะไม่ยอมให้แกได้สมหวังง่ายๆ หรอกนะ”
อธิชนม์ก็ไม่ยอมรับหรอกว่า ในวินาทีนั้น หัวใจของเขาสะดุดวูบเล็กๆ ราวกับไม่ชอบคำท้าทายนั้นเอาเสียเลย ทั้งที่เขาควรจะมั่นใจที่สุดว่า…มันไม่มีทางเกิดขึ้น
ไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้...
แสงไฟสนามสีนวลส่องทางเดินหินทอดยาวจากบ้านหลังใหญ่ไปยังบ้านไม้สักของอธิชนม์ เงาของดอกไม้ริมทางไหวเอนตามแรงลมเย็นยามค่ำคืน กลิ่นดิน กลิ่นหญ้า และกลิ่นดอกไม้ที่อมรวิทย์ปลูกไว้รอบบ้านลอยปะปนกันอย่างนุ่มนวล ราวกับฟาร์มทั้งผืนกำลังหายใจช้าๆ ในความมืดสงบ
ธารมิกาอุ้มชัญญ่าเดินกลับมาด้วยจังหวะระมัดระวัง เด็กหญิงง่วงจนเปลือกตาหนัก แต่ก็ยังไม่ยอมหลับสนิท เอียงหน้าไปซบไหล่อาธาร มือเล็กกำชายเสื้อเธอไว้เหมือนกลัวหลุดจากอ้อมกอด
“อาธาร…หนูง่วงจังเลยค่ะ” เสียงนั้นแผ่วจนแทบเป็นลมหายใจ
“ง่วงก็หลับได้เลยค่ะ เดี๋ยวอาอาบน้ำให้หนู แล้วพาหนูนอนนะคะ” ธารมิกากระซิบตอบ ปลายนิ้วลูบหลังเด็กหญิงเบาๆ อย่างปลอบโยน
บ้านไม้สักหลังใหญ่เปิดไฟไว้เพียงบางดวง แสงสีอุ่นสะท้อนลายไม้จนทั้งบ้านดูอบอุ่นอย่างประหลาด ทั้งที่เจ้าของบ้านแทบไม่เคยปล่อยให้ความอบอุ่นนั้นอยู่ได้นานนัก ธารมิกาเดินเข้าไปอย่างเงียบเชียบ เธอวางหลานสาวตัวน้อยลงบนโซฟาในห้องนั่งเล่นก่อนจะเอื้อมมือหยิบผ้าห่มผืนเล็กที่วางอยู่มาคลุมให้ เด็กหญิงยกมือขึ้นจับปลายผ้าห่มไว้เองอย่างว่าง่าย
ทุกอย่างในบ้านเป็นระเบียบเรียบร้อยเหมือนเจ้าของบ้าน...สะอาด เนี้ยบ และเงียบจนเหมือนเสียงหัวใจของคนในบ้านถูกเก็บไว้ในห้องที่ล็อกกุญแจ ธารมิกากวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างเผลอตัว บ้านหลังนี้ห่างจากบ้านหลังใหญ่ไม่ไกลนัก แต่ให้ความรู้สึกต่างกันเหลือเกินราวกับหลุดมาอยู่อีกโลกหนึ่ง โลกที่เธอ...อาจไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาสัมผัสโดยไม่จำเป็น
เธอสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วพยายามไม่คิดอะไรเกินกว่าหน้าที่ของตัวเอง
ธารมิกาเข้าไปในห้องนอนเล็กของหลานสาว เตรียมน้ำอุ่นในอ่างอาบน้ำขนาดเล็ก ปรับอุณหภูมิให้พอดีกับผิวเด็ก หยดสบู่เด็กลงไปเล็กน้อยจนเกิดฟองนุ่มๆ เธอพาชัญญ่าเข้าห้องน้ำ เด็กหญิงยอมถอดเสื้อผ้าอย่างว่าง่าย แถมยังนั่งให้อาบน้ำนิ่งๆ เหมือนคุ้นเคยกับการมีคนดูแล ทั้งที่ความจริง…เด็กคนนี้ขาดแม่มาตลอด