เมื่อหัวใจเดินนำเส้นเวลา

1550 คำ
ตอนที่ 11 ก๊อก! ก๊อก! “เม่…ฉันขออนุญาตเข้าห้องได้ไหม” เสียงของนาชาดังขึ้นหน้าประตูน้ำเสียงติดตลกเล็กน้อย “ฉันอยากเห็นห้องนอนของเพื่อนรัก ที่โดนซาตานจอมโหดบังคับให้ย้ายมาน่ะ” เสียงหวานของแพคเม่ตอบกลับแทบจะทันที “เข้ามาเลยนาชา เราไม่ได้ล็อก” นาชาเปิดประตูเข้ามา ก่อนจะต้องชะงัก สายตากวาดมองข้าวของที่วางเรียงรายอยู่ทั่วห้อง “โห…มันเยอะอะไรขนาดนี้เนี่ย” แพคเม่ยิ้มบางๆ อย่างจนใจ “เราก็ยังงงเหมือนกัน ของพวกนี้ตอนอยู่รวมกันมันไม่เห็นเยอะขนาดนี้เลย พอแยกออกมา…มันกลับดูแปลกตา แล้วก็เยอะขึ้นเป็นกอง” นาชาไม่พูดอะไรต่อ เธอพุ่งเข้าไปกอดเพื่อนเบาๆ “คืนแรกที่เราไม่ได้นอนด้วยกันแล้ว ฉันจะกอดใครล่ะ” แพคเม่หัวเราะเบาๆ อย่างเอ็นดู “ก็ตุ๊กตาโดราเอมอนของเธอไง” นาชายู่ปากเล็กน้อย “มันไม่เหมือนกันซะหน่อย…” พูดจบ สายตาของเธอก็เหลือบไปสะดุดกับบางอย่างบนผนัง ช่องสี่เหลี่ยมขนาดพอๆ กับประตู แต่พื้นผิวเรียบเนียนเป็นผนังเดียวกัน และที่แปลกกว่านั้นคือไม่มีลูกบิด เพราะเธอสองคนไม่รู้ว่ามันมีเพียงฝั่งห้องของอาเธอร์ “เอ๊ะ…อะไรอ่ะ” นาชาขมวดคิ้ว เดินเข้าไปใกล้ “เพิ่งรู้ว่าห้องนี้แปลกจัง หวังว่ามันคงไม่ใช่ประตูหรอกนะ” เธอเอื้อมมือไปลูบผนังเบาๆ “มันก็เป็นผนังนี่นา…แต่ดูเหมือนประตูชะมัด” นาชาส่ายหน้าอย่างไม่คิดมาก “ช่างมันเถอะลงไปกินข้าวกันดีกว่าหิวแล้ว” นาชาเดินเข้าไปจูงมือแพคเม่เบาๆ “ป่ะ” ทั้งสองก้าวเท้าเดินออกจากห้อง แต่พอผ่านหน้าห้องของอาเธอร์ นาชาก็ชะงักเท้าทันที “เดี๋ยวก่อน” เธอหันมาพูดเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ “คุณย่าให้เรียกเฮียด้วยนี่นา” พูดจบนาชาก็เคาะประตูทันที ก๊อก ก๊อก! “เฮียคะ...คุณย่าเรียกให้ไปกินข้าวค่ะ” แกร๊ก!! เสียงลูกบิดหมุนเบาๆ ก่อนที่ประตูจะเปิดออก แพคเม่ถึงกับชะงัก เหมือนร่างกายหยุดทำงานไปชั่วขณะ ร่างสูงของอาเธอร์ยืนอยู่ตรงหน้า ไร้เสื้อคลุมเผยแผ่นอกกว้าง ผิวขาวเนียนตัดกับกล้ามเนื้อที่ชัดเจน นาชายืนมองด้วยสีหน้าปกติราวกับไม่เห็นอะไรแปลก “เฮียถอดเสื้อทำไมเนี่ย” เสียงทุ้มเรียบเอ่ยขึ้นทันที คำพูดพุ่งไปหานาชา แต่สายตา…กลับจ้องแพคเม่อย่างไม่ปิดบัง “ทำไม? “นี่มันพื้นที่ส่วนตัวของเฮีย” “จะแก้ผ้าเดินก็ไม่เห็นเป็นอะไร” แพคเม่เผลอเหลือบมองแผ่นอกแน่นนั้นเพียงเสี้ยววินาที หัวใจกลับเต้นแรงอย่างควบคุมไม่อยู่ ฉันเคยเห็นหมดแล้ว เคยใกล้ชิดกันมากกว่านี้ด้วยซ้ำ แล้วจะมาใจเต้นอะไรตอนนี้กันนะแพคเม่อย่าให้มีพิรุธเขาจะจับได้ เธอรีบปล่อยมือจากนาชา ก่อนจะเอ่ยเสียงเบา แทบไม่ได้ยินเพราะหัวใจสั่นไหว “ฉ…ฉันลงไปก่อนนะนาชา” พูดจบ แพคเม่ก็หันหลัง ก้าวเท้าฉับๆ ลงบันไดไปทันทีโดยไม่กล้าหันกลับมาอีกเลย แพคเม่เดินมานั่งลงที่โต๊ะอาหารเงียบๆ รอให้นาชาเดินตามลงมา ไม่นานนัก อาเธอร์ก็พานาชาลงมาด้วยกัน แขนแข็งแรงของเขาคล้องกอดคอน้องสาวไว้แน่น แต่สำหรับนาชา… แรงกอดนั้นไม่ใช่ความเอ็นดู มันคือคำเตือนก่อนหน้านี้เธอเพิ่งโดนเฮียไล่ลงจากรถ และเธอยังตะโกนทิ้งท้ายว่าจะฟ้องคุณย่าไออุ่น อาเธอร์รู้ดีว่าน้องสาวตัวแสบคนนี้ ต้องเอาเรื่องนั้นขึ้นมาพูดบนโต๊ะอาหารแน่ นาชารู้ตัวทันที เธอรีบจับมือพี่ชายออกเบาๆ ก่อนจะยิ้มแหยๆ แล้วพูดรัวเหมือนกลบความกลัว “เม่…เรารีบกินรีบเข้านอนกันเถอะ” “พรุ่งนี้มีเรียนเช้า” แพคเม่ได้แต่นั่งก้มหน้า ไม่กล้าพูดอะไร คุณย่าไออุ่นเหลือบมองภาพตรงหน้าอย่างเอ็นดู ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “รีบทานกันเถอะลูกจะได้ไปพักผ่อน” “ย่าน่าจะขึ้นไปทานยานอนแล้ว” พูดจบ ท่านก็ลุกขึ้นจากโต๊ะ “ไปมะลิขึ้นไปชั้นบนกัน” เมื่อคุณย่าจากไป บรรยากาศรอบโต๊ะอาหารก็เปลี่ยนไปในทันทีแพคเม่รู้สึกได้ถึงสายตาของอาเธอร์ ที่จ้องเธอแทบจะไม่กะพริบ ราวกับจะกลืนกินเข้าไปทั้งตัว มือของเธอสั่นเล็กน้อย ตักข้าวเข้าปากแทบไม่ตรง แม้กระทั่งต้นหอมในต้มยำ เธอก็กำลังจะตักมันเข้าปากไปโดยไม่รู้ตัว ในจังหวะนั้นเองอาเธอร์ลุกขึ้น เอื้อมมือมาจับข้อมือเธอไว้ทันที แพคเม่ชะงักหัวใจแทบหยุดเต้น นาชาคิดว่าพี่ชายจะแกล้งเพื่อน น้ำเสียงจึงแข็งขึ้นทันที “เฮียจะทำอะไร!” อาเธอร์ตวัดสายตามองน้องสาวอย่างดุจัด ก่อนจะปล่อยมือแพคเม่ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงต่ำ แข็ง และเย็นเฉียบ “เพื่อนเธอกินต้นหอมด้วยเหรอ” “ในต้มยำต้นหอมเส้นยาวขนาดนั้น” “ตาบอดหรือไง” คำพูดนั้นทำให้แพคเม่หน้าเสีย เธอก้มหน้าลงทันที ไม่กล้าสบตาใครอีกเลย "กินได้ค่ะ ขอบคุณรุ่นพี่นะคะที่...ที่จำได้ว่าเม่ไม่กินต้นหอม แต่ตอนนี้กินได้แล้วค่ะ" เสียงของเธอเบาจนแทบกลืนหายไปกับบรรยากาศ อาเธอร์หรี่ตาลงเล็กน้อย สายตาคมกริบไล่มองใบหน้าที่หลบต่ำของเธออย่างพินิจ แปลก ยัยคุณหนูขี้เอาแต่ใจคนเดิม ปกติต้องเหวี่ยงต้องวีน นั่งเบียดเขาจนแทบจะตักข้าวใส่ปากไม่ได้ แค่โดนพูดเสียงแข็งนิดเดียวก็พร้อมระเบิดใส่ทุกคน แต่วันนี้…เธอกลับหลบหน้า หลบตา พูดจาสุภาพผิดวิสัยแม้แต่สายตาก็ไม่กล้าสบเขา หรือว่า…ความคิดหนึ่งวาบขึ้นมาในหัว ทำให้นิ้วของเขาชะงักค้างอยู่กลางอากาศ หรือเธอจะ 'ย้อนกลับมา' เหมือนเขา? อาเธอร์ไม่พูดอะไรต่อ เพียงแค่จ้องแพคเม่เงียบๆ ราวกับกำลังอ่านบางอย่าง ที่เธอพยายามซ่อนไว้ให้มิดที่สุด แพคเม่คิดในใจอย่างรุกรน หลังจากโต๊ะอาหารเราต้องไปไหนต่อนะ ทำไมพออยู่ต่อหน้าเขา ภาพอนาคตถึงว่างเปล่าแบบนี้ไม่มีอะไรให้ยึดเลย ทุกอย่างเหมือนต้องเผชิญใหม่หมดตั้งแต่ต้น เธอวางช้อนลงอย่างเงียบๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนทันที “รุ่นพี่คะ นาชา ฉันอิ่มแล้ว ขอขึ้นไปอาบน้ำก่อนนะ” เธอไม่รอคำตอบจากใคร หญิงสาวลุกพรวดเดินขึ้นบันไดไปทันที ราวกับกลัวว่าถ้าช้ากว่านี้อีกวินาทีเดียว เธอจะทนสายตาคู่นั้นไม่ไหว อาเธอร์หันมองตามแผ่นหลังบางนั้น คิ้วเข้มขมวดแน่นโดยไม่รู้ตัว "กินแค่นั้นเองตัวก็ผอม แรงก็ไม่มี" นาชาตวัดสายตามองพี่ชายทันที น้ำเสียงแข็งขึ้นโดยไม่ปิดบัง “ก็เฮียทำให้เม่ตกใจเอง มองเธอขนาดนั้นใครมันจะกล้ากินต่อ” อาเธอร์หันกลับมาน้ำเสียงจริงจังขึ้นทันที “ก็เพื่อนเธอมันแปลก ปกตินิสัยเสียจนแทบจะน่าลังเกียจแต่วันนี้…มันไม่ใช่” เขาหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อช้าลง “แต่ก็จริง…ตอนปีหนึ่ง เธอไม่เป็นแบบนี้” นาชาปรายตามองพี่ชาย ก่อนจะสวนกลับทันทีเช่นกัน “เฮียก็แปลกเหมือนกัน เฮียไปรู้ได้ยังไงว่าเม่ไม่กินต้นหอมปกติไม่เคยแม้แต่จะมองหน้าเธอ และอีกอย่างรถของเฮียเคยอนุญาตให้เธอขึ้นเอง เหมือนวันนี้ไม ก็ไม่ แต่วันนี้เรียกเธอขึ้นรถแถมไล่น้องแท้ๆ ลงจากรถอย่างเลือดเย็น” คำถามนั้นทำให้อาเธอร์ชะงัก ไปในเสี้ยววินาทีถ้าเขาบอกความจริงออกไปว่า พรุ่งนี้เช้า แพคเม่จะตักข้าวต้มที่มีต้นหอมใส่มือพี่ส้มเช้ง แล้วแกล้งทำหน้าเหมือนจะร้องไห้นาชาคงคิดว่าเขาบ้าแน่ๆ อาเธอร์ดันลิ้นกระทุ้งแก้มแววตากดต่ำลง เขาเลือกความเงียบแทนคำอธิบาย แต่ในหัว…ความคิดเดียวกันกลับผุดชัดขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่แค่แพคเม่ที่ 'เปลี่ยนไป' บางทีเขาเอง ก็อาจจะไม่ได้อยู่ในเส้นเวลาที่ควรจะเป็นเหมือนกันงั้นเขาต้องทำทุกอย่างให้มันเหมือนช่วงเวลาปกติ ที่มันเดินหน้าไปเลื่อยๆ ตรงไหนที่ผิดพลาดในช่วงอนาคตก็แก้ไขทันที ก่อนอาเธอร์จะเอ่ยน้ำเสียงทุ้มเรียบ "ปกติก็เห็นเขี่ยต้นหอมทิ้งเลยแค่แปลกใจ" ในใจของอาเธอร์ก็อดคิดต่อไม่ได้ ปกติ…เวลานี้เธอควรจะเข้านอนพร้อมนาชา แต่วันนี้เขาเป็นคนสั่งแยกพวกเธอสองคนออกจากกันเอง งั้นก็แปลว่าเขาแอบเข้าไปดูเธอได้สิ
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม