จุดคลาดของชะตา

1052 คำ
ตอนที่ 7 แพคเม่ยืนนิ่ง สมองเหมือนหยุดทำงานไปชั่วขณะ เป็นไปได้ยังไง…ในความทรงจำของเธอ เวลานี้…ไม่เห็นมีรุ่นพี่อาเธอร์อยู่ตรงนี้เลยด้วยซ้ำ และคนที่ถูกเจ้าหน้าที่เชิญตัวไปสถานีตำรวจ ควรจะเป็น เธอ ไม่ใช่หรือ ใช่…เวลานี้เธอควรถูกคุมตัวไปสอบสวนแล้ว มีเพียงอีธานกับนาชาเท่านั้นที่ตามไป แต่ภาพตรงหน้า… กลับไม่เป็นแบบนั้น เสียงไซเรนดังระงม แสบแก้วหูจนหัวใจเต้นแรง เสียงกรีดร้องของนักศึกษาดังไม่ขาดสาย บรรยากาศโกลาหลไปทั่วบริเวณ "อาจารย์กันยารัตน์ ฟื้นสิ อาจารย์" ร่างของอาจารย์กันยารัตน์ ถูกเจ้าหน้าที่กู้ชีพหามขึ้นรถพยาบาล ก่อนที่รถจะเคลื่อนออกไปมุ่งหน้าสู่โรงพยาบาล ท่ามกลางสายตาตื่นตระหนกของผู้คน ทุกอย่าง…เกิดขึ้นเหมือนเดิม แต่บางอย่างกลับ ไม่เหมือนเดิม แพคเม่ยังยืนอึ้ง หัวใจเต้นแรงอย่างควบคุมไม่ได้ จนกระทั่ง เสียงทุ้มต่ำ เสียงหนึ่งดังขึ้นข้างกาย เรียบ…แต่กดดันจนเธอสะดุ้ง “ขึ้นรถ” แพคเม่เงยหน้าขึ้นทันที อาเธอร์ เขามองเธอด้วยสายตานิ่งเฉย เย็นชา เหมือนคนที่ควบคุมสถานการณ์ทั้งหมดไว้ในมือ “มานั่งข้างหน้า” เขาพูดต่อโดยไม่เปิดโอกาสให้โต้แย้ง ก่อนจะหันไปสั่งอีกคน “นาชา ไปนั่งข้างหลัง” คำสั่งสั้นๆ แต่หนักแน่นราวกับไม่มีใครกล้าขัด นาชากลืนน้ำลายลงคอ ก่อนจะมองหน้าแพคเม่อย่างไม่แน่ใจ ส่วนแพคเม่…ยังคงยืนแข็งค้าง หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ เพราะในเส้นทางอนาคตที่เธอเคยรู้จัก ชายคนนี้…ไม่ควรอยู่ตรงนี้ และไม่ควรเป็นคนที่ “เปลี่ยนบทบาท” ของเธอได้ถึงขนาดนี้ เสียงของนาชาแผ่วเบา อ้อยอิ่งด้วยความตกใจ ทั้งจากภาพตรงหน้า…และจากน้ำเสียงของพี่ชาย “ค่ะ…เฮีย” นาชาหันไปขยิบตาให้แพคเม่เบาๆ เป็นสัญญาณเดียวที่ส่งได้ในตอนนี้ขึ้นรถเถอะ คนในรถคันนี้…น่ากลัวเหลือเกิน แพคเม่เม้มริมฝีปากแน่น ก่อนที่ทั้งสองจะก้าวขึ้นรถพร้อมกันประตูรถปิดลงด้วยเสียง ปึง!! ตัดขาดความโกลาหลด้านนอกอย่างสิ้นเชิง รถหรูเคลื่อนตัวออกจากหน้ามหาวิทยาลัยช้าๆ ทิ้งเสียงไซเรนและเสียงวุ่นวายไว้เบื้องหลัง บรรยากาศภายในรถเงียบงัน มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่คำรามต่ำสม่ำเสมอ จนเมื่อถนนโล่ง ไม่มีผู้คนให้ต้องชะลอ อาเธอร์เหยียบคันเร่งลงอย่างแรง ร่างของแพคเม่เอนตามแรงพุ่ง หัวใจเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง รถคันหรูพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ราวกับเจ้าของรถ…ไม่คิดจะปล่อยให้ใครตามทัน ให้ตายเถอะแพคเม่… เวลานี้เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่า จากนี้…ทุกอย่างจะเป็นยังไงต่อ อนาคตที่เคยรู้เส้นทางที่เคยคิดว่าแน่นอน กำลังหลุดมือไปทีละน้อย ปกติ…รุ่นพี่อาเธอร์ไม่เคยสนใจเธอด้วยซ้ำ ไม่เคยหันมามอง ไม่เคยเอ่ยชื่อ ไม่เคยแม้แต่จะรับรู้การมีอยู่ของเธอ แต่ตอนนี้เขากลับเป็นคนที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัย เป็นคนออกคำสั่ง เป็นคนพาเธอออกมาจากจุดที่ควรจะพังทลาย หัวใจแพคเม่เต้นแรงอย่างไร้เหตุผล ทั้งสับสน ทั้งหวาดหวั่น เพราะในอนาคตที่เธอเคยเผชิญมาชายคนนี้… ไม่ควรมีบทบาทใดๆ ในชีวิตของเธอเลย นาชาเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้น ตัดความเงียบอึดอัดภายในรถ น้ำเสียงพยายามให้ฟังดูปกติ…แต่แฝงความสงสัยไว้ชัดเจน “เฮียรู้ได้ไงว่าเราสองคนอยู่หน้ามหาวิทยาลัย” อาเธอร์ยังคงขับรถต่อไปอย่างเงียบงัน ไม่แม้แต่จะหันมามอง ไม่ตอบ…ไม่แสดงท่าทีใดๆ ราวกับคำถามนั้นไม่เคยถูกเอ่ยออกมา นาชาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเบะปาก เหลือบตามองบนอย่างหมั่นไส้ แล้วบ่นพึมพำกับตัวเองเบาๆ “ถามไม่เคยได้คำตอบเลยจริงๆ…” เธอส่ายหน้าเล็กน้อยอย่างเอือมระอา “งงกับพี่ชายตัวเองชะมัด เกิดมาทำไมอ้าปากน้อยขนาดนี้นะ…ชิ” บรรยากาศในรถยังคงเงียบเชียบ มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่ตอบกลับคำบ่นนั้นแทน แพคเม่เม้มริมฝีปากแน่น ทั้งตื่นเต้น…ทั้งหวาดกลัว ในอนาคตที่เธอเคยเผชิญ กว่าเธอจะได้นั่งรถของอาเธอร์ ต้องใช้เล่ห์ ใช้มารยาแบบผู้หญิงมากแค่ไหน ถึงจะได้อยู่กับเขาสองต่อสอง แต่ตอนนี้เขากลับเป็นฝ่ายเข้าหาเธอเอง หัวใจวูบหล่นพร้อมกันทั้งนาชาและแพคเม่ เมื่อเสียงทุ้มต่ำ เย็นชาจนแทบไร้อารมณ์ดังขึ้น “นาชา ลงไปเรียกโบ๋ กลับบ้าน” ทันทีที่พูดจบ อาเธอร์ก็หักพวงมาลัยเข้าข้างทางอย่างไม่ลังเล นาชาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะทำเสียงงอนในลำคอ “เฮีย…” แต่จังหวะนั้นเอง อาเธอร์หันขวับไปมอง สายตานิ่งเฉียบจนคำพูดของนาชาหยุดลงกลางคัน สุดท้ายเธอก็เปิดประตูลงจากรถ ก่อนจะหันกลับมาเอ่ยอย่างขัดใจ “หนูจะฟ้องคุณย่า 'ไออุ่น' ว่าเฮียใจร้าย!” ประตูรถปิดลง แพคเม่ชะงักไม่แพ้นาชา เมื่อเห็นอีกฝ่ายลงจากรถ เธอก็เอื้อมมือไปจับที่เปิดประตู เตรียมก้าวลงตาม แต่... มืออุ่นๆ มือหนึ่งกลับคว้าข้อมือเธอไว้ แน่นพอให้รู้สึกได้ พร้อมกับเสียงเบา…แต่แฝงแรงกดดัน "เธอชื้อ...นาชาเหรอ? เท่าที่จำได้เธอชื่อแพคเม่ไม่ใช่หรือไง" แพคเม่สะดุ้ง หันขวับกลับมา หัวใจเต้นแรงจนใบหน้าขาวซีดลงทันตาเห็น เขา…แตะต้องตัวเราก่อนจริงๆ เหรอ ความคิดนั้นผุดขึ้นมา ทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดวูบ และโลกทั้งใบ…เหมือนหยุดหมุนไปชั่วขณะ แพคเม่ก้มหน้าลง ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นแผ่ว ราวกับพยายามกลั้นความรู้สึกทั้งหมดไว้ เธอตกใจ…และไม่เข้าใจ ว่าเขาใจร้ายกับนาชาได้ยังไง ทั้งที่อีกฝ่ายเป็น น้องสาวแท้ๆ ของเขา “รุ่นพี่จะใจร้ายกับนาชาแบบนี้ไม่ได้นะคะ…”
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม