เกิดใหม่ย้อนกลับ ปี พ.ศ 2557

1101 คำ
ตอนที่ 2 13.40 น.วันที่ 7 เดือน 7 ปี พ.ศ 2557 แสงสีทองสาดสะท้อนเข้าดวงตาของหญิงสาววัยสิบเก้าปี แพคเม่นอนหลับหนุนแขนตัวเองอยู่บนโต๊ะม้าหินอ่อน ใต้ร่มเงาต้นจำปาในมหาวิทยาลัย สายลมอ่อนพัดกลิ่นดอกไม้จางๆ คลอไปกับความง่วงงุน “แพคเม่…แพคเม่ ตื่นเร็ว” เสียงใสๆ ของใครบางคนดังขึ้นใกล้หูเธอ “นี่เธอแอบหนีเรียนวิชาคำนวณอีกแล้วใช่ไหม” หญิงสาวขยับตัวเล็กน้อย ก่อนจะยกมืออีกข้างปัดแขนเพื่อนออกอย่างรำคาญ “อะไรเนี่ย…ใครเอาดวงอาทิตย์มาส่องใส่หน้าฉัน” เธอเงยหน้าขึ้น หรี่ตาเพราะแสงแสบตาจนแทบลืมไม่ขึ้น ยกมือทั้งสองข้างขึ้นบังแสงสีขาวตรงหน้าก่อนจะค่อยๆ ลืมตามองรอบตัว ต้นจำปา… โต๊ะหินอ่อน… เสียงนักศึกษาพูดคุยกันไม่ไกล “เอ๊ะ…?” แพคเม่ชะงัก “เมื่อกี้ฉัน…กำลังจมน้ำไม่ใช่เหรอ” หัวใจเธอเต้นแรงขึ้น เธอพยายามทบทวนภาพสุดท้ายในความทรงจำ เสียงฝน… รถ… ความมืด… และน้ำเย็นเฉียบ ก่อนจะเงยหน้ามองเพื่อนตรงหน้าอย่างไม่แน่ใจ “นาชา…เธอไม่ได้ไปอยู่กับสามีที่ฝรั่งเศสเหรอ” นาชาถึงกับเบิกตากว้าง “บ้าไปแล้วเหรอแพคเม่ ฉันมีสามีที่ไหนกัน” เธอหัวเราะแห้งๆ ฮึ! ฮึ! “เรายังเรียนมหา’ลัยอยู่นะ เธอละเมอหรือเปล่าเนี่ย” แพคเม่นิ่งไปคำว่า เรียนอยู่ ดังสะท้อนในหัว “ไปเร็ว” นาชาดึงแขนเธอขึ้น “วิชานี้ทีไร โดนอาจารย์ทำโทษทุกทีเลยนะ” แพคเม่ลุกขึ้นยืนอย่างมึนงง หัวใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ ถ้านี่ไม่ใช่ความฝัน… งั้นแปลว่าเธอย้อนกลับมาแล้วจริงๆ "ฉันยังไม่ตาย ฉันยังไม่ตายใช่ไม๊" “ไม่สิ…” แพคเม่หยุดเท้าลงกะทันหัน แรงดึงทำให้นาชาที่กำลังจูงมือเธอกึ่งวิ่งกึ่งเดินถึงกับชะงัก เท้าเกือบล้ม “อ๊าย! อะไรของเธอเนี่ย” นาชาหันมาดุ “รีบๆ หน่อยสิ เดี๋ยวก็ถูกทำโทษอีกหรอก นี่เข้าเรียนช้าจะสี่สิบนาทีแล้วนะ!” แต่แพคเม่กลับไม่สนใจคำบ่นนั้น หัวใจเธอเต้นแรงผิดจังหวะ “อาเธอร์ล่ะ นาชา…อาเธอร์อยู่ไหน” นาชาย่นจมูก ยกปากยู่ขึ้นอย่างงงๆ “เธอถามหาพี่อาเธอร์ทำไม” น้ำเสียงแฝงความไม่เข้าใจ “เขาเกลียดเธอจะตาย” แพคเม่เม้มริมฝีปาก ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังต้องการคำตอบ “นาชา พี่ชายเธอล่ะตอนนี้เขาอยู่ไหน” เธอจ้องหน้าเพื่อนแน่น “มีใครเห็นเขาหรือยัง” นาชาขมวดคิ้ว เริ่มแน่ใจว่าเพื่อนตัวเองแปลกไปจริงๆ เธอยกหลังมือแตะหน้าผากแพคเม่เบาๆ “ก็ไม่มีไข้นี่นา…เพ้ออะไรของเธอเนี่ย” ก่อนจะถอนหายใจแล้วตอบอย่างรำคาญเล็กน้อย “พี่อาเธอร์เขาเรียนวิศวะช่างยนต์นะ ก็ต้องอยู่ตึกเขานู่นสิ” เธอส่ายหน้า “จะมาทำอะไรแถวนี้ได้ไง...แล้วก็” นาชาเน้นเสียงชัด “เขาเกลียดเธอจะตาย” แพคเม่นิ่งไป คำว่า เกลียด ดังก้องในหัวแต่ในหัวใจเธอ…มันไม่เหมือนเดิมแล้ว หน้าห้องคณะสถาปัตย์ ปี2 ทั้งสองยืนตัวตรงหน้าห้องเรียน นาชาสูดลมหายใจลึก ก่อนจะเอ่ยขออนุญาตเสียงใส “ขออนุญาตเข้าเรียนค่ะอาจารย์” แต่แพคเม่กลับยืนนิ่ง สายตาเธอจ้องมองอาจารย์ที่ยืนอยู่หน้าห้องอย่างตกตะลึง หัวใจเต้นแรงราวกับหลุดจังหวะ อาจารย์กันยารัตน์…เธอสบถเบาๆ ในใจ เป็นไปไม่ได้…อาจารย์ถูกรถชนหน้ามหาวิทยาลัย ขาหัก ต้องพักรักษาตัวยาวนี่นา ภาพความทรงจำในอนาคตชัดเจนเกินกว่าจะปฏิเสธได้ แต่ตอนนี้…อาจารย์ยืนอยู่ตรงหน้า เคร่งขรึม แข็งแรง ไม่มีร่องรอยบาดเจ็บใดๆ “ยืนทำอะไรอยู่ตรงนั้น!” เสียงดุเข้มทำให้แพคเม่สะดุ้ง อาจารย์กันยารัตน์จ้องทั้งสองคนอย่างไม่พอใจ “อาทิชา กับ มัสหยา” เสียงเรียกชื่อดังชัดถ้อยชัดคำ “เอาปากกาไปคาบ แล้วไปยืนกระต่ายขาเดียวหน้าห้อง” เธอหยุดเล็กน้อย ก่อนจะเน้นเสียงหนัก “สี่สิบนาที!” นาชาหน้าถอดสี แพคเม่ยังคงยืนนิ่ง หัวใจเต้นรัว นี่ไม่ใช่ความฝัน ไม่ใช่ภาพหลอน อดีต…กำลังเริ่มต้นใหม่จริงๆ ก่อนที่เธอจะหมุนตัวออกไปรับโทษ แพคเม่สูดลมหายใจลึก ก่อนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังผิดจากทุกครั้ง เพราะเธอรู้ดีว่า อีกเพียง 'สามชั่วโมง' ต่อจากนี้อาจารย์กันยารัตน์ จะถูกรถยนต์ของนักศึกษาชนตรงหน้ามหาวิทยาลัย และอุบัติเหตุนั้น…จะทำให้อาจารย์บาดเจ็บสาหัส “อาจารย์คะ…” ทั้งห้องเงียบลงเล็กน้อย แพคเม่เงยหน้ามองครูผู้ยืนอยู่ตรงหน้า แววตาเต็มไปด้วยความกังวล “วันนี้…อาจารย์ให้คนที่บ้านมารับกลับบ้านได้ไหมคะ” เสียงซุบซิบเริ่มดังขึ้นเบาๆ แต่อาจารย์กันยารัตน์กลับขมวดคิ้วทันที ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเข้มตามแบบฉบับครูผู้สอนวิชาคำนวณ “มัสหยา เธอคิดว่าที่นี่คือที่ไหน” สายตาคมกริบจ้องตรงมาที่เธอ “ไปทำหน้าที่ของเธอซะ ไปยืนหน้าห้องสี่สิบนาที” แพคเม่เม้มริมฝีปากแน่น หัวใจหนักอึ้งราวถูกกดทับ เธอหลับตาลงชั่วครู่ ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปเงียบๆ เสียงพึมพำเบาจนแทบไม่ได้ยินหลุดออกจากริมฝีปาก “หนูเตือนอาจารย์ได้เพียงเท่านี้นะคะ…” ก้าวเท้าหยุดหน้าห้องเรียน เธอลืมตาขึ้น แววตาแน่วแน่ปนเศร้า “ที่เหลือ…ก็สุดแล้วแต่กรรมค่ะ” ตึกวิศวะกรรมช่างยนต์ปี 4 อีกฝากฝั่งมหาลัยเดียวกัน หน้าห้องเรียนคึกคักกว่าปกติ เสียงหัวเราะ เสียงรองเท้ากระทบพื้นดังสลับกับบทสนทนาของนักศึกษาชาย กลางกลุ่มนั้น มีชายหนุ่มสามคนยืนรวมกันอย่างสะดุดตาไม่ใช่เพราะเสียงดัง แต่เพราะ “ออร่า” ที่ต่างกันชัดเจน หนึ่งในแก๊งหนุ่มหล่อ เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงครุ่นคิด “อาเธอร์มันไปไหนวะฟิว? อาจารย์เรียกให้ไปลงชื่อตึกสถาปัตย์ รอมันอยู่ตั้งครึ่งชั่วโมงแล้วนะ” ฟิวยกมือเกาหัวยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนตอบ “ไม่รู้ดิ… น่าจะมัวแต่ยุ่งกับเรื่องของตัวเองเหมือนทุกทีแหละ” แบงค์เลิกคิ้ว มองไปยังปลายโถงด้วยสายตาเย็น “ยุ่งเรื่องของตัวเองหรือเปล่าไม่รู้ แต่ครั้งนี้ถ้าไปสายอีก…โดนอาจารย์ดุแน่”
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม