ตอนที่ 3
นนกูลย่นจมูก สูดลมหายใจแบบผู้ดีแต่แฝงความหงุดหงิด
“เอาเถอะ ไปเถอะ เดี๋ยวอาเธอร์ก็โผล่มาเองแหละ”
ฟิวเดินเข้าไปกอดคอนนกูลอย่างคุ้นเคย ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบๆ
“ป่ะ พวกเราไปก่อนเถอะ เดี๋ยวมันก็คงตามไปเองแหละ”
เขาพยักหน้าไปทางตึกสถาปัตย์ เหมือนไม่ได้กังวลอะไรนักทุกคนหัวเราะเบาๆ
ก่อนเริ่มจัดแจงกลุ่มนักศึกษา เพื่อออกไปทัศนศึกษานอกสถานที่ ทิ้งคำถามทั้งหมดไว้เบื้องหลัง โดยไม่รู้เลยว่า…อีกไม่นาน การตามมาของใครบางคน จะเปลี่ยนเรื่องราวทั้งหมดไปตลอดกาล
คณะสถาปัตย์ชั้น 5
เสียงรองเท้ากระทบขั้นบันไดดังหนักแน่น
ตึก… ตึก… ตึก…
ฟังจากจังหวะ น่าจะมีราวสามถึงสี่คน กำลังเดินขึ้นมาพร้อมกัน แพคเม่ยืนคาบไม้บรรทัด ทรงตัวด้วยท่ากระต่ายขาเดียวอยู่หน้าห้อง
ข้างกายคือนาชา ที่ยืนเกร็งไม่ต่างกัน หัวใจของแพคเม่เต้นแรง เธอรู้ดีว่าเสียงนั้นคือใคร
อีกไม่กี่วินาที… เธอคิดในใจ ก่อนจะหันไปมองทางเดินตรงบันไดขั้นสุดท้าย
ตอนนี้เวลานี้
รุ่นพี่อาเธอร์
รุ่นพี่ฟิว
รุ่นพี่นนกูล
รุ่นพี่แบงค์
ทั้งสี่คนจะเดินผ่านหน้าห้องนี้พอดี และใน “อนาคต” ที่เธอเคยผ่านมาแล้ว เธอจงใจแกล้งเป็นลม หวังให้รุ่นพี่อาเธอร์รับร่างเธอไว้ในอ้อมกอด
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับไม่เป็นอย่างนั้น เขาขยับตัวหลบออกอย่างเย็นชา ปล่อยให้ร่างของเธอล้มลง กระแทกพื้นอย่างแรง นอนกองอยู่ตรงนั้น…ต่อหน้าทุกคน แพคเม่ถอนหายใจแรงหัวใจหวิววาบ
ครั้งนี้…ฉันจะไม่ทำพลาดซ้ำอีก
เมื่อเสียงรองเท้าเหยียบขั้นบันไดขั้นสุดท้ายดังขึ้น
สามร่างสูงโปร่ง หล่อคม ผิวขาวสะอาดตา ก็ปรากฏตัวตรงปลายทางเดิน
พวกเขาเดินผ่านแพคเม่กับนาชาไปอย่างไม่แม้แต่จะชะลอฝีเท้า
ทุกอย่าง…เหมือนกับอนาคตที่เคยเกิดขึ้นแล้วทุกประการ
ยกเว้นเพียงคนเดียว รุ่นพี่อาเธอร์ ไม่อยู่ในกลุ่มนั้น
แพคเม่ดวงตาเบิกกว้าง
หัวใจเต้นแรงผิดจังหวะ หรือว่ามันจะมีอะไรบิดเบือน…ไม่สิ มันต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆ
ยังไม่ทันที่เธอจะคิดต่อ
เสียงฝีเท้าหนักแน่น เย็นเฉียบ ก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
ตึก…ตึก…
ร่างสูงโปร่งในชุดนักศึกษาวิศวะก้าวเข้ามา ใบหน้าหล่อคม แววตานิ่งลึกราวกับซ่อนอะไรบางอย่างไว้ข้างใน
เขาเดินผ่านเธอช้าๆ ก่อนจะหยุด…ตรงหน้าเธอ
แพคเม่เอียงคอเล็กน้อย สมองว่างเปล่าไปชั่วขณะ
เอ๋…เขาต้องไม่หยุดสิ… สิ่งที่ควรเกิดคือ…เราต้องแกล้งล้ม แล้วให้พี่เขาประคองไม่ใช่เหรอความคิดนั้นวนซ้ำไม่หยุดในหัว
แต่ในเวลาเดียวกันอาเธอร์ ที่ยืนล้วงมือไว้ในกระเป๋ากางเกง ก็จ้องมองเธอไม่กะพริบ
ล้มลงมาสิ…
เร็วเข้า…
เขากำลังรอให้เธอแกล้งล้มลงมาเหมือนครั้งนั้น
คราวนี้…เขาจะไม่หลบเขาจะรับเธอไว้ และจะกอดไม่ปล่อยอีกเลย
เพราะการกลับมาครั้งนี้ เขาตั้งใจจะแก้ไขทุกความผิดพลาดที่เคยทำกับเธอ
แต่ทั้งสองคนไม่รู้เลยว่า พวกเขาย้อนเวลากลับมาพร้อมกัน
ต่างคนต่างยืนรอ ต่างคนต่างมั่นใจว่า “อีกฝ่าย” จะเป็นฝ่ายเริ่ม เสี้ยววินาทีแห่งความลังเล กลับกลายเป็นช่องว่างของโชคชะตา
“อาเธอร์! ทางนี้เร็วๆ!”
เสียงหนึ่งดังขึ้นอย่างร่าเริง
“อาจารย์รอมึงคนเดียวเนี่ย!”
ฟิววิ่งเข้ามากอดคออาเธอร์อย่างแรง ลากร่างสูงออกไปจากตรงนั้นทันที อาเธอร์หันกลับมามองแพคเม่เพียงแวบเดียว
สายตานั้นเต็มไปด้วยคำพูดที่ยังไม่ได้เอ่ย ก่อนที่เขาจะถูกพาเดินหายไปตามทางเดิน
แพคเม่ยืนนิ่ง หัวใจว่างเปล่าอย่างบอกไม่ถูก
และในจังหวะเดียวกันนั้น เสียงจากในห้องเรียนก็ดังขึ้น
ราวกับเสียงสวรรค์…
“มัสหยา อาทิชา กลับเข้ามานั่งที่!”
เสียงอาจารย์ดังขึ้นจากหน้าห้อง ทั้งสองรีบก้าวเข้ามา ก่อนจะทรุดนั่งลงกับพื้นอย่างหมดแรง แทบจะกองอยู่ตรงนั้น
นาชาขยับขาไปมาเล็กน้อย ก่อนจะกระซิบเสียงเบา
“ช่วยด้วย…ตะคริวกินขาฉันอ่ะ”
เธอทำหน้ามุ่ย
“แพคเม่ เธอเป็นเหมือนฉันไหม บ้าเอ๊ย โดนแบบนี้บ่อยเกินไปแล้วนะ”
แพคเม่หันไปมองหน้าเพื่อนสาว ก่อนจะหลุดหัวเราะเบาๆ อย่างขบขัน
“ฉันเองก็ไม่ต่างจากเธอหรอกน่า”
เธอกระซิบตอบพลางยิ้ม
“ตะคริวกินตั้งแต่ตอนรุ่นพี่ทั้งสี่คนเดินผ่านแล้วละ”
นาชาชะงัก ก่อนจะหันมามองหน้าเธออย่างจับผิด
"หยุดคิดจะจีบพี่ชายฉันเลยนะไม่ได้ผลหรอก เขาเกลียดเธอย่างกับอะไรดี"
แพคเม่ยิ้มบางๆ แต่หัวใจกลับเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง
เพราะครั้งนี่ทุกอย่างมันจะต้องดี ตั้งแต่ต้นจนจบ
แพคเม่ลุกขึ้นก่อนจะพยุงนาชาเบาๆ
“ไปเถอะ เข้าเรียนกัน”
เธอเอ่ยเสียงแผ่ว
“ฉันสัญญา… ต่อจากนี้จะไม่ทำให้เธอต้องเดือดร้อนเพราะฉันอีกแล้ว”
นาชาค่อยๆ ลุกขึ้น ก่อนจะเบ้ปากเล็กน้อยแล้วกลอกตามองบน
“เธอพูดแบบนี้มาเป็นร้อยครั้งแล้วนะเม่”
เธอหันมามองเพื่อนสาวด้วยสีหน้ากึ่งงอนกึ่งเอือม
“แต่สุดท้ายก็ทำเหมือนเดิมทุกทีนั่นแหละ”
นาชาสะบัดหน้าเบาๆ
“ชิ…ฉันไม่เชื่อเธอหรอก”
แพคเม่ได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ แต่ในแววตานั้นกลับจริงจังกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะครั้งนี้ เธอไม่ได้พูดเพื่อปลอบใจเพื่อน
แต่พูดเพราะรู้ดีว่า ถ้ายังทำพลาดซ้ำอีกอนาคตจะพังทั้งชีวิต
ภาพอนาคตที่เคยเกิดขึ้นฉายชัดในความทรงจำ
เพราะเธอ…นาชาต้องถูกทำโทษแทบทุกวัน
ถูกลากไปยืนหน้าเสาธง ถูกตำหนิ ถูกเพ่งเล็ง
จนกระทั่งเรียนจบมหาวิทยาลัย
ทั้งหมดนั้น…เกิดจากแพคเม่ เธอกำมือแน่นขณะพยุงเพื่อนเดินไปข้างหน้า ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป
จะไม่มีภาพเหล่านั้นเกิดขึ้นอีก เธอให้คำสัญญา
ทั้งกับนาชาและกับตัวเอง