สีครีมลายเชอร์รี่

1328 คำ
ตอนที่ 1 สีครีมลายเชอร์รี่ “อีเอย กูบอกกี่ทีแล้วให้แต่งตัวดีๆ” เวสป้าบ่นออกมาเมื่อเจอเพื่อนสนิทที่หน้าตึกคณะ แน่นอนว่าไม่ใช่ครั้งแรกที่อีกฝ่ายทำแบบนี้ ชายหนุ่มถอนหายใจอย่างหน่ายเซ็ง มองหญิงสาวตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าด้วยสายตาเอือมระอา “เออออ ก็ชุดมันไม่แห้ง เหลือกระโปรงตัวเดียวให้ทำไง” เจ้าเอยทำหน้ากวน ๆ วันนี้เธอสวมกระโปรงพลีตตัวสั้น ซึ่งสั่งซื้อออนไลน์มาผิดไซซ์ตั้งแต่ตอนเรียนปีหนึ่ง แต่ที่ยังเก็บไว้ก็เพราะมันสามารถใช้อวดขาเรียวยาวของตนได้ ทำให้หลายคนต้องหันมามองในทุกครั้งที่ใส่ตัวนี้ “อย่าคิดว่ากูไม่รู้ว่ามึงจงใจใส่มา” ชายหนุ่มผมทองเบ้ปากอย่างรู้ทัน ถึงเพื่อนสนิทของตนจะไม่ได้ใส่บ่อย ๆ แต่ทุกครั้งที่ใส่มักสร้างเรื่องเสมอ ทำเอาเขาปวดหัวไปหมด “รู้ดีอะ รับจ็อบเสริมเป็นผัวกูเลยไหม” ว่าแล้วหญิงสาวก็ยกแขนขึ้นควงอีกฝ่าย พลางยื่นหน้าไปทำท่าทางออดอ้อน แต่ในสายตาของคนมองนั้นเห็นแต่ความกวนจนรู้สึกหมั่นไส้ ชายหนุ่มจึงผลักอีกคนออกในทันที แล้วดันหลังให้เธอเดินนำไปก่อน “กูแค่อุจาดตาค่ะ รีบเดินได้แล้ว” แม้จะพูดแบบนั้น เวสป้าที่เป็นเพื่อนเกย์สาวก็เดินขึ้นบันไดตามหลังไป คอยบังไม่ให้คนอื่นเห็นอันเดอร์แวร์ที่วับ ๆ แวม ๆ ออกมาในจังหวะที่ก้าวขา เจ้าเอยเดินไปยิ้มไป ทั้งยังจงใจยกสะโพกให้สูงขึ้นเวลาที่ก้าว ทำให้กระโปรงยิ่งพลิ้วไหวไปตามแรงเดิน สุดท้ายเวสป้าก็ทนไม่ไหว คว้ากระเป๋าของตนขึ้นบดบังสายตาคนอื่นที่มองมา กว่าจะถึงห้องเรียนก็เล่นเอาเขาเหนื่อยใจไม่น้อย เวสป้า ชายหนุ่มผมสีทองยาวประบ่า มักจัดทรงด้วยการทัดหูบ้าง ติดกิ๊บบ้าง ไม่ก็มัดผมแบบลวก ๆ แต่โดยรวมแล้วเขามีลุคเหมือนลูกคุณหนูที่หลุดออกมาจากนิยายวาย มีเหล่าพระเอกและตัวร้ายต่างหมายปองอย่างไรอย่างนั้น ทว่านอกจากรูปลักษณ์ภายนอกแล้ว อุปนิสัยเรียกได้ว่าโคตรสวนทาง ทั้งปากแจ๋ว ทั้งขี้บ่น แถมขี้วีน จนเรียกได้ว่าอ้าปากทีไรความสวยที่มีก็ติดลบไปในทันที ส่วนเจ้าเอยเป็นหญิงสาวผมยาวสีน้ำตาล เธอเลือกเช่าหอพักนักศึกษาในมหาวิทยาลัยเพราะต้องการประหยัดค่าห้อง บางครั้งก็ไปช่วยทำงานพิเศษที่ร้านกาแฟของลุงรหัส ส่วนเรื่องการเรียนเรียกได้ว่าอยู่ในอันดับต้น ๆ ของห้อง หากรู้จักเพียงผิวเผินก็คงคิดว่าเป็นเด็กที่ทั้งเรียบร้อย เรียนดี และขยัน ทว่าแท้จริงแล้วเธอชอบปาร์ตี้แบบสุด ๆ แถมเป็นขาประจำร้านเหล้าอยู่หลายแห่ง แม้หน้าตาและรูปร่างจะดีเพียงใด เจ้าตัวก็ครองความโสดมาโดยตลอด เพราะมีความรู้สึกไม่ไว้ใจผู้ชาย และไม่พร้อมที่จะมีความรัก พวกเขาเป็นเพื่อนสนิท รู้จักกันตอนเข้ามหาวิทยาลัยใหม่ ๆ สาเหตุที่เข้ากันได้ดี เนื่องจากทั้งคู่มีคนที่ไม่ชอบหน้าเป็นคนเดียวกัน แน่นอนว่าศัตรูของศัตรูก็คือมิตร และเมื่อรู้จักกันมากขึ้นก็ยิ่งเข้าขากันได้ดี เพราะมีความชอบและความไม่ชอบคล้ายคลึงกัน เลยลงหลักปักความเป็นเพื่อนซี้ตั้งแต่นั้นมา แม้คนที่ไม่ชอบจะซิ่วไปเรียนที่อื่นแล้วก็ตาม “เย็นนี้มึงไปทำงานปะ” เวสป้าเอ่ยถามเมื่อเลิกคลาสเรียน เพราะตารางการทำงานของเพื่อนสนิทนั้นไม่แน่นอน ทำให้กลายเป็นกิจวัตรประจำวันไปแล้วที่ต้องถามทุกครั้งก่อนจะแยกย้ายกันกลับที่พัก “อื้อ วันนี้เลิกสี่ทุ่ม กูไปนอนห้องมึงนะ” “มึงเลิกเช่าหอใน แล้วมาหารคอนโดกับกูได้ยัง” เป็นคำถามที่พูดบ่อยจนเบื่อ แต่เวสป้าก็ยังถาม แม้จะรู้คำตอบอยู่แล้วก็ตาม “แหม อีป้า เกิดมึงมีผัวขึ้นมา กูจะไปซุกหัวนอนที่ไหนคะเพื่อน” “กูว่ามึงมากกว่ามั้งที่น่าจะมีผัวก่อนกูเนี่ย ดูกระโปรงมึงด้วยค่ะ อีกนิดก็เอากางเกงในออกมาใส่ข้างนอกได้แล้ว” ไม่ว่าเปล่า ชายหนุ่มยังเอื้อมไปดึงชายกระโปรงให้ต่ำลงมาอีกด้วย “อย่าเวอร์ มันยาวจะคลุมหัวเข่าอยู่แล้ว” แม้จะห่างอยู่คืบหนึ่งก็ตาม เจ้าเอยคิดในใจ “สีครีม ลายเชอร์รี” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ “มึงแอบดูกางเกงในกูเหรอ” “แหม เอาอะไรมาแอบคะ กูเดินขึ้นบันไดมา ตูดมึงเด้งจะชนหน้ากูอยู่แล้ว” เวสป้าเท้าเอวอย่างหาเรื่อง เขาละปวดหัวกับเพื่อนสนิทคนนี้จริง ๆ “อ๋อ ดูแบบตั้งใจ ไม่ได้แอบดู” “อีเอย!” เวสป้าแว้ดขึ้นมา เพื่อนร่วมห้องที่ทยอยเก็บของหันมามองเล็กน้อยแล้วปล่อยผ่านไป ทั้งสองคนมักตีกัน...เอ๊ย คุยกันอย่างสนิทสนมแบบนี้ประจำ จนเป็นความเคยชินของทุกคนไปเสียแล้ว “ว่าไงคะ ผัวขา” ไม่ว่าเปล่า เจ้าเอยยังยื่นหน้าไปใกล้ แล้วทำตาแป๋วใส่ “ผัวแม่มึงสิ!” ไม่เพียงแค่พูด แต่ชายหนุ่มยังชูนิ้วกลางให้เพื่อนอีกต่างหาก “อ้าว สวัสดีค่ะ คุณพ่อ” เจ้าเอยทำหน้ากวน ๆ เวสป้าที่ทนไม่ไหวก็ได้แต่ทำท่าทึ้งผมตัวเองปลอม ๆ ด้วยความโมโหแทน เห็นดังนั้นหญิงสาวก็หัวเราะลั่นอย่างไม่รักษาภาพลักษณ์ เพียงไม่นานจากท่าทีที่เหมือนจะกินหัวกันในตอนแรก ทั้งคู่ก็เดินควงแขนอย่างสนิทสนมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เวสป้าขับรถยนต์ไปที่หอพัก ซึ่งอยู่ลึกสุดด้านในของมหาวิทยาลัย เพื่อให้เจ้าเอยมาเก็บของจำเป็น เพราะร้านที่เพื่อนตัวเล็กทำงานนั้นอยู่ใกล้กับคอนโดของเขามากกว่า หากวันไหนที่ต้องเลิกงานดึก ก็มักจะมาอาศัยห้องนอนของเขาอยู่เป็นประจำ แม้จะเคยชวนไปอยู่ด้วยกันหลายครั้ง จนตอนนี้ก็เอาข้าวของส่วนตัวหลายอย่างไปไว้ที่นั่นแล้วก็ตาม แต่เจ้าเอยก็ยังยืนยันที่จะอยู่หอในอยู่ดี เรื่องนี้เลยเป็นทั้งความเข้าใจและไม่เข้าใจสำหรับชายหนุ่ม “สวัสดีค่า รับอะไรดีคะ” เจ้าเอยในชุดยูนิฟอร์มของร้านยืนรับออร์เดอร์อยู่หน้าเคาน์เตอร์ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ในช่วงปีหนึ่งเธอมาทำงานที่นี่เกือบทุกวัน แต่พอร้านขยับขยายก็มีพนักงานมากขึ้น จำนวนวันเข้างานจึงลดลงตามไปด้วย ถึงอย่างนั้นถ้าช่วงไหนที่คนงานไม่พอ เธอก็จะมาช่วยที่ร้านอยู่เป็นประจำ “เอาอเมริกาโนส้มครับ” ลูกค้าร่างโปร่งยืนยิ้ม พร้อมยกมือถือมารอจ่ายเงิน เจ้าเอยรับออร์เดอร์แล้วมองตามตาไม่กะพริบ เพราะไม่ได้เห็นคนที่สูงขนาดนี้ ทั้งยังหน้าตาดีในระยะประชิดบ่อย ๆ ทำเอารู้สึกกระชุ่มกระชวยหัวใจจนหัวเราะออกมาเบา ๆ “หล่อเนอะ พี่เอย” แอล รุ่นน้องที่ทำหน้าที่เป็นบาริสตากระซิบกระซาบ เจ้าเอยก็พยักหน้าเห็นด้วย ทว่าสิ่งที่เจ้าเอยสังเกตเห็นนั้นต่างจากมุมมองของแอล เธอพบว่าชายหนุ่มผมสีชมพูโดดเด่นเมื่อครู่ เอาแต่หันไปมองเวสป้าซึ่งนั่งเงียบ ๆ ตรงมุมในที่ประจำ แถมทำหน้าตาเจ้าเล่ห์คล้ายมีแผนการ คนตัวเล็กหรี่ตาเล็กน้อยอย่างจับผิด คงไม่ใช่ว่าไอ้หมอนี่จะสนใจเพื่อนเธอหรอกใช่ไหม!?
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม