บทที่ 20 เด็กหัดดื่มไวน์

1670 คำ
แต่สุดท้ายแล้วผลการประกวดที่ออกมากลับผิดคาด คนที่ได้ตำแหน่งดาวมหาวิทยาลัยจริงๆ กลับเป็นรสรินทร์ คนที่ตอบคำถามได้สั้นกระชับและล่องลอยแบบที่สุด เอมมาลินได้แต่ยิ้มให้รสรินทร์อย่างยินดี เอมมาลินได้ครองตำแหน่งรองดาวมหาวิทยาลัย แต่ความสามารถพิเศษและการตอบคำถาม เป็นสิ่งที่ยังตราตรึงอยู่ในใจคนดู และเป็นคำถามที่ทุกคนสงสัยว่าการประกวดครั้งนี้มีการล็อกตำแหน่งหรือไม่ แต่เรื่องนี้เอมมาลินไม่ใคร่สนใจนัก เธอไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่ง และรู้สึกดีเสียอีกที่ชีวิตไม่ต้องวุ่นวาย และเธอได้ทำหน้าที่ดาวคณะได้ที่สุด จนเพื่อนๆ อาจารย์ในคณะเอ่ยปากชมไม่หยุด ฌอร์นล่ำลาอธิการบดีและเดินไปหาเอมมาลินที่หลังเวที เด็กสาวหันมายิ้มกว้างให้กับเขา ในมือมีดอกไม้ช่อโต มีสายสะพายและมีมงกุฎดอกไม้อยู่บนหัว แต่ก่อนที่เธอจะเดินเข้ามาหาเขา รสรินทร์ก็เดินลงมาจากเวทีและเผลอชนฌอร์นเข้า “อุ้ย ขอโทษค่ะ!” รสรินทร์เอ่ยปากขอโทษ และเงยหน้ามองชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ เขามองรสรินทร์อย่างไม่ถือสา “ไม่เป็นไรครับ” ฌอร์นตอบอย่างสุภาพ รสรินทร์เห็นชายหนุ่มรูปร่างหล่อเหลาน่าเกรงขาม ใจก็เต้นแรง เธอช้อนสายตามองเขาอย่างยั่วยวนเชิญชวนและเผยอริมฝีปากขึ้นนิดหน่อย อย่างที่ชายหนุ่มผู้มากประสบการณ์อย่างเขารู้ทันว่าเธอต้องการอะไร “รสรินทร์ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ” เธอยื่นมือไปหาฌอร์น เขายื่นมือไปจับเพื่อไม่ให้เธอเสียหน้า “ผมฌอร์นครับ” “ขออนุญาตเรียกว่าพี่ฌอร์นแล้วกันนะคะ พี่ฌอร์นเข้ามาหาใครเหรอคะ” รสรินทร์ถามอีก ฌอร์นหันหน้าไปหาเอมมาลิน เมียเด็กของเขาที่ยืนหน้ามุ่ยอย่างไม่พอใจจนเห็นได้ชัด รสรินทร์ยังไม่ยอมปล่อยมือเขาออก “มาหาชะเอมครับ” “อ๋อ... ชะเอม เป็นพี่ชายของชะเอมเหรอคะ” รสรินทร์ยังถามไม่หยุด แต่เอมมาลินไม่ทนเห็นสามีตัวเองจับมือกับรสรินทร์นาน เธอเดินพรวดพราดเข้าไปแทรกกลางระหว่างรสรินทร์กับฌอร์นทันที จนมือทั้งสองแยกออกจากกัน ก่อนจะเดินหนีหายไป “ผมขอตัวก่อน” ฌอร์นไม่ตอบคำถามรสรินทร์ เขาเดินตามเอมมาลินออกมาติดๆ “ชะเอม!” เขาเรียก แต่เธอยังไม่ยอมหยุด “ชะเอม ฉันสั่งให้หยุด!” เขาเรียกเธออีก เอมมาลินหยุดฝีเท้าทันที เพราะรู้ว่าถ้ามีครั้งที่ 3 เขาจะโมโหและทำโทษเธออีก “จะไปไหน” เธอหันมาช้าๆ และทำหน้าบึ้งตึง “ไปห้องน้ำค่ะ!” “จะไปห้องน้ำแล้วทำไมไม่บอก เดินจ้ำอ้าวมาแบบนี้ทำไม” เขาเอ็ด เอมมาลินไม่ตอบกลับยื่นช่อดอกไม้ สายสะพายและมงกุฎดอกไม้ใส่มือเขาจนเต็มไปหมด สิณเห็นเจ้านายถือของพะรุงพะรังก็เข้ามาช่วย “ขอโทษค่ะ” เธอยกมือไหว้ขอโทษ และเดินไปเข้าห้องน้ำ ฌอร์นส่ายหน้าระอา นับวันยิ่งดื้อ! “เป็นอะไรของเขา” “สงสัยจะหึงเจ้านายล่ะมั้งครับ” สิณบอกหลังได้ยินฌอร์นเปรยออกมา ฌอร์นหันไปมองหน้าลูกน้องคนสนิทและคิ้วขมวด “หึง... อย่างนั้นเหรอ” เขาถามย้ำ สิณพยักหน้า “ครับ หึง... เชื่อผมเถอะ” สิณยืนยันคำเดิม และมันก็จริงอย่างที่สิณบอก พอเอมมาลินอยู่คุยกับเพื่อนและทำกิจกรรมอีกนิดหน่อยก็ได้เวลากลับบ้าน ระหว่างที่นั่งอยู่บนรถเธอก็นิ่งเงียบหน้าบูดหน้างอ จนเขาเอาใจไม่ถูก ฌอร์นดึงเธอเข้ามากอดไว้แน่น แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป นอกจากถามเรื่องกินมื้อเย็น ช่วงค่ำเขาพาเอมมาลินและลูกน้องอีกสองคนไปกินข้าวที่ร้านอาหารสุดหรูบนโรงแรมชื่อดัง ถือเป็นการเลี้ยงฉลองที่เธอได้ตำแหน่งรองดาวมหาวิทยาลัย ตอนที่นั่งกินข้าวเธอก็ไม่พูดไม่จาไม่คุยกับเขา “ลองดื่มไวน์ดูไหม” เขาถามและยื่นแก้วไวน์แดงให้กับเธอ เอมมาลินส่ายหน้า “ไม่ค่ะ” “ลองดูสักหน่อย เผื่อต่อไปในอนาคตจะต้องไปร่วมงานของบริษัท หรืองานตามโรงแรม ที่ให้ดื่มนี่ไม่ได้ให้ติด แต่ให้ดื่มเป็น พอเข้าสังคมได้” เขาบอกอีก เอมมาลินมองเขาอย่างไม่พอใจ “พี่ฌอร์นจะสั่งให้ชะเอมหัดดื่มก็บอกมาตามตรงเถอะค่ะ ชะเอมหัดดื่มให้ก็ได้!” เธอพูดอย่างสะบัดงอน ฌอร์นส่ายหน้า และยื่นแก้วไวน์แดงให้กับเธอ “ไวน์แดงมักจะดื่มคู่กับอาหารที่เป็นเนื้อสีแดง เช่น เนื้อวัว เนื้อแกะ ปลาเนื้อแดง แซลมอน ทูน่า ส่วนไวน์ขาวจะเหมาะกับปลาที่มีเนื้อสีขาว สลัด อาหารทะเล อะไรประมาณนี้” ฌอร์นสอน เอมมาลินยกแก้วขึ้นมาดมๆ ทำจมูกฟุตฟิตใส่ “เวลาจับแก้วไวน์ ให้จับที่ก้านของแก้ว อย่าไปจับที่ตัวแก้ว เพราะอุณหภูมิในมือจะทำให้รสชาติไวน์เปลี่ยน” เขาสอนเธออีก เอมมาลินทำตาม จากนั้นเขาก็สาธยายไปถึงไวน์ชนิดต่างๆ เมืองที่ผลิตไวน์ ราคาของไวน์ แม้ว่าเธอจะไม่อยากฟัง แต่ก็ถูกเขาบังคับให้ฟัง ฌอร์นย้ำนักย้ำหนาว่าเป็นความรู้รอบตัวที่ใช้ในการเข้าสังคมในแวดวงธุรกิจ “ชน...” เขายื่นแก้วไปหาเธอ เอมมาลินยื่นแก้วชนเบาๆ เขาสอนให้เธอจิบไวน์ไปพร้อมๆ กับการสูดลมหายใจเข้า ให้ได้กลิ่นไวน์พร้อมกับที่ปลายลิ้นสัมผัสรสชาติ และพอได้ดื่มจริงๆ เธอถึงรู้ว่ารสชาติมันไม่ได้แย่ ฌอร์นเห็นเด็กสาวดื่มได้ ก็สั่งไวน์ขาวมาเพิ่ม และสอนให้เธอจับคู่ไวน์กับอาหารต่างๆ พอเริ่มดื่มก็เริ่มเพลิน ยิ่งมีเพลงคลอเบาๆ ยิ่งทำให้เอมมาลินเคลิ้ม เอมมาลินกดไวน์ไป 6 แก้ว ถือว่าเยอะพอสมควรสำหรับการดื่มครั้งแรก แต่ฌอร์นก็ตามใจเพราะเขาอยู่ดูแลเธอไม่ได้ไปไหน ยังดีกว่าให้เธอไปหัดดื่มกับคนอื่น เพราะดูทรงแล้วเธอน่าจะโดนหลอกได้ง่าย พอขึ้นรถมาได้เธอก็นั่งกอดเขาแน่น เอาหน้าซุกลงกับหน้าอกของเขา และยังถือดีเอามือมาวางไว้ที่เป้ากางเกงเขาอีกด้วย ฌอร์นหายใจแรง กลิ่นกายสาวอันหอมกรุ่นผสมกับกลิ่นไวน์ชวนหลงใหล เธอครางเบาๆ ในลำคอ และพอถึงจุดนี้เขาจึงตัดสินใจเด็ดขาดเลยว่าจะต้องหัดให้เธอดื่มเหล้า ดื่มไวน์ให้คอแข็งให้ได้ ถ้าไปดื่มแล้วคออ่อนมั่วซั่ว ได้ถูกพาขึ้นโรงแรมแน่นอน! “พี่ฌอร์นขา...” เธอเรียกเขา สิณและนัทหันไปมองหน้ากันอย่างไม่ได้นัดหมาย ดูเหมือนคุณหนูของพวกเขากำลังจะออกฤทธิ์เสียแล้ว “ว่าไง” “ไม่มีอะไรค่ะ ชะเอมแค่รักพี่ฌอร์น” เธอบอกรักเขาและหัวเราะคิกคัก ฌอร์นใจกระตุกหวั่นไหว สิณกับนัทได้แต่นั่งอมยิ้ม นึกเอ็นดูเด็กสาวที่ทำให้เจ้านายผู้แข็งแกร่ง โหดเหี้ยม กลับอ่อนโยนลงได้ “อื้อ...” “ชะเอมรักพี่ฌอร์นม๊ากมาย พี่ฌอร์นอย่าใจร้ายกับชะเอมนักนะคะ” เธอกระเซ้า เงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มและเอามือเล็กๆ มาลูบหน้าลูบคางอย่างอวดดี ฌอร์นมองเด็กสาวอย่างไม่ถือสา แค่ในใจนึกหมายมาดเอาไว้แล้วคืนนี้จะต้องสั่งสอนเสียให้เข็ด! “อื้ม!” “พี่ฌอร์นน่ารัก ใจดีจังเลยค่ะ” ไม่พูดเปล่า เธอยื่นริมฝีปากไปหอมแก้มและจูบปากเขาด้วย ฌอร์นนั่งนิ่งๆ รับสัมผัสจากเด็กสาวอย่างเผลอไผลและลืมไปเสียสนิทใจว่ามีลูกน้องอีกสองคนนั่งอยู่ด้านหน้า เอมมาลินขบกัดเรียวปากเขาเบาๆ และดูดปลายลิ้นของเขาเล่น ก่อนจะปีนขึ้นไปนั่งตักเขา “ชะเอม...” เขาเรียกเธอเสียงดุ แต่เธอก็ยังไม่หยุด นั่งคร่อมร่างใหญ่เอาไว้และประคองใบหน้าเขาด้วยฝ่ามือเล็กๆ ทั้งสองข้าง “ชะเอมอยากกอดพี่ฌอร์น” เธอพูดเสียงหวาน ฌอร์นเอามือลูบๆ คลำๆ สะโพกอวบๆ ของเธอ และหลับตาลงช้าๆ “ไอ้สิณ... แกขับรถกลับบ้านยังไงก็ได้ให้เร็วที่สุด!” “คะ... ครับ!” พอสั่งลูกน้องเสร็จเรียบร้อย เขาก็กอดร่างของหญิงสาวเอาไว้แน่นและบดริมฝีปากจูบเอมมาลินอย่างดูดดื่ม เป็นจูบที่สูบวิญญาณหญิงสาวออกจากร่างได้เป็นอย่างดี เอมมาลินครางเบาๆ สองมือโอบรัดต้นคอเขาไว้แนบแน่น และเบียดกายเข้าหาแนบชิดมากไปกว่าเดิม “อ่าส์... ชะเอม!” เขาเรียกหญิงสาว ดวงตาฉายชัดถึงความปรารถนาอันร้อนแรง ก่อนจะก้มลงจูบริมฝีปากของเธออีก สิณรีบเหยียบคันเร่งจนมิด เพราะรู้ดีว่าตอนนี้เจ้านายกำลังจะขาดใจตายเสียแล้ว สิณขับรถมาถึงบ้านภายในเวลาอันรวดเร็ว พอรถจอดปุ๊บเขาก็อุ้มหญิงสาวลงจากรถทันที นัททำหน้าที่เปิดประตูบ้านอำนวยความสะดวกให้ พอเจ้านายหนุ่มเดินขึ้นไปยังชั้นสอง สิณกับนัทก็หันมามองหน้ากันและอมยิ้ม “สงสัยคืนนี้จะงานหนัก” นัทเปรยๆ “มีเมียเด็กขี้อ้อนก็แบบนี้ ต้องเหนื่อยหน่อยเป็นธรรมดา” “ไม่เคยเห็นเจ้านายเราอยู่ในโหมดนี้มาก่อน” “ฉันก็เพิ่งเคยเห็นพร้อมๆ กับแกนี่ล่ะ!”
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม