เอมมาลินได้รับคัดเลือกให้เป็นดาวคณะ แบบที่เธอคาดไม่ถึงและไม่ต้องการ เพราะเธอคิดว่าหลังจากนี้ชีวิตเธอจะต้องวุ่นวาย ต้องทำกิจกรรมมากขึ้น ซึ่งมันจะเบียดบังเวลาที่เธอจะหัดตัดเย็บเสื้อผ้าและไปช่วยงานพ่อที่บริษัท
“ได้ข่าวว่าเธอได้เป็นดาวคณะเหรอ” ฌอร์นถามขณะนั่งอยู่ในรถบนถนนที่มีการจราจรอันแสนจะติดขัด
“ใช่ค่ะ”
“ไม่ดีใจเหรอ” เขาถามอีก เธอส่ายหน้า
“ไม่เลยค่ะ ชะเอมไม่อยากเป็นดาวไม่อยากเป็นเดือนอะไรทั้งนั้น ชะเอมไม่ชอบให้ใครมาสนใจ ชอบอยู่เงียบๆ มากกว่า”
“อ้าว แล้วจะไปลงสมัครกับเขาทำไมล่ะ”
“ชะเอมไม่ได้ลงสมัครเองค่ะ แต่เพื่อนโหวตให้” เธอตอบแบบหน้ามุ่ยๆ ฌอร์นแอบยิ้มน้อยๆ อย่างเอ็นดู
“แต่เมื่อได้เป็นแล้วก็ต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด” เขาลูบหัวเธอเบาๆ
“ค่ะ”
พอกลับมาถึงบ้าน ชะเอมก็รีบวิ่งขึ้นไปบนห้องทันที เธอเดินลงมาอีกครั้งพร้อมกับเสื้อเชิ้ตสีขาว เสื้อสูทสีดำและกางเกงสแล็คสีดำ เธอเดินเข้ามาหาชายหนุ่มที่กำลังจะดื่มน้ำเย็นๆ ให้ชื่นใจหลังกลับมาจากทำงานเหนื่อยๆ
“พี่ฌอร์นคะ ชะเอมตัดชุดให้พี่ฌอร์นเสร็จแล้วค่ะ” เธอยื่นชุดที่อยู่บนไม้แขวนเสื้อให้กับเขา ฌอร์นเงยหน้าขึ้นมาอย่างสงสัย ใช่... เขาสงสัยว่าเธอเอาเวลาไหนไปตัดเสื้อ วันๆ ก็เอาแต่ไปเรียน กลับมาถึงบ้านก็อยู่ดูแลเขาจนดึกดื่น
“เอาเวลาไหนไปตัด ฉันเห็นเธอทำโน่นทำนี่เยอะแยะไปหมด นึกว่ายกเลิกโครงการนี้ไปแล้วซะอีก”
“ก็ตอนดึกค่ะ ช่วงประมาณตี 1 ตี 2 กำลังมีสมาธิดีเลยค่ะ” เธอบอก ทำให้ฌอร์นต้องขมวดคิ้วขึ้น
“ทีหลังอย่าทำแบบนี้อีก ช่วงเวลานั้นเขาเอาไว้นอนหลับพักผ่อน ไม่ใช่ให้ลุกขึ้นมาทำงาน” เขาดุ
“ค่ะ ชะเอมขอโทษค่ะ” เอมมาลินทำหน้าหงอๆ ตามสไตล์ ฌอร์นส่ายหน้าและดื่มน้ำในแก้วจนหมด เห็นทีเขาคงจะต้องลดๆ กิจกรรมบนเตียงลงบ้าง เพราะมันทำให้เธอไม่มีเวลาได้ทำอย่างอื่นหรือพักผ่อนเลย แต่ช่วงหลังๆ มานี้ เอมมาลินกลับเป็นฝ่ายยั่วยวนเขาเองมากกว่า เธอเป็นฝ่ายมีความต้องการเรื่องบนเตียงมากพอๆ กับเขา บางครั้งเขาจะหลับ แต่เธอก็ปลุกเพื่อให้มาทำกิจกรรมอย่างว่า
“แบ่งเวลาให้ดีๆ”
“ค่ะ ถ้าอย่างนั้นชะเอมจะนอนให้เร็วและตื่นให้เช้าขึ้นกว่าเดิม เพื่อมาทำงานค่ะ”
“ไม่ต้องหักโหมนักก็ได้”
“ชะเอมจะเปิดร้านเสื้อผ้าในเพจเฟซบุ๊ก และเปิดอินตราแกรมค่ะ ชะเอมลองตัดเสื้อไปให้เพื่อนๆ ที่มหาวิทยาลัยดู เพื่อนๆ ชอบมากและบอกว่าน่าจะขายได้” เอมมาลินพูดอย่างภูมิใจ ฌอร์นยิ้มและหยิบเสื้อสูทขึ้นมาดูผลงานของเธอ เขาพลิกดูเสื้อทุกกระเบียดนิ้ว และพบว่าเธอเหมาะที่จะเปิดร้านเสื้อผ้าจริงๆ เธอตัดเย็บได้เนี๊ยบไม่มีที่ติ เหมือนกับที่เย็บเนคไทให้กับเขา ยิ่งกางเกงยิ่งเข้าทรงสวย แต่พอคิดอะไรได้ เขาก็หุบยิ้มทันที
“คิดจะขายของ เงินไม่พอใช้หรือไง ฉันก็ว่าฉันให้เงินเธอใช้เยอะแล้วนะ” เขาถามเล่นๆ เอมมาลินหน้างอ
“ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อยค่ะ เงินที่พี่ฌอร์นให้ชะเอมใช้เหลือกินไปได้ยันชาติหน้า แต่ที่ชะเอมอยากเปิดร้าน เพราะอยากลองบริหารร้านของตัวเองดูค่ะ ทำเล็กๆ ดูก่อน จะได้ลองใช้แนวความคิดที่คุณพ่อสอนตอนที่ชะเอมไปช่วยงานที่บริษัท ถ้ามันไปได้ดี ตอนเรียนจบชะเอมจะได้มีทุนไว้เปิดร้านขายเสื้อผ้าแบรนด์ของตัวเอง โดยที่ไม่ต้องไปขอเงินพี่ฌอร์นหรือขอเงินคุณพ่อยังไงล่ะคะ อีกอย่าง... ถ้าชะเอมมีประสบการณ์บริหารร้านเสื้อผ้าออนไลน์แล้ว ตอนเปิดหน้าร้านจริงๆ คงไม่น่าเป็นห่วงและไม่น่ากลัวเจ๊ง”
เธอพูดเสียงเจือแจ้ว ทำให้ฌอร์นถึงกับยิ้มกว้าง ตอนนี้เธอเริ่มหัดเรียนรู้การเป็นผู้ใหญ่แล้ว เขาแอบภูมิใจที่เธอเป็นเด็กใฝ่ดีไม่ดื้อรั้นเที่ยวเตร่เหมือนเด็กนักศึกษาคนอื่นๆ ตรงกันข้ามกลับขี้งกชอบทำงานมากกว่า เรื่องนี้คงจะเป็นเรื่องเดียวที่เขาต้องยอมรับและให้เครดิตอวสร ที่สอนลูกสาวคนเดียวได้ดีมาก
“ก็ดี... ถ้าต้องการความช่วยเหลืออะไรก็บอกฉันก็แล้วกัน”
“ค่ะ ขอบคุณมากนะคะพี่ฌอร์น” เธอกอดเขาและทำเสียงหวานใส่
“ไป... ขึ้นไปลองชุดกันเถอะ” เขาชวน แต่สายตาของเขาไม่ได้บอกเลยว่าจะลองชุด เพียงแค่มองปราดเดียวก็รู้ว่าเขาเรียกเธอขึ้นไปเพราะอะไร ซึ่งเอมมาลินก็ยินดีที่จะทำหน้าที่นี้ให้กับเขา!
วันนี้เอมมาลินต้องไปประกวดดาวมหาวิทยาลัย ฌอร์นถึงขั้นลางานเพื่อไปดูเธอ เขาโทรชวนอวสร แต่อวสรกลับติดงานที่ต่างจังหวัด ฌอร์นจึงไปกับลูกน้องคนสนิทอีกสองคน คือ สิณกับนัท โดยเขาได้รับเชิญให้ไปนั่งดูเอมมาลินหน้าเวที นั่งข้างกับอธิการบดี เขาหวนนึกถึงบทสนทนาที่คุยกันกับเอมมาลินเมื่อเช้านี้
“ตื่นเต้นไหม” เขาถาม
“ไม่เลยค่ะ”
“ทำไมล่ะ ทำไมไม่ตื่นเต้น”
“ไม่รู้สิคะ” เธอตอบอย่างหน้ามุ่ยๆ
“อยากเป็นดาวมหาวิทยาลัยไหม” เขาถามอีก เพราะในใจคิดไว้แล้วว่าถ้าเธออยากเป็น เขาโทรศัพท์กริ๊งเดียวไปหาอธิการบดี ทุกอย่างจะเรียบร้อยภายใน 5 นาที แต่คำตอบที่ได้กลับตรงกันข้ามกับที่เขาคิดไว้
“ไม่อยากเลยค่ะ ชะเอมไม่อยากเป็นดาวมหาวิทยาลัย แต่ในเมื่อชะเอมได้เป็นตัวแทนของคณะแล้ว ชะเอมก็ต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด” เอมมาลินบอก ฌอร์นได้ยินก็แอบชื่นชมหญิงสาวในใจ
“แน่ใจนะ ว่าไม่อยากเป็น”
“แน่ใจสิคะ พี่ฌอร์นถามแบบนี้มีอะไรหรือเปล่าคะ”
“เปล่า ไม่มีอะไร แค่อยากรู้เฉยๆ ปกติสาวๆ มักจะมีความใฝ่ฝันอยากเป็นดาวมหาวิทยาลัยด้วยกันทั้งนั้น”
“พี่ฌอร์นก็รู้ว่าชะเอมไม่อยากเด่น ไม่อยากดัง ไม่อยากเป็นจุดสนใจ”
พอนึกถึงแล้วเขาก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ ตอนนี้เอมมาลินขึ้นไปเดินโชว์ตัวอยู่บนเวที เธอยิ้มและเดินอย่างมั่นใจ แม้ว่าความสูงของเธอจะแค่ 165 เซนติเมตร แต่ก็เรียกความสนใจจากคนดูได้เป็นอย่างดี
พอถึงช่วงเวลาตอบคำถามที่คัดคนเหลือเพียง 10 คน เขาก็ประเมินได้เลยว่าคู่แข่งของเอมมาลินเป็นเด็กสาวลูกครึ่งที่สูงถึง 180 เซนติเมตร หน้าตาเธอดูฉลาดปราดเปรื่อง แต่พอตอบคำถาม เขาถึงกับแอบถอนหายใจ ตรงกันข้ามกับเอมมาลิน เธอดูเงียบๆ น่ารักสดใส พอถึงช่วงตอบคำถาม คำตอบของเธอทำให้ทุกคนที่ดูปรบมือเกรียวกราว
ในที่สุดเอมมาลินก็ได้เข้ารอบ 5 คนสุดท้าย พร้อมกับเด็กสาวลูกครึ่งที่ชื่อรสรินทร์ เอมมาลินมองลงมาสบตาเขาครู่หนึ่งแล้วก็ยิ้มให้ เขายิ้มอย่างภูมิใจในตัวเธอ และก็ถึงช่วงตอบคำถามที่ทุกคนต่างตั้งตารอ เช่นเดียวกับเขา รสรินทร์ได้คำถามที่เบสิกเอามากๆ
“ถ้าคุณได้รับเลือกเป็นดาวมหาวิทยาลัย คุณจะทำอะไร” พิธีกรบนเวทีถาม รสรินทร์ยิ้มกว้างก่อนตอบ
“จะทำหน้าที่ดาวมหาวิทยาลัยให้ดีที่สุดค่ะ จะเดินหน้าช่วยเหลือสังคม ช่วยเหลือเยาวชนตามกิจกรรมที่มหาวิทยาลัยจัดขึ้น และสร้างชื่อเสียงให้กับมหาวิทยาลัยค่ะ” รสรินทร์ตอบแค่นี้ แต่ก็เรียกเสียงกองเชียร์ได้เป็นอย่างดี พอถึงคราวเอมมาลิน คำถามที่ได้รับยากคนละโลก
“ตอนนี้ประเทศไทยมีคนส่วนใหญ่กำลังประสบปัญหาเรื่องการเงิน ซึ่งเป็นผลพวงจากเศรษฐกิจตกต่ำ คิดว่าควรจะแก้ปัญหานี้อย่างไร”
สิ้นสุดคำถาม ทุกคนต่างร้องอุทาน เพราะรู้ว่าเอมมาลินเรียนคณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาวิชาการออกแบบแฟชั่นและสิ่งทอ ไม่ได้เรียนบริหารธุรกิจและเป็นคำถามที่ค่อนข้างยากสำหรับเด็กสาวอายุ 18 ปี ฌอร์นจ้องมองหญิงสาวและกำมือไว้แน่นอย่างลุ้นระทึก ประเด็นที่สำคัญที่มีเขารู้เพียงคนเดียวคือครอบครัวของเธอก็ประสบปัญหาการเงินด้วยเช่นกัน
“ปัญหาการเงินของคนไทยส่วนใหญ่ ไม่ได้เป็นผลพวงจากเศรษฐกิจอย่างเดียว แต่เป็นผลมาจากการใช้ชีวิตที่ประมาท ฟุ่มเฟือย สุรุ่ยสุร่าย บางครั้งกว่าจะรู้ตัวก็เป็นหนี้แล้ว บางคนมีเงิน แต่ไม่แบ่งเงินไว้สำรองยามฉุกเฉิน เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นก็ไม่มีเงินมาสำรองในการใช้จ่าย ชะเอมจึงคิดว่าการแก้ปัญหาที่ดีที่สุดเมื่อเกิดปัญหา คือ การมีสติและรู้ตัวเอง รู้ว่าตอนนี้ความสามารถในการหาเงินเท่าไหร่ หนี้แบบไหนที่จะต้องเร่งจ่าย แบบไหนที่สามารถผัดผ่อนได้ และอะไรที่สามารถเจรจาไกล่เกลี่ยได้บ้าง และที่สำคัญคือการทำบัญชีรายรับรายจ่าย เพื่อให้รู้ว่าในแต่ละวันเราใช้จ่ายอะไรไปแล้วบ้าง นอกจากนี้จะต้องวิธีการที่จะทำให้ได้เงินเพิ่มขึ้นจากช่องทางต่างๆ เพื่อใช้หนี้
ส่วนการแก้ปัญหาระยะยาว ชะเอมคิดว่าจะต้องปลูกฝังเรื่องวินัยการออมให้กับเด็กเล็ก ให้รู้จักการใช้เงิน รู้จักการออมเงิน รู้จักการทำบัญชีรายรับรายจ่าย และเดินหน้าให้ความรู้ด้านการเงินกับประชาชนอย่างทั่วถึง การแก้ปัญหาให้กับคนที่เป็นหนี้ ต้องให้เขารู้จักวิธีการหาเงิน สร้างงาน สร้างอาชีพ ไม่ใช่เอาเงินไปให้เพียงอย่างเดียว รวมทั้งต้องยึดหลักของเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ใช้จ่ายเกินตัวเกินความจำเป็นค่ะ”
เอมมาลินตอบคำถามได้อย่างฉะฉาน ชัดเจน เป็นรูปธรรมจนคนฟังต้องลุกขึ้นปรบมือให้ ฌอร์นได้ยินแล้วก็นิ่งอึ้ง ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างภูมิใจ เธอโตเป็นผู้ใหญ่ไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว ประสบการณ์จากครอบครัวกำลังสอนให้เธอแข็งแกร่งและระมัดระวังในการใช้ชีวิตมากขึ้น และเขาก็มั่นใจเหลือเกินว่าคนที่จะได้ตำแหน่งดาวมหาวิทยาลัย คือ เอมมาลิน