“ว่าแต่พี่อยากกินข้าวผัดไข่ใช่มั้ยครับ” เขื่อนถามด้วยรอยยิ้มที่ทำให้ใจของพิมฐาเต้นแรง เขายังคงจำเมนูที่เธอสั่งได้
“เอ่อ… ไม่ต้องหรอกเดี๋ยวพี่ทำเอง” พิมฐาพยายามถอยห่างเพื่อหาพื้นที่หายใจ
“ได้ไงล่ะครับ…ไอ้ภูฟ้ามันฝากให้ผมดูแลพี่ ผมก็ต้องดูแลสิครับ” ว่าแล้วเขาก็จับบ่าบอบบางของเธอรั้งให้นั่งที่เก้าอี้การสัมผัสที่ไม่คาดคิดทำให้พิมฐาตัวสั่น
“รอแป๊บนะครับ”
เขื่อนเดินไปยังเคาน์เตอร์ครัวและเริ่มต้นทำข้าวผัดให้เธออย่างคล่องแคล่ว ท่าทางของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจและเชี่ยวชาญ เขาไม่ใช่แค่เด็กหนุ่ม แต่เป็นผู้ชายที่จัดการทุกอย่างได้อย่างดี
ข้าวผัดถูกนำมาเสิร์ฟบนโต๊ะอาหาร กลิ่นหอมของข้าวผัดและน้ำมันทำให้ท้องของพิมฐาร้อง
“เชิญครับ…อ้อ!! พี่กินกาแฟดำสินะครับ” เขื่อน เหมือนจะจำรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของเธอได้ทั้งหมด
เขื่อนไม่รอคำตอบเขาหันตัวไปที่เครื่องชงกาแฟ จัดแจงกาแฟดำให้เธอทันที
ความคล่องแคล่วของชายหนุ่มที่ดูเหมือนจะถนัดการใช้เครื่องมือทุกรูปแบบตามแบบฉบับหนุ่มวิศวะ นั้นทำให้พิมฐาต้องมองตามทุกการเคลื่อนไหว
แขนแกร่งที่มีกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น ที่เกร็งตัวขณะที่เขากำลังบดเมล็ดกาแฟ นิ้วมือเรียวยาวสวยที่ควบคุมเครื่องชงกาแฟด้วยความแม่นยำ ทำให้พิมฐาอดใจสั่นไม่ได้
ความสามารถในการดูแลตัวเองและคนอื่นของเขานั้นขัดกับภาพลักษณ์นักศึกษาที่เธอเคยมี เขาดูเป็นผู้ใหญ่และพึ่งพาได้มากกว่าผู้ชายหลายคนที่เธอเคยเดทด้วยซ้ำ
ความจริงที่ว่าเขาเลือกที่จะไม่ไปเที่ยวกับเพื่อนเพื่อมาอยู่ดูแลเธอ ทำให้หัวใจของพิมฐาอ่อนลง เธอสัมผัสได้ถึงความพิเศษบางอย่าง
เขื่อนวางแก้วกาแฟดำที่กลิ่นหอมกรุ่นลงตรงหน้าเธอ ดวงตาของเขาสบกับเธออย่างเปิดเผย ไม่มีความเกรงใจ แต่เต็มไปด้วยความชื่นชมและเสน่หา เขายืนยันอำนาจของเขาในพื้นที่ของเธอ
“อร่อยไหมครับพี่พิม” เขื่อนถามด้วยรอยยิ้มที่ทำลายล้างความมั่นใจของเธอ
“อืม...อร่อยมาก ขอบใจนะเขื่อน” พิมฐายอมรับอย่างจริงใจ
“ไม่ต้องขอบคุณหรอกครับพี่พิม” เขื่อน พูดเสียงต่ำ เขาใช้ผ้าเช็ดมือที่เปื้อนน้ำมันจากข้าวผัดอย่างเชื่องช้า “ผมเต็มใจดูแลพี่ตลอดสามวันที่ไอ้ภูฟ้าไม่อยู่ พี่บอกได้เลยนะครับว่าอยากได้อะไรอีก”
คำว่า ดูแล นั้นมีความหมายลึกซึ้งในสถานการณ์นี้ มันไม่ใช่แค่การดูแลเรื่องอาหาร แต่เป็นการดูแลทุกอย่างที่เธอต้องการ
พิมฐารู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกดึงเข้าสู่เกมของเด็กหนุ่มวิศวะคนนี้อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ และเธอก็ไม่ได้ต้องการที่จะหนีมันเลย