บทที่ 5

1041 คำ
บำเรอรักวิศวะร้าย บทที่ 5 "แม่ทานข้าวหน่อยนะคะ" ครบอาทิตย์แล้วที่เธอไม่ได้ไปเรียน รู้สึกเหมือนขาดอะไรไปหลายๆ อย่างเลย จากที่กำลังตั้งใจเรียนเพื่อที่จะช่วยพ่อบริหารงาน ตอนนี้ทุกอย่างมันพังทลายลงจนหมดสิ้น แถมพ่อก็ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง เพราะตอนนี้ถูกนำไปฝากขังไว้ห้ามประกันตัวด้วย แต่ถึงแม้จะประกันตัวก็ไม่รู้ว่าจะเอาหลักทรัพย์ที่ไหนไปประกัน "ปล่อยให้แม่ตายไปเถอะ" "แม่พูดอะไร" "แม่ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว อยู่ต่อไปก็ไม่รู้ว่าจะอยู่จะกินยังไง" "แล้วหนูล่ะคะ แม่จะให้หนูอยู่กับใคร" "หนูก็หาผู้ชายสักคนแต่งงานมีครอบครัว" "แม่พูดง่ายจังเลยนะ" เสน่หาวางข้าวไว้ต่อหน้าแม่ก่อนจะเดินออกมาร้องไห้ข้างนอก พูดกันทีไรมีแต่อยากจะตาย จนเธอคิดว่าภาวะเครียดสะสมหรือแม่จะเป็นซึมเศร้าไปแล้ว เสน่หาออกมานั่งรับลมอยู่ด้านนอก บ้านหลังนี้เธอเช่าตอนที่ถูกยึดทรัพย์ เป็นบ้านเช่าหลังเล็กๆ ตรงที่นั่งก็แทบจะติดกับถนนเพราะพื้นที่มีไม่มาก กลางคืนเวลานอนก็ฟังเสียงรถวิ่งไปมา ช่างแตกต่างกับชีวิตก่อนหน้านี้ที่ชีวิตเธอราวกับเจ้าหญิง มีแม่บ้านมีคนรับใช้ส่วนตัว จะไปไหนมาไหนก็มีคนขับรถให้ แต่ตอนนี้ไม่เหลืออะไรสักอย่างแม้แต่รถสักคัน เพราะรถทุกคันเป็นชื่อของพ่อหมดเลยถูกยึดไปทั้งหมดเลย ถ้ายังอยู่แบบนี้คงไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าบ้านแน่ เธอต้องออกไปหางานทำก่อน แต่ถ้าออกไปแม่จะอยู่กับใครล่ะ ถ้ารู้ว่าเรื่องแบบนี้มันจะเกิดขึ้นเธอจะวางแผนในการใช้ชีวิตไว้ก่อนจะไม่ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายแน่นอน เพล้ง! "แม่?" ตอนที่กำลังนั่งคิดอะไรอยู่ก็ได้ยินเสียงของตกแตกเสน่หาเลยรีบวิ่งเข้าไปดูด้านใน "แม่ทำอะไร!" พอเข้ามาเธอก็เห็นว่าแม่เอาเศษกระเบื้องที่ทำแตกขึ้นมากรีดข้อมือตัวเอง ที่แม่ต้องใช้เศษกระเบื้องจากถ้วยอาหารเพราะเสน่หาเก็บของมีคมทั้งหมดไว้แล้ว ไม่นานรถพยาบาลที่เธอโทรหาก็มารับที่บ้าน ..เธอต้องพาแม่มาที่โรงพยาบาลของรัฐบาล เพราะถ้าพาเข้าเอกชนคงไม่มีเงินจ่าย เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลเห็นว่ามันเป็นการคิดสั้นฆ่าตัวตายเลยตำหนิผู้ที่กระทำการแบบนี้ "แม่ฉันคิดสั้นก็มากพออยู่แล้วทำไมคุณถึงพูดแบบนี้" ถึงแม้คำพูดนั้นจะไม่รุนแรงมาก แต่มันก็ทำให้ญาติคนไข้แบบเธอไม่พอใจได้ "สร้างเรื่องเดือดร้อนให้คนอื่นน่ะสิไม่ว่า" พยาบาลคนนั้นยังคงพึมพำในขณะที่ทำแผลอยู่ ตอนนี้มันดึกมากแล้วหมอเวรก็ยังมีเคส​ พยาบาลเลยต้องล้างแผลรอ "เสน่หาพาแม่กลับบ้านเถอะลูก" เครียดเรื่องนี้ก็มากพออยู่แล้วยังจะมาได้ยินอะไรที่ไม่ดีผ่านหูอีก เช้าของวันต่อมา.. แม่เธอนอนรอเตียงอยู่ชั้นนอกเพราะเตียงที่นี่ผู้ป่วยเต็มหมดแล้ว ถ้าเธอจะจองห้องพิเศษก็ได้แต่จะเอาเงินที่ไหนล่ะมาจอง จนตอนเช้าหมอเวรประจำวันนี้ถึงได้มาดูอาการของแม่ แผลของแม่ถูกคุณหมอเวรเมื่อคืนเย็บแผลไว้ให้แล้ว แต่อาการทางจิตใจของท่านไม่ดีเลยรอให้พบจิตแพทย์ก่อน "แม่ฉันเป็นโรคซึมเศร้าไหมคะคุณหมอ" "เป็นภาวะเครียดอย่างรุนแรง อาจจะเป็นผลเกิดจากเรื่องที่ญาติเล่าให้หมอฟัง" เสน่หาเล่าทุกอย่างให้คุณหมอฟังไปจนหมดแล้ว "แล้วแม่จะดีขึ้นไหมคะ" "สิ่งแวดล้อมมีส่วน ทำให้คนไข้เกิดภาวะเครียดหนักขึ้น แต่ถ้า.." "แต่ถ้าอะไรคะคุณหมอ" "แต่ถ้าคนไข้ได้ผ่อนคลายเรื่องที่อยู่อาศัย ก็คงจะช่วยในการรักษาได้ดี" จากที่คุยกับคนไข้ไปพักหนึ่งจิตแพทย์ก็รู้แล้วว่า คนไข้อยากกลับไปใช้ชีวิตเหมือนเดิม คงรับสิ่งที่เปลี่ยนแปลงกระทันหันไม่ได้ แม่เธอติดหรูมาก คบเพื่อนแต่ละคนก็มีแต่ระดับเดียวกันทั้งนั้น โชคดีที่สามีให้เงินใช้ไม่ขาดมือ แต่พอมาเกิดเรื่องแบบนี้เลยเครียดหนักมาก ออกจากพบจิตแพทย์เธอก็พาแม่กลับมาเตียงผู้ป่วยตอนนี้มีเตียงว่างให้แม่นอนแล้ว ห้องนี้เป็นห้องพัดลมคนป่วยรวมอยู่ในห้องเดียวกันเยอะมาก ที่จะให้เดินยังไม่ค่อยมีเลย "ลองโทรไปยืมเงิน เพื่อนของแม่หรือยัง เผื่อพวกนั้นจะให้ยืมเราจะได้ย้ายไปอยู่ห้องพิเศษกัน" "ใครเขาจะให้ยืมล่ะแม่" ตอนที่พ่อล้มละลายแม่ก็เคยโทรไปขอยืมเงินพวกเพื่อนๆแล้ว แต่ทุกคนก็ตัดสายทิ้งหมดไม่ทันได้ยืมด้วยซ้ำ "ลองบอกไปว่าตอนนี้แม่ป่วยเข้าโรงพยาบาล แต่ก่อนพวกนั้นต้องการความช่วยเหลือแม่ก็ช่วยทุกครั้ง" "นอนที่นี่สักคืนก่อนนะแม่เผื่อพรุ่งนี้คุณหมอจะให้กลับบ้านได้" "แม่บอกให้โทรก็โทรสิ!" ตอนที่นางตะคอกลูกสาวผู้ป่วยเตียงข้างๆ ก็หันมามอง แต่พอเห็นสายตาของนางแล้วเลยไม่มีใครอยากสนใจ เสน่หาเลยเอาโทรศัพท์ของแม่ออกมาโทร เพราะในเครื่องแม่เมมชื่อเพื่อนไว้ แต่กดเข้าเบอร์ไหนก็เหมือนว่าสายจะไม่ว่าง "ว่ายังไงล่ะลูก" "จะว่ายังไงล่ะคะ คนพวกนั้นก็บล็อกเบอร์แม่น่ะสิ" จนเวลาผ่านไปดึกมากแล้วและแม่ของเธอก็นอนหลับไปแล้วด้วย ถ้าญาติคนไข้จะนอนเฝ้าคือต้องนอนใต้เตียงหรือไม่ก็ข้างเตียง ที่แคบมากแทบจะนอน หงายไม่ได้ด้วยซ้ำ เสน่หาเลือกนั่งเก้าอี้อยู่ข้างๆ เตียงแม่ เก้าอี้ก็เป็นแบบที่ไม่มีที่พิงหลัง
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม