บำเรอรักวิศวะร้าย บทที่ 7
ออกมาจากบ้านของลุง เสน่หาเลยต้องพาแม่มาเช่าห้องพักรายวัน เพราะยังไงคืนนี้ต้องหาที่พักให้ได้ก่อน
"แม่ทานข้าวก่อนนะจะได้ทานยา"
"แม่กินไม่ลงหรอก"
"ตอนเที่ยงก็กินแค่นมกับขนมปัง ทานข้าวหน่อยหนึ่งนะ"
"เอ๊ะเราจะวุ่นวายอะไรกับแม่นักหนา อยากกินก็กินไปสิ!" ตำหนิลูกสาวจบนางก็ทิ้งตัวนอนลง ห้องนี้มีเตียงหกฟุตนอนสองคนได้สบาย แต่ค่าเช่าแพงหน่อยคืนละเกือบสองพันบาท
เธอเก็บกับข้าวไว้ที่โต๊ะมุมห้อง เผื่อตื่นมาแม่จะหิวแล้วเธอก็หยิบเอาผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำ จุดประสงค์ที่เข้ามาในห้องน้ำกลัวว่าแม่จะได้ยินเสียงสะอื้นไห้ เพราะมันไม่ไหวแล้วจริงๆ แว๊บหนึ่งในหัวคิดถึงผู้ชายคนนั้น หรือเธอจะยอมรับข้อเสนอของเขา แต่ถ้าเธอยอมรับศักดิ์ศรีของเธอไม่เหลืออีกแล้วนะ
ไม่ได้เราจะทำแบบนี้ไม่ได้ อุปสรรคแค่นี้เธอต้องผ่านมันไปให้ได้สิ ..คิดได้แบบนั้นเสน่หาเลยเช็ดน้ำตาออก แล้วก็อาบน้ำอาบท่าให้เรียบร้อย
เปิดประตูห้องน้ำออกมาก็เห็นว่าแม่นอนหลับไปแล้ว หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเธอก็เขียนโน้ตไว้เผื่อแม่ตื่นขึ้นมาตอนที่เธอไม่อยู่ บอกว่าจะลองออกไปหางานทำดู
เธอคิดว่าจะลองไปหางานกลางคืน เพราะงานกลางวันคงไม่มีใครรับ ถ้ารับเงินก็คงได้ไม่เยอะเหมือนงานกลางคืนหรอก
[สถานบันเทิงชื่อดังแห่งหนึ่ง]
"วันนี้วันที่สองแล้วนะ" นั่งดื่มอยู่ดีๆ วัฏจักรก็โพล่งขึ้นมา
"วันที่สองแล้วทำไมวะ"
"มึงอย่าลืมสิมึงพูดอะไรไว้"
"กูไม่ลืมหรอกน่า"
วันนั้นจักรวาลเล่นว่าสามวัน ส่วนวัฏจักรผู้เป็นพี่ชายเล่นว่าสอง ทั้งสองเป็นพี่น้องกันก็จริงแต่อายุห่างกันแค่ไม่กี่เดือน
"พวกมึงมานานหรือยังวะ" คิมหันต์เข้ามาถึงก็เห็นว่าเพื่อนนั่งอยู่โต๊ะประจำแล้ว
"เจอน้องทองกวาวไหมวะ" ใช่แล้วคิมหันต์ก็คือไอ้คล้าวที่เพื่อนเรียกกัน จริงๆ ก็ไม่ใช่แค่เพื่อนหรอกที่เรียกชื่อนี้ สมัยก่อนแม่ของเขาชอบเรื่องมนต์รักลูกทุ่งมากเลยเรียกลูกชายว่าคล้าว จนติดปากเรียกลูกชายให้เพื่อนได้ยิน ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเพื่อนก็เรียกชื่อนี้ตามแม่มาตลอด
"ทองกวาวพ่อมึงสิ"
"อ้าวไอ้นี่เล่นถึงพ่อเลยหรือวะ!"
"ว่าแต่ไอ้นั่นไปโดนตัวอะไรมา" คิมหันต์เห็นชาละวันนั่งดื่มไม่พูดไม่จา
"มันก็เป็นแบบนี้ประจำของมันอยู่แล้ว"
ในเวลาเดียวกันนั้น..
"สวัสดีค่ะ"
"สวัสดีครับ น้องสาวมาเที่ยวเหรอ"
"เปล่าหรอกค่ะฉันจะมาสมัครงาน ที่นี่รับพนักงานเสิร์ฟไหมคะ"
"จะมาสมัครงานเสิร์ฟเหรอ" สายตาคนที่พูดมองเรือนร่างสุดเซ็กซี่ของผู้หญิงที่จะมาสมัครเป็นพนักงานเสิร์ฟ หุ่นและหน้าตาแบบนี้ถ้าเป็นพนักงานเสิร์ฟน่าเสียดายมาก แต่จะทำให้ไก่ตื่นไม่ได้ บอดี้การ์ดของสถานบันเทิงที่เฝ้าอยู่ด้านหน้าเลยพาเธอไปพบหัวหน้าคนงาน
"หนูจะมาสมัครเป็นพนักงานเสิร์ฟเหรอ"
"ใช่ค่ะ"
"แบบหนูฉันว่าเป็นพนักงานรับแขกดีกว่าไหม"
"รับแขกหรือคะ?"
"ถ้าหนูต้องการใช้เงินเยอะพนักงานรับแขกตอบโจทย์เลยล่ะ"
"พนักงานรับแขกใช่เอนเตอร์เทนแขกไหมคะ"
"ใช่แล้วจ้า"
"ไม่ค่ะฉันขอเสิร์ฟเครื่องดื่มพอค่ะ"
"ถ้าหนูอยากทำงานเสิร์ฟก็ได้ แต่ถ้าเปลี่ยนใจอยากได้เงินเป็นก้อนก็มาคุยกับฉันได้ตลอดเวลาเลยนะ"
"ค่ะ"
"หนูจะเริ่มงานวันนี้เลยไหม"
"เริ่มวันนี้เลยได้หรือคะ?"
"ได้สิที่นี่มียูนิฟอร์มให้"
"แล้วรายได้ยังไงคะ" หลังจากคุยเรื่องค่าจ้างแล้วเธอก็ขอเบิกเป็นรายวันได้ไหม ทางนี้ไม่มีให้เบิกรายวันแต่ถ้าเป็นสัปดาห์พอได้
"แล้วเราชื่ออะไรล่ะ"
"ชื่อเสน่หาค่ะ"
"ชื่อก็ใช้ได้เลยนะเนี่ย.." แล้วคนที่รับเธอเข้าทำงานก็เรียกผู้ช่วยตัวเองให้มาพาเธอไปที่ห้องเปลี่ยนชุด และยังมีกระซิบกระซาบกันอีก
เธอไม่คิดว่าจะหางานง่ายขนาดนี้เพิ่งเข้ามาของานทำที่แรกก็ได้เลย แต่พอเห็นยูนิฟอร์มแล้วก็ไม่ค่อยสบายใจ พนักงานเสิร์ฟจำเป็นต้องนุ่งสั้นขนาดนี้เลยเหรอ
แต่ตอนเธอเดินผ่านพนักงานด้านนอกก็ไม่ได้นุ่งสั้นขนาดนี้นี่
"เป็นยูนิฟอร์มของพนักงานใหม่"
มีแยกพนักงานใหม่พนักงานเก่าด้วยเหรอ? แต่ไม่เป็นไรขอให้ได้งานทำก็ดีแล้ว
ที่จริงชุดนี้ไม่ใช่ชุดพนักงานใหม่อะไรหรอก เป็นชุดดาวของพนักงานเสิร์ฟ ถ้าใครได้สวมใส่ชุดนี้นั่นหมายถึงเป็นจุดเด่นของร้าน และคนที่ได้สวมใส่ชุดนี้มีแค่ไม่กี่คนหรอก ส่วนมากจะเป็นพนักงานเสิร์ฟที่ไม่อยากรับแขกเลยให้แต่งตัววาบหวิวหน่อยจะได้เรียกแขกช่วยกัน
พอเธอสวมใส่ชุดดาวออกมาพนักงานหลายคนต่างก็จับจ้อง คนที่ได้ใส่ชุดนี้ต้องสวยจริงๆ และเธอก็เหมาะสมกับชุดนี้มาก
"เรารับแขกโต๊ะนี้นะ" ผู้ช่วยหัวหน้าพาเธอมารับแขกโต๊ะ VIP ที่อยู่โซนด้านนอก
"ค่ะ"
"น้องสาวเพิ่งมาทำงานวันแรกเหรอ พี่ไม่เคยเห็นหน้าน้องเลย" เสี่ยคนที่นั่งดื่มอยู่โต๊ะนั้น พึงพอใจในตัวสาวเสิร์ฟคนนี้มาก
"ใช่ค่ะ ลุงจะรับเครื่องดื่มเพิ่มไหมคะ"
"อึก" ได้ยินเธอเรียกเกือบสำลักเหล้าที่เพิ่งยกขึ้นดื่ม
"กูไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ" วัฏจักรพูดพร้อมกับดันกายลุกขึ้น แต่พอตอนหมุนตัวหันไป ก็ถึงกับเบิกตากว้าง "ไอ้วาล"
"อะไร"
"กูว่ามึงแพ้กูแล้วล่ะ"