bc

วาสนายัยเด็กอ้วนเกิดใหม่ในยุค 80

book_age12+
192
ติดตาม
1K
อ่าน
แต่งงานตามสัญญา
จบสุข
เดินทางข้ามเวลา
หวาน
เบาสมอง
สาสมใจ
การเกิดใหม่
like
intro-logo
คำนิยม

‘ฟางเหม่ยฉี’ จากยัยเด็กอ้วนนักศึกษาคณะแพทย์ศาสตร์ที่ต้องจบชีวิตลงด้วยอาการเส้นเลือดในสมองแตก จนได้มาเกิดใหม่ในอดีต โชคดีที่สวรรค์ยังให้ ‘ห้างสรรพสินค้า’ ติดตัวมาด้วย ชาตินี้เธอสัญญาว่าจะไม่เป็น ‘ยัยเด็กอ้วน’อีกเด็ดขาด

chap-preview
อ่านตัวอย่างฟรี
ตอนที่ 1 เพื่อนรักอ้วนผอม
ท่ามกลางอากาศร้อนอบอ้าวในช่วงกลางปี ภายในห้องพักนักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดังไม่ได้มีสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับนักศึกษามากนัก นอกจากไม่มีเครื่องปรับอากาศที่ช่วยลดความร้อนระอุแล้วนั้น พัดลมตัวเล็กสภาพกลางเก่ากลางใหม่ยังมีให้เพียงแค่สองตัวต่อหนึ่งห้องเท่านั้น ห้องสี่เหลี่ยมขนาดไม่ได้กว้างมากกลับอัดแน่นไปด้วยเตียงนอนถึงสามเตียง และโต๊ะเขียนหนังสือสามชุด ยังดีที่ถึงแม้จะเป็นห้องน้ำรวม ทว่ายังแบ่งแยกแต่ละชั้นอย่างดี ไม่ใช่ห้องน้ำขนาดใหญ่ที่ใช้ร่วมกันทั้งตึกอย่างเช่นหอพักเก่าที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกัน ซึ่งตึกนั้นทั้งเก่าและวังเวงสุด ๆ ภายในห้องคับแคบที่เว้นพื้นที่สำหรับเดินไว้แค่เพียงเล็กน้อย นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่หนึ่งกำลังนั่งประจำยังโต๊ะหนังสือของตนเองเพื่ออ่านหนังสือเตรียมสอบครั้งสุดท้ายก่อนปิดภาคเรียน บรรยากาศที่เกือบจะเงียบสงัด ยังคงมีเสียงของถุงขนมดังขึ้น ‘ก๊อบแก๊บ’ เป็นระยะ ก่อนจะเกิดเป็นเสียงเคี้ยวตามมาและปิดท้ายด้วยเสียงดูดนิ้ว ผ่านไปราวสิบห้านาทีเสียงเหล่านี้คล้ายจะไม่ยอมหยุดลงง่าย ๆ จนกระทั่ง ฉินฟางเซียน ต้องผินหน้ามองอยู่หลายครั้ง ทว่าด้วยความเป็นคนพูดน้อยจึงเพียงแค่ส่ายหน้าอย่างเอือมระอาก็เท่านั้น ซึ่งต่างจากนักศึกษาแพทย์ตัวเล็กที่สุดในห้องอย่าง เฉิงเฟยเมี่ยว ที่หันไปสบตาสหายพูดน้อยด้วยแววตาขอโทษขอโพยอยู่ในที ก่อนจะตวัดมองไปยังต้นกำเนิดเสียงที่กำลังมีความสุขกับซองขนมนับสิบซองที่เกลื่อนกราดอยู่บนโต๊ะหนังสือ ใบหน้าเพลิดเพลินเช่นนั้นดูก็รู้ว่า ‘ยัยเด็กอ้วน’ นี่ยังไม่รู้ตัวอย่างแน่นอน ว่าได้สร้างความรำคาญใจให้เพื่อนร่วมห้องขนาดไหน “เหม่ยฉี! เธอกินเยอะไปแล้วนะ! หยุดขยับกรามแล้วอ่านหนังสือก่อนเถอะ ฉันขอร้องล่ะ”เสียงร้องท้วงดังขึ้นภายในห้องที่อากาศร้อนระอุ แม้จะเปิดหน้าต่างเพื่อรับลมก็ไม่ได้ทำให้อุณหภูมิเย็นลงได้เลย และยิ่งหันมาพบกับเพื่อนร่วมห้องที่เอาแต่เคี้ยวขนมเสียงดัง ยิ่งทำให้เฉิงเฟยเมี่ยวอดจะค่อนแคะอีกฝ่ายไม่ได้เลย เพื่อนรักคนนี้น้ำหนักจะร้อยกิโลกรัมอยู่แล้ว แต่กลับไม่ได้ตระหนักถึงสุขภาพของตนเองแต่อย่างใด ในทุกวันยัยเด็กอ้วนยังคงเสาะหาของกินอร่อยรอบรั้วมหาวิทยาลัย และหอบหิ้วเอาขนมไร้ประโยชน์พวกนี้กลับมากินที่ห้องเสมอ นี่ยังไม่นับรวมวันที่ขี้เกียจออกไปด้านนอกจนต้องสั่งซื้อออนไลน์มากินอีก ฟางเหม่ยฉี เพียงเหลือบมองเพื่อนร่วมห้องทั้งสองคนที่นั่งอยู่ห่างออกไปเล็กน้อยด้วยแววตาเฉยชา ราวกับคำพูดพวกนี้เธอได้ยินมันจนชินเสียแล้ว “ก็มันอร่อยนี่ คนตัวผอมแห้งอย่างเธอจะไปเข้าใจหัวอกเด็กอ้วนอย่างฉันได้อย่างไรกัน ชิ!” เมื่อกล่าวจบมืออวบยังคงล้วงเข้าไปในห่อขนมแสนอร่อย ก่อนจะหยิบเข้าปากพร้อมกันห้าชิ้นในคราวเดียว แล้วเคี้ยวเสียงดังอย่างเอร็ดอร่อย ราวกับคำพูดเมื่อครู่ของเพื่อนสนิทนั้นไม่ได้ลอยเข้าหูเธอแต่อย่างใด “โอเค ๆ อย่างนั้นพรุ่งนี้เราไปตรวจสุขภาพประจำปีกัน ให้รู้ไปเลยว่าเธอกับฉันใครจะแข็งแรงกว่ากัน” เฉิงเฟยเมี่ยวกล่าวท้าทายออกมาในที่สุด หญิงเจ้าเนื้อตรงหน้าหากเป็นคนอื่นมีหรือที่เธอจะสนใจ แต่นอกจากเราจะเป็นเพื่อนร่วมห้องแล้ว เธอและฟางเหม่ยฉีเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยมัธยมต้น ตลอดเวลาที่รู้จักกันมาไม่ใช่เพียงเธอที่พร่ำบ่นให้เหม่ยฉีกินให้น้อยลง และกินอาหารที่มีประโยชน์ให้มากหน่อย ทว่ายัยเด็กอ้วนเองยังหันมาตอบโต้โดยการบอกให้ตนเองกินข้าวให้มากขึ้นหน่อยจะได้โตเท่ากันสักที แต่ใครจะไปอยากโตขนาดนั้นกัน เวลาจะลุกจะนั่งก็ลำบาก แค่คิดก็รู้สึกอยากถอนหายใจออกมายาว ๆ เสียแล้ว ในใจเฉิงเฟยเมี่ยวรู้สึกไม่อยากจะยอมรับในเรื่องนี้สักเท่าไหร่นัก เธอบ่นเพราะเกรงว่าเพื่อนรักจะป่วย แต่เพื่อนรักกลับบังคับให้เธอกินข้าวเพิ่มเสียได้ “ได้ ถ้าผลออกมา ฉันสุขภาพดีเธอต้องเลิกบ่นเรื่องกินของฉัน”น้ำเสียงหนักแน่นกล่าวขึ้น พลางดูดนิ้วมือที่เลอะผงขนมจนเกิดเสียงดัง ‘จ๊วบ’ ทำเอาเพื่อนอีกคนที่นั่งอยู่ไม่ไกลมีสีหน้าเหน็ดเหนื่อยใจไปด้วย แต่ถึงอย่างนั้นก็ยิ้มออกมาให้กับท่าทางเป็นธรรมชาติเหล่านี้ เดิมฉินฟางเซียนไม่ใช่คนในเมืองหลวงอย่างเช่นเพื่อนร่วมห้องทั้งสองคน ทว่าเมื่อได้มาอยู่ร่วมกันตั้งแต่ปีที่แล้ว เพื่อนรักอ้วนผอมคู่นี้ก็ทำให้เธอได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ ในเมืองหลวงแห่งนี้ ทั้งยังสอนให้เธอสามารถเอาตัวรอดจากสังคมเมืองหลวงได้เป็นอย่างดี ฉะนั้นแล้วหากเหม่ยฉีจะกินจุกจิกและเสียงดังไปสักหน่อย หรือแม้แต่เฟยเมี่ยวจะขี้บ่นไปบ้าง เธอก็ไม่ได้คิดจะตำหนิทั้งคู่อยู่แล้ว กลับกันทั้งคู่นั้นยังช่วยเพิ่มสีสันให้กับชีวิตอันแสนจืดชืดของเธออีกด้วย “ตกลง แต่ถ้าฉันชนะเธอต้องกินอาหารเพื่อสุขภาพกับฉันครึ่งปี”เฉิงเฟยเมี่ยวโพล่งขึ้นพร้อมรอยยิ้มมุมปากอย่างคนมีแผนการ ยัยเด็กอ้วนนี่เกลียดผักใบเขียวเป็นที่สุด คราวนี้ล่ะเธอจะสอนให้เหม่ยฉีได้รู้จักประโยชน์ของพวกมันอย่างถ่องแท้เลยทีเดียว บทลงโทษที่เพื่อนรักกล่าวขึ้นทำเอาฟางเหม่ยฉีรู้สึกลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ในเมื่อเรื่องราวมาถึงขนาดนี้แล้ว เธอจะยอมแพ้ยัยตัวผอมนี่ไม่ได้อย่างเด็ดขาด “เอ่อ…ก็ได้ ๆ” ถึงอย่างไรเธอก็มั่นใจว่าตนเองแข็งแรงดี ปีนี้เธออายุเพียงแค่ 19 ปีจะเจ็บป่วยอย่างที่เฟยเมี่ยวสบประมาทได้อย่างไร เมี่ยวเมี่ยวนี่ช่างไร้เหตุผลสุด ๆ ไปเลย… ขณะกำลังฟาดฟันกับเพื่อนรักด้วยแววตาและฝีปาก พลันหางตาของเธอกลับเห็นเพื่อนร่วมห้องอีกคนที่กำลังหัวเราะออกมาเบา ๆ คล้ายกับพยายามเก็บเสียง ซึ่งไม่ต้องเสียเวลาถามก็รู้ว่ายัยนี่กำลังหัวเราะพวกเราอยู่ ฟางเหม่ยฉีพลันหันไปจ้องมองเพื่อนร่วมห้องเขม็ง ดวงตากลมหรี่แคบลงเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เซียนเซียน เธอก็ต้องไปกับพวกเราด้วย” เฉิงเฟยเมี่ยวได้ยินเช่นนั้นพลันหันไปจ้องที่เพื่อนอีกคนในทันที “ห๊า! ฉัน..ด้วยเหรอ?”ฉินฟางเซียนมองเพื่อนรักอ้วนผอมสลับกันไปมา พลางกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พวกเธอสองคนทะเลาะกัน แล้วทำไมเป็นฉันที่ต้องเข้าร่วมด้วยล่ะ อย่างนี้มันมัดมือชกกันชัด ๆ ฉินฟางเซียนคิดในใจ พลางทำสีหน้าลำบากใจออกมา “เดือนนี้เธอบ่นปวดหัวเป็นสิบรอบแล้ว ไปตรวจด้วยกันเลย”เป็นฟางเหม่ยฉีที่เอ่ยท้วงขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ เซียนเซียนของเราแม้ภายนอกจะดูแข็งแรง และเป็นนักกีฬาว่ายน้ำของมหาวิทยาลัย ทว่าระยะหลังเธอสังเกตว่าเซียนเซียนมักมีสีหน้าไม่ค่อยดีนัก ทั้งยังชอบบ่นปวดหัวอยู่บ่อยครั้ง เช่นนั้นก็ควรไปตรวจสุขภาพกับเราด้วยเช่นกัน ในเช้าวันถัดมาหน้าโรงพยาบาลที่อยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยก็ปรากฎนักศึกษาแพทย์ทั้งสามคนที่จับจูงมือกันไปติดต่อยังเจ้าหน้าที่ด้านหน้าสุด เพื่อขอตรวจสุขภาพประจำปีนี้ ก่อนจะนั่งรอคิวสักครู่ก็ทยอยเข้าห้องเพื่อเจาะเลือดก่อนเป็นอันดับแรก สำหรับสองคนแรกนั้นผ่านไปด้วยดี จนกระทั่งเป็นฟางเหม่ยฉีที่วางแขนลงบนหมอนใบเล็กสำหรับเจาะเลือดไปตรวจ ทันทีที่เข็มขนาดเล็กแทงเข้าไปยังเส้นเลือดบริเวณแขนพับ เสี้ยวอึดใจพยาบาลที่ทำหัตถการให้ถึงกลับต้องเงยหน้ามองคนไข้รายแรก ๆ ของวันนี้ด้วยแววตาอธิบายยาก จนฟางเหม่ยฉีรู้สึกตงิดใจขึ้นมา “เลือดของหนู…มันไม่ปกติเหรอคะคุณพยาบาล?” พยาบาลสาวเหลือบมองเลือดสีแดงสดที่ดึงขึ้นมาค่อนข้างยากของคนไข้รายนี้ ครู่หนึ่งก็มองใบหน้าเป็นกังวลของเจ้าของเลือด พลันใบหน้านวลเนียนเผยรอยยิ้มลำบากใจออกมา “เลือดของคุณข้นมากน่ะค่ะ เอาตรง ๆ ก็ไม่ค่อยปกติ” หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ ถ้าหากเลือดปกติจะไม่ข้นหนืดจนดึงขึ้นยากขนาดนี้ กว่าจะเต็มหลอดยังต้องใช้เวลาพอสมควรซึ่งผิดปกติจากคนไข้ที่เคยเจอมาอย่างสิ้นเชิง ทันทีที่ได้ยินคำอธิบาย ฟางเหม่ยฉีมีสีหน้ายุ่งยากขึ้นมาทันที จากที่มั่นใจมาตลอดว่าตนเองแข็งแรง ทว่าเพียงแค่เจาะเลือดก็รู้สึกว่ามีปัญหาแล้ว อย่างนี้หากผลเลือดออกมาไม่ใช่ว่าเธอจะเป็นโรคร้ายแรงหรอกเหรอ “แล้วหนูจะเป็นอะไรไหมคะ?”ใบหน้าอ้วนกลมซีดเผือดไร้สีเลือด หัวใจเต้นแรงไม่ต่างจากตอนลุ้นผลสอบเข้ามหาวิทยาลัยเมื่อปีก่อนไม่มีผิด เธออายุเพียงเท่านี้เอง ยังไม่ทันได้ใช้ชีวิตในแบบผู้ใหญ่ก็จะเป็นโรคร้ายแล้วหรือ ในหัวของฟางเหม่ยฉีนอกจากความกังวลแล้ว ยังมีเสียงพร่ำบ่นของเพื่อนรักตัวผอมที่มักพูดถึงเรื่องสุขภาพเธอมาตลอดเกือบเจ็ดปี ก่อนจะค่อย ๆ ตกตะกอนเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพของตนเองที่ผ่านมา “ก็อาจจะเป็นค่ะ อย่างไรรอฟังจากคุณหมอจะดีกว่านะคะ” พยาบาลสาวเผยรอยยิ้มเจื่อน เธอเป็นเพียงพยาบาลวิชาชีพที่ทำหน้าที่นี้มาหลายปี แม้จะบอกได้ว่าแบบไหนผิดปกติเพราะเจาะเลือดให้คนไข้อยู่ทุกวัน ทว่าการวินิจฉัยโรคก็ต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคุณหมอถึงจะถูก อีกอย่างก่อนจะถึงมือคุณหมอ เลือดนี้จะต้องถูกส่งเข้าห้องตรวจเสียก่อน

editor-pick
Dreame - ขวัญใจบรรณาธิการ

bc

เมื่อฉันแอบรักซุปตาร์นายเอกซีรีส์วาย

read
18.8K
bc

ร่านรัก จักรพรรดินี

read
1.9K
bc

หัวใจที่โหยหา

read
1.0K
bc

หัวใจซ่อนรัก(เฮียเดย์)

read
48.5K
bc

กลับมาเกิดเป็นฮูหยินวิปลาส

read
3.5K
bc

ทะลุมิติสยบสามีจอมเย็นชา

read
2.0K
bc

Passionate Love รักสุดใจนายขี้อ่อย 20+

read
34.0K

สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook