บทที่ 1 คุณหนูคีตะวัน

1738 คำ
“นี่มันเรื่องอะไร” คีรินยื่นข่าวในสมาร์ทโฟนให้ลูกสาวตัวเองดูเพราะข่าวฉาวกำลังเป็นที่ถกเถียงกันในโลกออนไลน์ว่าลูกสาวตัวดีเพิ่งแย่งแฟนคนอื่น “ก็แค่ข่าวนะคะคุณแม่” คีตะวันยังคงนั่งเล่นไอแพดโดยไม่สนใจเสียงของมารดานักข่าวคงไม่มีข่าวอะไรที่จะเล่นงานเธอแล้วจึงไปขุดรูปเก่าๆ ขึ้นมา “แค่ข่าว แต่แกควงผู้ชายขึ้นคอนโดเนี้ยเหรอ” คีรีนแทบอยากจะเอาหน้ามุดดินหนีลูกสาวตัวดีแต่ละวันสร้างแต่ข่าวไม่ดีสมกับฉายานางร้ายชอบแย่งแฟนคนอื่น “ก็ซันนี่กับดลเราเป็นแค่เพื่อนกันค่ะคุณแม่อย่าคิดมากเลย” ณดลที่คีตะวันพูดถึงคือทั้งสองเป็นแค่เพื่อนร่วมงานกันและรูปที่ออกมานั้นทั้งสองพักอยู่คอนโดเดียวกันไม่แปลกที่จะเจอหน้ากันบ้าง “ซันนี่แม่อายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้วนะ” คีรินมีลูกสาวคนเดียวคือคีตะวันและเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวมาโดยตลอดทั้งเลี้ยงลูกทั้งเป็นกรรมการผู้บริหารดูแลกิจการนับหมื่นล้านแทนพ่อของคีตะวันที่ประสบอุบัติเหตุเสียไปเกือบสิบปีแล้ว “คุณแม่ก็เอาหน้าไว้ที่บ่านั่นแหละค่ะ” “ยัยซันนี่! ต่อไปถ้าแกมีข่าวอะไรที่ไม่ดีอีกฉันจะส่งแกไปดัดนิสัยที่บ้านนอก นิสัยแกนี่เหมือนใคร” “คุณแม่ขา ลูกแม่ก็เหมือนแม่สิคะจะให้เหมือนคนข้างบ้านไม่ได้” “ยัยซันนี่!” คีรินอยากจะร้องกรีดร้องออกมาคีตะวันถอดแบบเธอสมัยวัยรุ่นมาไม่มีผิดโชคดีพอได้มาเจอกับพ่อของคีตะวัน คีรินจึงยอมเชื่อฟังสามี คีตะวันเดินออกมาทิ้งให้มารดาโมโหอยู่คนเดียวก็เธอไม่ได้ทำอะไรผิดเลยสักนิดนักข่าวก็เล่นข่าวเอง เธอกับณดลแค่เพื่อนร่วมงานกันเมื่อขึ้นมานั่งบนรถจึงเปิดดูคอมเม้นซึ่งมีคนมารุมด่าเธอ “พวกบ้าน่าจะฟ้องให้เข็ด” ‘หน้าตาก็ดีบ้านก็รวยไงถึงควงผู้ชายไม่ซ้ำหน้า’ ‘อย่ามายุ่งกับณดลขอลฉันนะ’ ‘ครั้งก่อนก็มีข่าวแย่งแฟนรุ่นน้อง’ ‘ร้ายทั้งในจอและชีวิตจริง’ คีตะวันจึงปิดคอมเม้นต์หนีเบื่อพวกที่ดีแต่พิมพ์ครั้งก่อนที่มีข่าวว่าคีตะวันแย่งแฟนรุ่นน้องเธอกับเจตนิพัทธ์เคยคบหาดูใจกันในช่วงเวลาหนึ่งแต่ก็โดนดาราน้องใหม่แย่งไปและทิ้งให้เธอเป็นคนร้าย ครืด ครืด ครืด “ค่ะพี่จีจี้” “ทำอะไรลงรู้ไหมเจ้าภาพโทรมายกเลิกงานกันหมดแล้ว” “ก็ยกเลิกให้หมดเลยค่ะซันนี่เบื่อ” “ยัยซันนี่” จีรภัทรหรือจีจี้สาวประเภทสองที่ดูแลคีตะวันมาตั้งแต่เริ่มเข้าวงการเริ่มปวดหัวขึ้นมาเมื่อเอาเด็กในสังกัดไม่อยู่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดข่าวเสียหายทุกครั้งแม่ของคีตะวันจะเป็นคนใช้เงินปิดข่าวไว้ “แค่นี้นะคะซันนี่ปวดหัว” คีตะวันวางสายไม่สนใจเสียงตะคอกของผู้จัดการ เธอสนใครที่ไหนหญิงสาวขับรถมุ่งตรงไปที่คอนโดหรูของตัวเอง คีตะวัน ธนโชควาณิช ชื่อเล่น ซันนี่ วัย 24 ปี ดารานางแบบดาวรุ่งในบทบาทของนางร้ายที่ชอบแย่งคนรักของคนอื่น นิสัยไม่แคร์ใครเอาแต่ใจตัวเองและไม่ฟังใคร มีแม่คอยหนุนหลังคลอดลูกคุณหนูเพียงคนเดียวของตระกูลที่ร่ำรวยมหาศาล “ซันนี่คิดถึงพ่อจังเลยค่ะ” หญิงสาวมองไปที่รูปถ่ายของบิดาที่จากไปแล้วเกือบ 10 ปี คุณคณิน ธนโชควาณิช ที่สร้างอาณาจักรใหญ่โตเป็นนักธุรกิจหมื่นล้านแต่อายุสั้นเพราะเสียชีวิตรถประสานงากับรถบรรทุกเสียชีวิตคาที่ในวัยเพียง 38 ปี ทิ้งให้ภรรยารับภาระดูแลทุกอย่าง จนคีรินละเลยความรู้สึกของลูกสาวคนนี้ ติ้งต่อง เสียงออดหน้าประตูดังขึ้นคีตะวันจึงเดินมาเปิดโดยลืมดูกล้องว่าใครเป็นคนมาหาพอเปิดไปกับเจอคนที่ไม่อยากเจอมากที่สุดอย่างเจตนิพนธ์ อดีตแฟนหนุ่มของเธอ “ขอเข้าไปหน่อยได้ไหม” “มาขอส่วนบุญอะไรอีก!” คีตะวันยอมให้อดีตแฟนหนุ่มเข้ามาให้ห้องเพราะกลัวจะมีข่าวออกไปอีก “ซันนี่ เจตผิดไปแล้ว” “ผิด? ผิดแล้วไม่แก้ข่าวละว่าดาราหน้าตาใสซื่อแท้จริงก็ร่านไม่น้อย” เมื่อคิดถึงดาราสาวรุ่นน้องอย่าง เกวลิน ที่กำลังดังในทุกวันนี้แล้วรู้สึกเจ็บใจ หญิงสาวรับบทนางเอกอ่อนแอจนผู้คนติดภาพใครจะคิดว่าคนที่รับบทนางเอกมาตลอดจะแอบมาลักลอบคบกับแฟนของเธอ “ก็ซันนี่ไม่ยอมให้...” “ยัยเกลคันขนาดนั้นเลยเหรอเจตถึงยอมไปนอนกับมัน” วันที่เธอเปิดประตูห้องของเขาไปแล้วเจอทั้งสองกำลังนอนกอดกันกลมโดยไม่มีอะไรติดตัวสักชิ้นไม่ต้องเดาก็รู้ว่าทำอะไรกันมา “ซันนี่เจตอยากขอโอกาส” “โอกาสมันไม่มีแล้วเจต เจตทำลายความไว้ใจของเราไปจนหมดแล้ว แถมเจตยังเอาเหตุผลที่เห็นแก่ตัวมาเป็นข้ออ้างว่าซันนี่ไม่ยอมนอนด้วย” “เจตไม่เคยรักเกลเลยนะ เจตรักซันนี่คนเดียว” หากว่าหญิงสาวไม่รวยอย่าหวังเลยว่าเขาจะตามมาง้อแถมเล่นตัวไม่ยอมนอนกับเขาอีก “เจตไม่เคยรักเกลเลยเหรอแล้วที่นอนด้วยกันหมายความว่าอะไรละ” คีตะวันยิ้มอย่างคนมีแผนร้ายคนอย่างเจตนิพนธ์ไม่มีวันตามเกมเธอทัน “ก็เกลง่ายเอง...” ปัง! เกลวลินเปิดประตูห้องของคีตะวันเข้ามาพร้อมแววตาที่ดูโกรธเธอได้รับสายของคีตะวันและได้ยินเรื่องราวที่ผ่านมาทั้งหมดและโกรธชายหนุ่มไม่น้อย “เกลคุณมาได้ยังไง” “ฉันได้ยินทั้งหมดแล้ว” เกวลินมองไปที่เจตนิพนธ์อย่างเกลียดชังที่แท้ชายหนุ่มก็แค่หวังผลประโยชน์เท่านั้น “ซันนี่ทำแบบนี้ทำไม” “ออกไปคุยกันที่อื่นไม่งั้นฉันจะแฉพวกแกให้หมดทุกคนเลยหรืออยากจะลอง” เจตนิพนธ์จึงลากเกวลินออกไปคีตะวันรู้สึกเบื่อจึงโทรนัดเพื่อนสาวอย่างขวัญพิชชา ซึ่งเป็นเพื่อนเพียงคนเดียวของคีตะวันที่จริงใจเสมอมา “ว่าไงยะ” “เบื่อๆ ขอไปผับผัวแกได้ป่ะ” “ได้จ้าเจอกัน” ตกเย็นหญิงสาวจึงอาบน้ำแต่งตัววันนี้คีตะวันอยู่ในชุดเกาะอกสีดำกระโปรงรัดรูปสวมส้นสูงสีดำและเกล้าผมขึ้นทำให้เห็นลำคอระหงชุดสีดำขับกับผิวขาวเนียนได้อย่างลงตัว “นมใหญ่ซะมัดเลย” หน้าอกไซส์ 36 ของเธอทำให้หญิงสาวเป็นคนที่น่ามองทั้งตัวและใบหน้าพ่อกับแม่เป็นคนให้มาโดยที่ไม่ต้องเพิ่งมีดหมอ เมื่อกำลังจะออกไปก็เห็นซองเอกสารวางอยู่บนโต๊ะซึ่งแม่เป็นคนให้มาไม่รู้อะไรดลใจให้หญิงสาวเปิดดู “ไร่ผลไม้มนต์รัก” คีตะวันพลิกดูไปมาแต่ก็ไม่ได้สนใจและวางลงที่เดิมเตรียมตัวออกไปดื่มกับเพื่อน คีตะวันเดินเข้ามาทางห้องวีไอพีที่คนรักของเพื่อนจองไว้ให้และนั่งลงอย่างเบื่อหน่าย ไม่ว่าจะทำอะไรก็เป็นข่าวไปหมดไม่รู้ว่านักข่าวขยันทำข่าวอะไรนักหนา “มาแล้วจ้า” ขวัญพิชชาเดินมาพร้อมกับบดินทร์เจ้าของไนต์คลับแห่งนี้ “สวัสดีค่ะพี่ดิน” คีตะวันทักทายบดินทร์ตามประสาคนรู้จักชายหนุ่มคบกับเพื่อนของเธอมาเกือบหนึ่งปีแล้ว ด้วยความที่บดินทร์เป็นคนเก่งคีตะวันมักจะคุยเรื่องธุรกิจกับเขา “สวัสดีครับซันนี่ตามสบายกันเลยนะวันนี้เพื่อนพี่มา พี่ต้องขอตัวไปดูแลเพื่อนก่อน” “แกรู้ป่ะตอนฉันเข้ามาฉันเจอใคร” “ใคร?” “ไอ้เจตไงมันรู้ได้ไงว่าเธอมาที่นี่” ขวัญพิชชาเจ็บใจแทนเพื่อนที่โดนผู้ชายเห็นแก่ตัวคนนั้นรังแกแถมไม่ยอมแก้ข่าวให้อีก “ปล่อยไปเถอะเรามาดื่มฉลองให้ความโสดของฉันกัน” คีตะวันดื่มไปหลายไปหลายแก้วจนเริ่มเมามายจึงขอตัวไปเข้าห้องน้ำในระหว่างนั้นเองที่เจอเข้ากับเจตนิพนธ์อย่างจัง “ซันนี่มาเที่ยวเหรอเมาหรือเปล่า” “อย่ายุ่งได้ป่ะ”คีตะวันสะบัดมือออกจากการเกาะกุมของชายหนุ่ม ไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไรถึงได้ตามราวีชีวิตเธอนักหนา “เจตขอโทษ ขอให้เจตแก้ตัวได้ไหม” “กลับไปแก้ผ้ากับยัยเกวเถอะ ปล่อย!” หญิงสาวเริ่มหัวเสียที่โดนชายหนุ่มรั้งไว้ เมื่อจะหลุดพ้นก็มีเสียงตะคอกของคนหนึ่งดังเข้ามา “อีหน้าด้าน ไหนว่าเลิกกันแล้ว” เกวลินเดินเข้ามาควงแขนชายหนุ่มไว้แน่น “หวงเหรอ? หวงก็ล่ามโซ่ไว้อย่าปล่อยให้ตามเห่าหอนคนอื่น เหมาะกันดีผีเน่ากับโลงผุ” คีตะวันหัวเราะออกมาอย่างสะใจที่เห็นหญิงสาวโกรธ “แก..” “อย่าเกล” “ฉันจะบอกอะไรให้นะว่าที่สามีฉันหล่อรวยกว่าพวกแกหลายร้อยเท่า และเขาก็ไม่เกาะผู้หญิงเหมือนนายหรอก” “ไหนละคะแฟนพี่ซันนี่อย่ามาโกหกเลย” คีตะวันต้องไม่แพ้กำลังจะอ้าปากเถียงแต่หันไปเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งที่ใส่เสื้อเชิ้ตสีดำปลดกระดุมจนเห็นแผงอกกำลังยื่นคุยโทรศัพท์อยู่ไม่ไกลจากเธอ ใบหน้าของเขาดูดีหล่อกว่าพระเอกที่เธอเคยเล่นละครด้วย “ซันนี่อย่ามาโกหกเจตเลย” ชายหนุ่มจะไม่ยอมให้ใครได้เชยชมคีตะวันเด็ดขาดนอกจากตัวเขา “ที่รักคะ มาคุยมือถือซะนาน” คีตะวันเกาะแขนชายหนุ่มคนนั้นไว้แน่นและเล่นละครตบตาได้อย่างแนบเนียน และภาวะนาอย่าให้เขาหักหน้าเธอเลย “ไม่จริงซันนี่”
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม