บทที่ 2 ค่าตัวของคุณ

1735 คำ
ตรีเมฆกำลังหน้าเหวอที่โดนหญิงสาวปริศนาเดินมาควงแขนและเรียกเขาอย่างกับเป็นคนรักกันมาก่อน จึงเงียบเพื่อรอดูสถานการณ์ “นี่ไงคนรักฉันหล่อรวยไม่ต้องเกาะผู้หญิง” คีตะวันเกาะเขาไว้แน่นเพราะกลัวว่าชายหนุ่มจะพูดอะไรที่หักหน้าเธอ ไม่อย่างนั้นคงอายทั้งสองคนแน่ ตรีเมฆพอจะเดาออกหญิงสาวคงเลิกรากับชายหนุ่มคนนี้และโดนทั้งสองดูถูกแต่ไม่ใช่เรื่องของเขาจึงจะปฏิเสธต่อพอได้สบตากับคนตรงหน้าหัวใจที่เคยด้านชากับรู้สึกหวั่นไหวขึ้นมา “จะเป็นไปได้ยังไง” เกวลินไม่อยากจะเชื่อว่าคีตะวันจะหาแฟนใหม่ได้เร็วขนาดนี้ แถมยังหล่อดูภูมิฐานซึ่งเจตนิพนธ์เทียบไม่ติดด้วยซ้ำ “เจตไม่เชื่อ ซันนี่โกหก” “ทำไมแฟนผมต้องโกหกด้วยครับ” ตรีเมฆพูดออกไปแต่สายตากับจ้องไปที่เนินอกที่โผล่พ้นเสื้อออกมาและแอบรอบกลืนน้ำลายลงคอ “จะ จริงเหรอที่คุณคบกับซันนี่” “หรือจะให้ผมพิสูจน์ให้ดู?” ตรีเมฆไม่พูดเปล่าแต่จับท้ายทอยของหญิงสาวเข้าหาตัวเองและประกบจูบลงไปจนคีตะวันตกใจกับการกระทำของเขาไม่น้อย จูบแรกของเธอ “เราไปกันดีกว่าครับผมไม่อยากอยู่ที่นี่นาน” คีตะวันโดนลากออกมาเมื่อตั้งสติได้จึงสะบัดมือออกและหันมาเอาเรื่องเขาที่กล้าดียังไงถึงมาจูบเธอโดยที่เธอไม่อนุญาต “ปล่อยฉัน” “ผมช่วยคุณไว้แท้ๆ” “ใครใช้ให้นายมาจูบฉัน เอานี่ไปถือว่าเป็นค่าตัวนาย” คีตะวันยื่นแบงก์เทาให้ห้าใบแต่ชายหนุ่มไม่ยอมรับไว้ “ผมไม่อยากได้เงิน” “แล้วนายอยากได้อะไร” ตรีเมฆไม่พูดเปล่าแต่ดึงหญิงสาวเข้ามาจูบอีกครั้ง ครั้งนี้เป็นจูบที่ดูดดื่มกว่าครั้งแรกเพราะตรีเมฆส่งลิ้นอุ่นๆ เข้ามาทักทายหญิงสาวในโพรงปาก “ถือว่าเป็นค่าที่ผมช่วยคุณ” “ไอ้สาระเลว” คีตะวันรับไม่ได้กับการกระทำของเขาจึงอดทนไม่ไหว เพี้ยะ “ไอ้เมฆมาอยู่นี่เอง อ้าว ซันนี่มาทำอะไรอยู่ตรงนี้ครับ” บดินทร์เดินเข้ามาหาทั้งสองคนโดยที่หญิงสาวใบหน้าไม่ค่อยสู้ดีนักเขาเดินตามหาเพื่อนตั้งนาน “เปล่าค่ะ” “เดี๋ยวพี่จะขออนุญาตพาเพื่อนไปนั่งที่โต๊ะด้วยนะครับซันนี่สะดวกใช่ไหม” “ค่ะ” คีตะวันจึงเดินเข้าห้องวีไอพีตามด้วยตรีเมฆที่รู้สึกถูกใจหญิงสาวไม่น้อย ทิ้งให้บดินทร์รู้สึกสับสนว่าทั้งสองโกรธใครมาวึ่งบรรยากาศในห้องดูอึมครึมไปหมด “เอ่อ มึงรู้จักกันแล้วเหรอ” “ไม่รู้จัก / รู้จัก” ทั้งบดินทร์และขวัญพิชชาจึงมองหน้ากันว่าทั้งสองเป็นอะไรถึงดุเหมือนโกรธกันมา “สรุปรู้จักหรือไม่” “ไม่ค่ะเราไม่รู้จักกัน” คีตะวันชิ่งตอบก่อนและนั่งกอดอกเชิดหน้าไม่สนใจคนตรงหน้าที่เหมือนตั้งใจจะมองเธอ เมื่อคิดถึงรอยจูบของเขาทำไมหัวใจเจ้ากรรมถึงสั่นไหวขึ้นมา “ซันนี่ทำไมนั่งเงียบมาดื่มดีกว่า” ขวัญพิชชาเห็นเพื่อนนั่งนิ่งจึงชวนคุยเพราะกลัวว่าเพื่อนจะเบื่อหน่ายเพราะแฟนหนุ่มพาเพื่อนมานั่งด้วย “ฉันว่าฉันกลับดีกว่า” “ซันนี่จะกลับแล้วเหรอครับยังไม่ดึกเลย” บดินทร์ไม่เข้าใจว่าทั้งเพื่อนและคีตะวันเป็นอะไรกันขึ้นมาถึงได้นั่งเงียบผิดปกติ “เดี๋ยวฉันเดินลงไปส่ง” “ไม่เป็นไรลานจอดรถอยู่ตรงนี้เอง” คีตะวันเดินออกไปโดยไม่แม้แต่จะมองตรีเมฆการมาเที่ยวในวันนี้ถือว่าเป็นวันที่แย่ที่สุดยังจะมาเจอคนที่ขโมยจูบเธอไปอีก “จะรีบกลับไปไหนละ” ตรีเมฆเดินเข้ามามือล้วงกางเกงไว้และส่งยิ้มมาให้คนตรงหน้า “ฉันจะรีบกลับหรือไม่มันเกี่ยวอะไรกับนายไม่ทราบ” ถือว่าปากเก่งดี ตรีเมฆไม่รู้ทำไมถึงอยากแกล้งหญิงสาวนักจึงเดินเข้ามาใกล้และกักตัวหญิงสาวไว้ไม่ให้หนีไปไหนถ้ามองไกลๆ ก็เหมือนกับว่าทั้งสองอยู่ในท่าที่ไม่ดูดีเท่าไร “ถอยไปนายจะทำอะไร นายไม่รู้หรือไงว่าฉันเป็นใคร” คีตะวันเริ่มโมโหที่ชายหนุ่มตรงหน้าเริ่มจะคุกคามเธออีกครั้งแถมยังยิ้มหน้าตาเฉย “รู้สิ! เป็นนางร้ายที่ชอบแย่งแฟนคนอื่นไง” ที่เขารู้เพราะบดินทร์เป็นคนบอกแต่พอได้พูดคุยเหมือนว่านิสัยของคีตะวันจะเป็นอีกแบบเหมือนเด็กน้อยเสียมากกว่า “ไอ้บ้า ปล่อย” คีตะวันดิ้นจนหลุดพ้นจากพันธนาการของเขาและรีบขึ้นรถไปโดยที่หัวใจยังคงสั่นไหวทุกครั้งที่อยู่ใกล้ชายหนุ่ม ในระหว่างนั้นเองก็มีนักข่าวมือดีได้บันทึกภาพนั้นไว้ พร้อมกับรอยยิ้มร้ายที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้า ‘ข่าวฮอตประจำวันนี้ ดารานางร้ายอักษรย่อ ซนคตว แอบทำอะไรที่ไม่ดีไม่งามในลานจอดรถของไนต์คลับดังโดยไม่อายฟ้าอายดิน อะไรจะอยากขนาดนั้นแม่คุณ’ เมื่อข่าวนี้เผยแพร่ออกไปพร้อมกับรูปหลักฐานที่เห็นหน้าของคีตะวันชัดเจนแต่ชายหนุ่มอีกคนเห็นเพียงแผ่นหลัง คีรินถึงกับความดันขึ้นเมื่อได้อ่านข่าวนี้ “คุณผู้หญิงคะ” “ขอยาดมให้ฉันหน่อย” คีรินแทบจะเป็นลมที่ลูกสาวเพียงคนเดียวมีข่าวฉาวทุกวันแต่ครั้งนี้เหมือนจะหนักกว่าทุกครั้ง แต่ต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อดัดนิสัยของลูกสาว “ติดต่อคนนั้นให้ฉันหน่อย” “ค่ะ” คีรินจะส่งลูกสาวเพียงคนเดียวไปดัดนิสัยที่ต่างจังหวัดจะได้ช่วยขัดเกลานิสัยให้ดีขึ้นมาได้ คำขอครั้งนี้หวังว่าคนทางนั้นจะช่วยรับปาก ครืด ครืด ครืด “ฮัลโหล” “นังลูกไม่รักดีแกไปสร้างข่าวฉาวอะไรอีก” “แม่พูดอะไร?” “ข่าวที่บอกว่าแกคันจนต้องเอากันในลานจอดรถไง ฉันจะส่งแกไปอยู่บ้านนอกอีก 3 วัน เตรียมตัวไว้” “หนูไม่ไป” “ไม่ไปฉันก็จะบังคับแกไปไอ้บัตรเครดิตฉันจะตัดให้หมดรวมถึงรถที่แกขับด้วย” คีตะวันตัดสายแม่ทิ้งและเข้าไปดูข่าวซึ่งเป็นรูปเมื่อคืนทั้งที่ความจริงก็ไม่ใช่แบบนั้นทำไมถึงเขียนข่าวเนื้อหาแย่ๆ ลงไปได้พร้อมกับคอมเม้นต์ด่าเธออีกมากมายพูดแล้วเบื่อไปชอปปิ้งกันดีกว่า “บัตรนี้ใช้ไม่ได้ค่ะ” “อะไรนะ!” คีตะวันจึงหยิบบัตรเครดิตขึ้นมาอีกหนึ่งใบแต่ก็เหมือนเดิมเหมือนกับว่าแม่ของเธอจะไม่ได้พูดเล่นอีกต่อไป เมื่อยื่นอยู่สักพักก็ได้ยินคนนินทาจึงรีบเดินออกมาด้วยความอับอายและมุ่งหน้าไปหาแม่ที่บริษัท “เข้าไม่ได้นะคะคุณ” เลขาสาวหน้าห้องพยายามไม่ให้คีตะวันเข้ามาในห้องทำงานของแม่เพราะคีรินมีธุระที่สำคัญจะคุยกับใครคนหนึ่ง คีตะวันจึงเปิดประตูเข้ามาและคนที่เธอเห็นคือผู้ชายคนนั้น “ขอโทษค่ะดิฉันห้ามแล้วค่ะ” “นายมาทำอะไรที่นี่!” คีตะวันเดินเข้ามาหาตรีเมฆที่นั่งคุยกับแม่ของเธอ ทั้งสองไปรู้จักกันตั้งแต่ตอนไหน “ซันนี่อย่าเสียมารยาทกับแขกของแม่” คีรินส่ายหัวกับลูกสาวตัวเองและให้เลขาสาวออกไปทำงานต่อ “แม่ไปรู้จักกับนายคนนี้เขาได้ยังไงคะ” “ซันนี่พูดกับพี่เขาให้เพราะๆ หน่อย” คีตะวันเริ่มคิดไม่ดีหรือว่าผู้ชายคนนี้จะเป็นรักของแม่แต่แม่ก็ไม่น่าจะคบผู้ชายที่อายุน้อยกว่าขนาดนี้และเธอก็จะไม่ยอมให้ใครเข้ามาแทนที่แม่ของเธอ “หรือว่าเป็นแฟนของแม่คะ” “ซันนี่คุณตรีเมฆเขาไม่ได้มีอะไรกับแม่” “จะใช่หรือไม่ใช่หนูก็ไม่ยอมให้ใครมาแทนที่พ่อหรอกค่ะ แม่มัวแต่ทำงานไม่สนใจหนูเลยสักนิดต่อให้หนูจะเป็นจะตายยังไงแม่ก็ไม่สนใจอยู่แล้ว ค่อยดูนะหนูจะทำตัวเหลวแหลกให้แม่อกแตกตายไปเลย” “ยัยซันนี่” เพี้ยะ! คีรินตกใจที่ตัวเองเผลอทำร้ายลูกตั้งแต่เล็กจนโตเขาไม่เคยลงมือทำร้ายลูกตัวเองเลย คีตะวันยังคงตกใจที่แม่กล้าตบเธอต่อหน้าคนอื่นนั้นหมายความว่าแม่ไม่สนใจเธออีกแล้ว “แม่ขอ...” “ไม่ต้องมายุ่งกับหนู ต่อให้จะมีแฟนเด็กหรืออะไรก็อย่ามายุ่งกับชีวิตหนู นายคงสะใจมากละสิ” คีตะวันหันมาเอาเรื่องตรีเมฆที่นั่งดูเหตุการณ์อยู่ “ซันนี่ฟังแม่ก่อน” คีตะวันวิ่งออกไปจากห้องทำให้คีรินความดันขึ้นมาอีกครั้งคีตะวันเริ่มต่อต้านเธอตั้งแต่เริ่มโตเป็นสาวและแข็งข้อขึ้นเรื่อยมา “เดี๋ยวผมเรียกเลขาให้ครับ” “ไม่ต้องค่ะยัยซันนี่โกรธแป๊บเดียว เดี๋ยวก็หายคุณต้องดูแลลูกสาวฉันให้ดีนะคะ” คีรินฝากฝังให้ตรีเมฆเป็นคนดูแลคีตะวันต่อเพราะยังไงลูกสาวของเธอต้องไปอยู่กับตรีเมฆ “อีก 3 วันคุณคีรินส่งคุณซันนี่มาที่ไร่ได้เลยครับ” “ขอบคุณมากนะคะบุญคุณครั้งนี้ถือว่าเราหายกัน” “ผมขอตัวก่อนครับ” ตรีเมฆเดินลงมาเพื่อให้ทันหญิงสาวที่เขาอยากเจอแต่ก็ไม่ทันเพราะเห็นหลังรถแล่นออกไปแล้ว “คิดเหรอว่าจะหนีฉันพ้น” ตรีเมฆมองไปจนรถหายลับสายตาไปแล้วหยิบแว่นตาดำขึ้นมาสวมก่อนจะเดินขึ้นรถสปอร์ตคันหรูมูลค่าหลายสิบล้าน เขาแค่มาสารภาพว่าคนที่อยู่ในข่าวคือตัวเขาเองซึ่งทำให้คีรินสบายใจขึ้นมา
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม