หลายเดือนผ่านไป “เจ้ามีความรักกับเขาแล้วหรือ คงไม่ใช่นางโลมหรอกนะ” ไท่จื่อตรัสด้วยพระสุรเสียงขบขัน ขณะที่ได้สดับเรื่องราวของเกาตี้หวางเย่ที่ทรงเล่าเรื่องราวระหว่างพระองค์กับเว่ยหนิงนางกำนัลส่วนพระองค์ “นางไม่ได้เป็นนางโลม นางเป็นหญิงสาวชาวบ้านที่อยู่ในบ้าน” เกาตี้หวางเย่ทูลบอก “ทุกทีไม่เคยมาบอกข้า ทำไมครั้งนี้เจ้าถึงมาปรึกษาข้า” ไท่จื่อตรัสถามทรงสงสัยยิ่งนัก “ข้ากลัวว่าฟู่จวินและเหนียงชินจะไม่ยอมรับนาง” หวางเย่ตรัสจริงจัง “เป็นลูกผู้ชายต้องกล้ายอมรับความจริง” ไท่จื่อตรัสจริงจัง และยกจอกน้ำจัณฑ์ขึ้นเสวย (น้ำจัณฑ์ แปลว่า เหล้า) “เครียด กินเหล้า” หวางเย่ตรัส แล้วเสวยน้ำจัณฑ์จนหมดจอก ไท่จื่อทรงรินน้ำจัณฑ์จากกาใส่จอกของหวางเย่ “ไม่ต้องเครียดตี๋ติ ทุกอย่างมีทางออก” ไท่จื่อตรัสเช่นนี้ และแย้มพระสรวล (ตี๋ติ แปลว่า น้องชาย) เกาตี้หวางเย่เสด็จเข้ามาในตำหนัก เสด็จมายังห้องโถง ทอดพระเนตรเห็นเ

