“ทูลหวางโฮ่วหม่อมฉันคิดว่า การที่จะให้ประชาชนกินดีอยู่ดีนั้น ให้ประชาชนต้องมีรายได้ เช่น การแจกจ่ายเมล็ดพันธ์ุ คือข้าวเป็นอาหารหลักของเรา ให้เขานำมาขายกับพ่อค้าคนกลาง คือท้องพระคลังหลวง เพื่อเป็นตัวกลางในการแจกจากเงิน อีกทั้งท้องพระคลังหลวงนั้นจะได้ขาวข้าวในราคาต่ำลง และยังกระจายข้าวขายไปยังแว่นแคว้นต่างๆ ส่วนราษฎรมีรายได้ทั่วถึง ไม่ต้องขึ้นตรงกับพ่อค้าคนกลางนอกวัง ถ้าเป็นหน้าแล้งนั้น ข้าวที่อยู่ในท้องพระคลังหลวงนำมาแจกจ่ายให้กับราษฎรที่ขึ้นตรงกับเมืองนั้นๆ” จางเหนียงทูลตอบเช่นนี้ ทำให้หวางโฮ่วยิ้มอย่างพอพระทัยเป็นอันมาก และทอดพระเนตรมองไปยังซ่งเมิ่งที่มองจางเหนียงด้วยความชื่นชม “เอาเป็นว่าข้าจะพิจารณาแล้วกัน พวกเจ้ากลับไปก่อน” หวางโฮ่วตรัสด้วยพระสุรเสียงอ่อนโยน “เพคะ หวางโฮ่ว” พวกนางถวายบังคมหวางโฮ่วและก้าวเดินออกจากตำหนักไป “ซ่งเมิ่งเจ้าว่าเป็นเช่นไร ใครควรเป็นไท่จื่อเฟย” หวางโฮ่วตรัส

