บทที่ 4 รักษาระยะห่าง

1656 คำ
สองวันมาแล้วที่ไป๋หลานหลบหน้าหลบตาเฟิ่งหวงจริงอย่างที่แม่ของเขาบอก สักวันนางต้องกลับบ้านเมืองของนางไม่สร้างความผูกพันกันไปมากกว่านี้ “เจ้าหลบหน้าข้าหรือเหม่ยเหม่ย” เฟิ่งหวงเดินเข้ามาใกล้นางเพราะสองวันที่ผ่านมานางไม่ยอมมาเจอหน้าเขาเลย จนทำให้เขาร้อนใจว่าเขาทำอะไรผิดไป “ข้าไม่ได้หลบหน้าเสียหน่อย” “เจ้าโกหกข้า” เมื่อนางพยายามหลบตาเฟิ่งหวงจึงรู้เพราะนางโกหกไม่เป็นยามที่นางโกหกมักจะสายตาไม่กล้าสู้หน้า “ปล่อยข้าเฟิ่งหวง” นางจะเดินหนีแต่ถูกมือหนาของเขารั้งไว้ไม่ยอมให้ไปไหน “ข้าไม่ให้เจ้าไปไหนทั้งนั้น” “อื้อ!” ปากหนาครอบครองนางไว้มือหนารั้งท้ายทอยไว้เพื่อไม่ให้นางดิ้นไปไหน เฟิ่งหวงร้อนใจกลัวว่านางจะเป็นอะไรพยายามมาดักรอ “ปล่อยข้า” “หวงเอ๋อร์” เจ๋อหรานเข้ามาขัดทำให้ไป๋หลานขอตัวออกไปเพื่อให้แม่ลูกได้คุยกัน เจ๋อหรานส่ายหน้านางคงห้ามผิดคนคนที่จะต้องห้ามควรจะเป็นลูกชายนางมากกว่า “ลูกทำเยื้องนี้กับนางไม่ได้เจ้าทั้งสองยังไม่ได้แต่งงานกัน” “นั้นท่านแม่ก็ให้ข้าแต่งงานกับนางสิ” เฟิ่งหวงไม่มีท่าทีว่าจะพูดเล่นท่านแม่พูดออกมาแล้วจึงถือโอกาสดีที่จะพูดถึงเรื่องแต่งงานของเขากับไป๋หลาน นางจะได้เป็นภรรยาของเขาเสียที “...” “ลูกรักนางและเราก็รักกัน คืนนั้นเราก็เป็นของกันและกันแล้วท่านม่ให้ข้าแต่งงานกับนางเถิด” “เจ้ากลับไปคิดให้ดีนางเป็นใครเรายังไม่รู้” “ตอนที่ท่านแม่รักท่านพ่อ ท่านก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำ” เฟิ่งหวงยกเอาเรื่องของท่านแม่มาพูดเพราะเขาเคยได้ยินท่านแม่เล่าให้ฟัง “หวงเอ๋อร์…!” “ข้ากับนางรักกันไยท่านแม่ต้องห้าม ท่านแม้ห้ามไม่ให้นางมาพบข้าใช่หรือไม่” “อาไว้ลูกใจเย็นลงเราค่อยมาพูดคุยกันใหม่” เจ๋อหรานเดินเข้ามาในกระโจมและเปิดหีบหยิบสร้อยออกมา “โชคชะตาฟ้าลิขิตคนเราไม่เหมือนกัน” หลี่เจี้ยนกั๋วเดินเข้ามาดูน้องสาวที่ทุกข์ระทมกับเรื่องราวในอดีตมานานหลายสิบปีและไม่ยอมปล่อยวาง “ท่านพี่” “ลูกเจ้าโตแล้วปล่อยให้เฟิ่งหวงตัดสินใจเองเสียเถิด” “ข้ากลัวเหลือเกินเจ้าค่ะ” นางไม่อยากให้เฟิ่งหวงมีชีวิตรักเหมือนนาง และนางไม่อยากให้ลูกต้องมีอำนาจยิ่งใหญ่เหมือนกับพ่อของเขา “หากหวางเทียนเวิ่นรู้เข้า เฟิ่งหวงก็คงไม่พ้นที่จะ...” “ท่านพี่อย่าพูดชื่อนั้นให้ข้าได้ยินอีก” “เฟิ่งหวงสักวันต้องได้เป็นใหญ่เจ้าคิดให้ดีเสียเถิดน้องพี่” หลี่เจี้ยนกั๋วปล่อยให้นางได้อยู่กับตัวเองคนเราหนีสวรรค์ฟ้าลิขิตของตัวเองไม่ได้ เขาอยากให้น้องสาวและหลานมีความสุขโดยไม่ต้องทุกข์ระทม “เวรกรรมที่ท่านผิดสัญญากับข้าบัดนี้ท่านไม่เหลือใครแม้แต่ทายาทสืบบัลลังก์” เจ๋อหรานกำสร้อยประจำตระกูลหวางไว้แน่นซึ่งมีเส้นเดียวที่หลงเหลืออยู่ “หากน้องหญิงมีลูกโปรดให้ลูกเก็บสร้อยเส้นนี้ไว้ให้ดี” หวางเทียนเวิ่นหยิบสร้อยขึ้นมาสวมให้เจ๋อหราน ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินทางกลับแคว้นหว๋างป่อแต่ทะว่าเมื่อมาถึงนางถึงได้รู้ความจริงว่าเทียนเวิ่นคือองค์รัชทายาทและมีว่าที่พระชายาอยู่แล้ว ส่วนนางก็เป็นได้แต่สนมเอก “ท่านหลอกข้า” เจ๋อหรานมีแต่น้ำตาไหลออกมาไม่หยุดเขาปกปิดตัวตนไว้ไม่ให้นางรู้และสนมอีกมากมาย เมื่อถึงใกล้วันพิธีอภิเษกนางถึงรู้ว่านางตั้งครรภ์ ก่อนนางจะจากไปนางได้เขียนจดหมายทิ้งไว้พร้อมกับคำพูดไม่ให้เทียนเวิ่นมีทายาทสืบสกุลและให้อยู่อย่างทุกข์ทรมานจนถึงทุกวันนี้ “ลูกของข้า ข้าเลี้ยงได้” ตำหนักหยางกง หวางเทียนเวิ่นช่วงนี้ทรงประชวรอยู่บ่อยครั้งและยังคงให้ทหารออกตามหานางอยู่ตลอดหลายสิบปีเมื่อคิดว่าอาจจะไม่เจอแล้วจึงให้ล้มเลิกการตามหา “กราบทูลฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ” “อย่าพิธีรีตองมากพูดมาเถิด” “นักสืบทรงได้ความมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ” กงกงรีบมารายงานความคืบหน้าที่ให้ทหารและนักสืบออกตามหาเจ๋อหรานตลอดหลายปีก็ได้แต่เรื่องเดิม “คงจะเรื่องเดิม” “ทางสำนักเซียนรายงานมาว่าก่อนที่อดีตพระสนมหลี่เจ๋อหรานจะหนีไปนางกำลังตั้งครรภ์พ่ะย่ะค่ะ ซึ่งกระหม่อมพาหมอหลวงมายืนยันด้วยพ่ะย่ะค่ะ” “เจ้าพูดความจริงใช่หรือไม่” หวางเทียนเวิ่นกำลังตกใจกับสิ่งที่กงกงรายงาน หากเขามีทายาทตอนนี้ก็คงจะโตเป็นหนุ่มสาวแล้วหรือที่นางหนีไปเพราะตั้งครรภ์ “กระหม่อมได้ไปตรวจครรภ์พระสนมปรากฏว่าตั้งครรภ์พ่ะย่ะค่ะ” อดีตหมอหลวงที่ตอนนี้เริ่มแก่เฒ่าแล้วเขาจำอดีตพระสนมได้เขาผิดที่ไม่รายงานฮ่องเต้ “ตอนนั้นนางขอร้องให้กระหม่อมอย่าเพิ่งไปรายงานฮ่องเต้พ่ะย่ะค่ะ” “เจ้าออกไป” เทียนเวิ่นไล่ให้อดีตหมอหลวงออกไปและหันมาสั่งอะไรบางอย่างเพื่อให้กงกงจัดการตามที่เขาต้องการ “เจ้าเก็บเรื่องนี้ไว้และให้คนออกตามหาต่อ ส่วนเรื่ององค์หญิงจางมีความคืบหน้าอะไรบ้าง” ใกล้จะถึงวันพิธีอภิเษกก็เกินเรื่องเมื่อทหารมารายงานว่าขบวนเสด็จขององค์หญิงถูกโจรดักปล้นและฆ่าทหารที่ตามเสด็จตายจนหมดแต่องค์หญิงจางกลับหายตัวไป “หรือที่องค์หญิงจางเดินทางมาครั้งนี้จะมีคนในแอบลอบทำร้าย” “เป็นไปได้พ่ะย่ะค่ะ” “ข้าไม่คิดว่าจะเป็นคนของแคว้นเป่ยเฟิง แต่คิดว่าเป็นคนของเราต่างหาก” “อีกไม่กี่วันฮ่องเต้จางเหวินเซียวจะเสด็จด้วยตัวเองพ่ะย่ะค่ะ” “เตรียมรับเสด็จให้พร้อมและส่งคนออกตามหาองค์หญิงจาง หากไม่เจอศพข้าก็ไม่เชื่อว่านางตาย” เทียนเวิ่นให้กงกงออกไปและหยิบสร้อยอีกเส้นขึ้นมาซึ่งเขาสั่งทำไว้สองเส้น “ขอให้ข้าได้เจอหน้าลูกสักครั้งเถิด” เทียนเวิ่นหวังว่านางจะใจอ่อนยอมให้เขาได้เจอหน้าลูกสักครั้งเวลาผ่านไปยี่สิบปีเขาก็ยังไม่ลืมเจ๋อหราน เผ่าเฟิงอวิ่น เฟิงหวงกำลังนั่งน่าเศร้าอยู่เพราะถูกท่านแม่สั่งห้ามไม่ให้ยุ่งกับไป๋หลานซึ่งเขาต้องแอบมาดักรอเพื่อพบหน้านางเมื่อเห็นว่าที่แม่น้ำไม่มีใครแล้วจึงเดินเข้ามาสวมกอดนางไว้แน่น “เจ้า เฟิ่งหวงปล่อยข้า” “ข้าคิดถึงเจ้าให้ข้ากอดหน่อยเถิด” ไป๋หลานจึงยอมให้เฟิ่งกอดนางก็คิดถึงเขาไม่แพ้กันแต่ความรู้สึกเหมือนว่าใกล้จะถึงเวลาที่ต้องจากกันแล้ว หากวันนั้นมาถึงนางอยากให้เขาลืมนาง “ข้าจะไปขอท่านแม่แต่งงานกับเจ้า” “เจ้าพูดอะไรออกมา” “คนอย่างข้าไม่เคยพูดเล่น” เฟิ่งหวงยังคงกอดนางไว้แน่นไม่ว่านางจะเป็นใครเขาก็ยังจะรักนาง และจะไม่มีอะไรแยกเขากับนางจากกันได้ยกเว้นความตายเท่านั้น “เจ้าปล่อยข้าก่อน” ไป๋หลานดิ้นอยู่ในอ้อมแขนของเพื่อให้เขานั้นปล่อยนางได้เป็นอิสรแต่พอเขาปล่อยนางเฟิ่งหวงกลับคว้าท้ายทอยนางเข้าหาตัว “อื้ออออ...” ปากเล็กถูกเฟิ่งหวงครอบครองอย่างกักขฬะและไม่ยอมปล่อยนาง เขาจับล็อกคางนางไว้แน่นเพื่อไม่ให้นางดิ้นหนีไปไหน “อย่าทำแบบนี้ข้าขอร้อง” “เจ้าเป็นเมียข้าทำไมข้าถึงทำไม่ได้” เฟิ่งหวงยังไม่ละความพยายามที่จะจูบหลายวันที่ผ่านมาเขาทั้งคิดถึงและโหยหากลิ่นตัวหอมๆ จากนาง “ข้าจะแต่งงานกับเจ้า” “เจ้ารักข้าอย่างนั้นหรือ” “การที่ข้ากับเจ้าเรานอนด้วยกันนั้นแปลว่าข้ารักเจ้าไม่ใช่แค่ต้องการร่างกายของเจ้า” “...” ไป๋หลานไม่พูดอะไรออกมาหากแต่งงานกันไปสักวันนางจะต้องจากไปอยู่นี้ แต่เฟิ่งหวงนั้นดูไร้เดียงสานักคงจะเป็นรักแรกที่เขาทุ่มเทให้ “ข้า ข้าจะแต่งงานกับเจ้า” เฟิ่งหวงออกอาการจนเห็นได้ชัดและรีบคว้าตัวนางเข้ามากอดอีกครั้ง “เจ้าเกลียดคนแบบไหนหรือ” “ข้าเกลียดคนโกหกเช่นเดียวกับท่านพ่อที่ข้าไม่เคยเห็นหน้าและไม่อยากจะเจอหน้าด้วย” เฟิ่งหวงเกลียดที่ท่านพ่อไม่เลือกท่านแม่ของเขาและปล่อยให้ท่านแม่ลำบากหอบเขาหนีมาอยู่ชนเผ่า “ข้าจะไม่ทำแบบนั้น” หลังจากที่ข้าจากไป นางได้แต่พูดคำนี้ออกมาอีกไม่กี่วันเสด็จพ่อและเหล่าทหารคงตามหานางเจอนางคงเสียใจไม่แพ้กับเขา “เจ้าทำหน้าเหมือนจะร้องไห้?” “ข้าเปล่าสักหน่อย” ไป๋หลานส่งยิ้มให้เพื่อไม่ให้เฟิ่งหวงเป็นห่วงและทั้งสองพากันเดินกลับกระโจมโดยมีซินอี้ที่บังเอิญเดินผ่านมาได้ยินถึงกับเก็บอาการไม่อยู่ “ท่านพี่เฟิ่งหวงเป็นของข้า” นางแอบชอบเขามาแต่วัยเยาว์จะไม่มีวันปล่อยเฟิ่งหวงไปไหนและงานแต่งงานจะไม่มีวันได้เกิดขึ้น
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม