“ปรัชญ์!!!!”
ผลัวะ!
ปรัชญารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาหลังจากถูกบางอย่างฟาดเข้าที่กลางอก กายหนาหยัดขึ้นมานั่งมองคนที่เพิ่งตื่นและมีคราบน้ำลายมุมปาก
“ยังนอนน้ำลายยืดเหมือนเดิมเลย”
ผลัวะ!
หมอนหนุนศีรษะฟาดเข้ากับร่างอีกรอบ ก่อนที่เพลงตะวันจะยกมือเช็ดมุมปากตนเองด้วยความอาย คราวนี้คุณหมอหนุ่มรู้แล้วว่าอะไรกระแทกกลางอกเขาจนตื่นเมื่อครู่
“ละ ลงจากเตียงเราไปเลย”
“ยังมืดอยู่เลย เราง่วง” เขามองหน้าหวานที่กำลังงัวเงียเช่นเดียวกัน ผมเผ้าชี้โด่ชี้เด่ของเธอทำเอาเขากลั้นขำแทบไม่อยู่
“ไปนอนข้างนอกสิ ห้ามมานอนในห้องเรา”
“ข้างนอกยุงเยอะนะ ฝนตกด้วย ถ้าเราตกระเบียงลงไปห้องตะวันมีผีเลยนะ” คนเพิ่งตื่นตีหน้ามึนพูดก่อนจะล้มตัวลงนอนต่อ
มิหนำซ้ำยังถือวิสาสะคว้าผ้าห่มผืนหนามากอดเลียนแบบเธออย่างเมื่อคืน
แม้จะรู้ตัวว่าทำแล้วน่าตบมากกว่าน่ารักอย่างเจ้าของห้อง
“เราหมายถึงห้องนั่งเล่น ลงไปเลย!” เพลงตะวันไม่พูดเปล่า ใช้เท้าเล็กๆ ถีบเข้ากับเข่าของอีกฝ่ายให้กลิ้งตกลงไปข้างล่าง
แต่ถูกมือหนาคว้าข้อเท้าเอาไว้แน่นทั้งที่ยังหลับตา จนกลายเป็นร่างเล็กเสียเองที่เกือบเสียหลักหงายหลังตกเตียง
“ฮื่อ~ ปะ ปล่อย เราจะตกเตียง”
“ห้ามถีบ ห้ามตีปรัชญ์ด้วย”
“ไม่เอา”
“ไม่ดื้อนะตะวัน เมื่อคืนก็ยั่วปรัชญ์ทั้งคืนกว่าจะข่มตานอนได้”
“ยะ ยั่ว!? ไม่จริงอะ เราไม่ใช่คนแบบนั้น”
“เป็นคนแบบนั้นนั่นแหละ” ในตอนเมา
“ละ แล้วปรัชญ์ทำอะไรเราหรือเปล่า...”
“ถ้าเจ็บจิ๋มก็แปลว่าทำ”
พูดจบคุณหมอหนุ่มก็ปล่อยมือจากข้อเท้าเล็กและพลิกกายนอนหันหลังให้ ทิ้งให้เจ้าของห้องยกมือกุมหน้าท้องตนเองเอาไว้ด้วยความสับสน
ผลัวะ!
เพิ่งนึกได้ว่าปรัชญาเพิ่งพูดคำหยาบใส่ หมอนหนุนจึงลอยเข้ากระแทกแผ่นหลังกว้างอีกรอบก่อนที่เขาจะได้ยินเสียงฝีเท้าของคนตัวเล็กหายเข้าไปในห้องน้ำ
จิ๋มก็ไม่ได้เจ็บ ตีเขาทำไม
หรือเขาถูกตีเพราะเธอตื่นมาแล้วไม่เจ็บ...
✦☀✦
เพลงตะวันตื่นมาอาบน้ำสระผมด้วยความไม่สดใส เช้าแรกของวันถูกกลั่นแกล้งจากเพื่อนสมัยเรียน แถมยังพูดจาลามกจกเปรตกับคนที่ไม่ได้เจอกันมาหลายปีอีก
คิดว่าเคยนอนด้วยกันแล้วจะพูดอะไรก็ได้หรือไง
ความหงุดหงิดทำให้ใช้เวลาในห้องน้ำนานกว่าทุกวัน กระทั่งเท้าก้าวออกจากโซนเปียกจึงเพิ่งนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
ฉิบหายแล้ว...
เธอไม่ได้เอาชุดเข้ามาเปลี่ยนในห้องน้ำ!!
เพราะปกติอาศัยอยู่ในห้องลำพัง บางวันแก้ผ้าออกเดินในห้องด้วยซ้ำ ในใจตอนนี้ภาวนาของคุณหมอหนุ่มนอนหลับเป็นตาย ไม่ตื่นขึ้นมาในเวลานี้เสียก่อน
แกร๊ก~!
เสียงลูกบิดห้องน้ำดังขึ้นมาเบาๆ พร้อมกับร่างเล็กในชุดผ้าเช็ดตัวสองผืน ผืนแรกถูกโพกบนหัวเพราะผมเปียก ส่วนอีกผืนพันรอบตัวเห็นก้นวับๆ แวมๆ
คนตัวเล็กชะเง้อไปที่เตียงเป็นอย่างแรก เห็นว่าปรัชญานอนพลิกตัวหันกลับมาแล้ว แต่ยังคงหลับสนิท
ปลายเท้าเรียวจึงค่อยๆ เขย่งเดินบนพื้นกระเบื้องผ่านเตียงไปยังตู้เสื้อผ้าซึ่งอยู่ปลายเตียง เธอไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าทำไมต้องมาทำตัวลับๆ ล่อๆ ในห้องตนเอง ตั้งใจว่าหากแต่งตัวเรียบร้อยจะปลุกเขาอีกรอบและไล่กลับบ้านไป
คนไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว นอนเตียงเดียวกันหนึ่งคืนก็เสียหายจะแย่
พรืดดด~!!
“ว้าย!!”
อารามเดินย่องด้วยความใจลอยทำให้ปลายเท้าลื่นไถลจนก้นจ้ำเบ้า แรงกระแทกที่ก้นแต่เจ็บถึงก้านสมอง ใบหน้าสวยเบ้ปากน้ำตาไหลออกมาอย่างสุดกลั้น แย่กว่านั้นคือผ้าเช็ดตัวที่พันร่างอยู่หลุดมือจนนั่งพับเพียบโป๊อยู่ข้างเตียง เมื่อนึกขึ้นมาได้คนตัวเล็กก็กัดเม้มริมฝีปากตนเองแน่น กลั้นความเจ็บไม่ให้ส่งเสียงเพราะกลัวว่าจะทำเขาตื่น
ตอนนี้หญิงสาวเจ็บทั้งก้นทั้งฝ่ามือเพราะเอาลงเต็มแรงแต่ต้องรีบพยุงตนเองให้ลุกขึ้น เพลงตะวันจึงใช้ฝ่ามือค้ำเตียงดันตนเองให้ค่อยๆ ลุกขึ้นมาก ก่อนจะเกิดอาการเจ็บแปลบบริเวณสะโพก
“ซี้ดดด~” มันต้องถลอกและช้ำแน่นอน
เกลียดที่สุดเวลาที่ต้องอาบน้ำตอนมีแผล
“เป็นอะไรน่ะ”
“ว้าย!!”
เธอตกใจเสียงเขา จนเผลอชักมือกระชับผ้าเช็ดตัว นั่นจึงทำให้เพลงตะวันล้มตึงลงไปที่พื้นอีกรอบ
“ตะวัน!” ร่างสูงถลาเข้ามาหา สองมือแข็งแรงพยายามดึงเธอขึ้นมานั่งบนเตียง แต่คนตัวเล็กกลับทั้งขืนตัวหนีพร้อมดีดดิ้นผลักเขาออกจากการสัมผัสร่างกาย
“อย่ามาจับเรา ห้ามมองด้วย” ร่างผอมบางเบี่ยงตัวหลบไปอีกทาง หันแผ่นหลังให้เขาแทน
แม้ในห้องจะมืดสลัวเพราะพระอาทิตย์ยังไม่ขึ้น แต่มันมากพอที่จะให้เขาเห็นอะไรต่อมิอะไรของเธอได้
“จะดิ้นทำไมเนี่ย เจ็บตัวไปหมดแล้วตะวัน”
“เราไม่ได้ใส่เสื้อผ้า!!”
“ปรัชญ์สายตาสั้น ไม่เห็นหรอกน่า...ลุกขึ้นมา”
เสียงที่กำลังกรีดร้องหยุดลงทันทีเมื่อได้ยินดังนั้น ก่อนจะค่อยๆ ส่งมือให้อีกฝ่ายจับพยุงขึ้นมานั่งบนเตียง ผ้าเช็ดตัวที่เคยห่อหุ้มร่างกายเอาไว้เปียกชื้นจนไม่สามารถทำใจเอามันพันร่างต่อไปได้
“ปรัชญ์สายตาสั้นแน่นะ...”
“เมื่อคืนปรัชญ์ใส่แว่นให้เห็นยังไม่เชื่อ?” เขาลอบถอนหายใจและยกมือขึ้นมาวางบนผ้าโพกศีรษะเปียกชื้น จัดการเช็ดผมให้อย่างนุ่มนวลก่อนจะดึงมันออก
“จะเอาเสื้อผ้าใช่ไหม ปรัชญ์จะหยิบให้”
“อะ อื้ม ตัวไหนก็ได้ เดรสอยู่ทางขวาสุด”
“ครับ” คุณหมอนุ่มรับคำอย่างว่าง่ายและหมุนตัวเดินไปยังหน้าตู้เสื้อผ้า
ปรัชญาใช้เวลาเลือกเดรสลวดลายน่ารักให้คนตัวเล็กอยู่ครู่หนึ่ง ในหัวจินตนาการเวลาที่เธอสวมใส่ว่าชุดไหนจะออกมาดูดีที่สุด ก่อนจะหยิบเดรสสีชมพูออกมา มันไร้ลวดลาย แต่กลับมีลูกเล่นน่าสนใจตรงที่ผ่าหลังลึกมาก
ไม่เคยรู้ว่าก่อนว่าเธอใส่อะไรแบบนี้...
“ชุดนี้ใส่ชุดชั้นในแบบไหน” มือหนาหมุนมันมาให้เจ้าของชุดเห็น ระหว่างนั้นก็เปิดลิ้นชักหาชั้นเก็บชุดชั้นในไปด้วย “อุ๊ย! มีจีสตริงด้วย”
“ปรัชญ์!!” เพลงตะวันจิ๊ปากใส่คนในอดีต “เปลี่ยนชุดดิ๊ เอามาทำไมตัวนั้น”
“ไม่เอาอะ ปรัชญ์ชอบชุดนี้ บอกมาว่าต้องหยิบยกทรงตัวไหน”
“มันไม่ได้ใส่ยกทรง มันต้องใส่ที่แปะจุก”
“แล้วมันอยู่ตรงไหนอะ ไม่บอกปรัชญ์ให้ใส่แค่เดรสนะ” เขาเอาแต่ใจมาก เพราะหญิงสาวในตอนนี้ช่วยเหลือตนเองไม่ได้
เพลงตะวันอยากกรี๊ดให้ถึงชั้นล่าง ไอ้บ้าปรัชญ์!
“อยู่ในกล่องลิ้นชักเดียวกับชุดชั้นในนั่นแหละ”
สุดท้ายจำต้องยอมบอกออกไป ไม่งั้นก็คงต้องนั่งหนาวแบบนี้ ไม่ได้ใส่เสื้อผ้าเสียที
คุณหมอหนุ่มเดินกลับมานั่งข้างกันอีกครั้งพร้อมกับเสื้อผ้าในมือ ปรัชญานั่งกำกล่องใส่แผ่นแปะจุกแน่นไม่ยอมส่งมันให้เธอ กระทั่งหญิงสาวต้องเป็นฝ่ายเอ่ยปากพูด
“เอามาสิจะแต่งตัว”
“ช่วยแต่งไหม แปะจุกให้ก็ได้”
“ปรัชญ์! อีกแล้วนะ!!” อยากง้างมือฟาดหน้าหล่อๆ ของอีกฝ่าย จะตบให้ยับเป็นของขวัญวันเกิดย้อนหลัง “เลิกทำตัวลามกแล้วส่งมา”
“เรายังไม่ได้ของขวัญวันเกิดจากตะวันเลย”
“ไม่มีหรอก”
“ขอแปะจุกให้”
“ถ้ายังไม่เลิกแกล้งนะ ตะวันจะไม่พูดด้วยอีก” เผลอเอาคำพูดเวลาโกรธกันเมื่อก่อนออกมาขู่ ก่อนจะชะงักทั้งเจ้าของประโยคและคนได้ฟัง
กลายเป็นคนตัวโตระบายยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ เพราะนั่นหมายถึงคนตัวเล็กไม่เคยลืมเรื่องระหว่างเราเลย
“ปรัชญ์จะกลับแล้ว ต้องรีบไปอาบน้ำเปิดคลินิก ตะวันแต่งตัวไปก่อนนะ”
เขายอมล่าถอยแต่โดยดี เดินไปหยิบเสื้อผ้าตนเองที่ตากเอาไว้กลับเข้าไปแต่งตัวในห้องน้ำ
ออกมาอีกที เจ้าของห้องก็แต่งตัวเรียบร้อยแล้วเช่นกันแต่เส้นผมยาวยังเปียกอยู่ คุณหมอหนุ่มจึงเดินไปหยิบไดร์เป่าผมหน้าโต๊ะแต่งตัวมาเป่าลมเย็นให้จนแห้งสนิท
“กลับแล้วนะ”
“อือ ล็อกห้องให้ด้วยนะ” เธอจะได้นอนต่อ ความจริงแล้วนี่ก็ไม่ใช่เวลาตื่นของเพลงตะวันเช่นกัน
“ขอของขวัญก่อนกลับหน่อยสิ”
“ไม่มี ไม่ได้เตรียมไว้”
“ตะวันมี งั้นเราเอาเองก็ได้”
ปรัชญากดเข่าข้างหนึ่งลงบนเตียง ก่อนจะจับไหล่มนทั้งสองข้างเอาไว้แน่น อาศัยช่วงชุลมุนที่เพลงตะวันไม่ทันได้ตั้งตัวจูบแก้มซ้ายขวาฟอดใหญ่
“ฮื่อ~ อ๊ะ...”
เสียงที่กำลังจะด่าทอขาดห้วงเพราะริมฝีปากหนาจูบลงบนกลีบปากบาง ย้ำชัดความรู้สึกด้วยการสอดลิ้นเข้ามาเกี่ยวพันเล่นจนเธอใจสั่น สองมือเรียวขยุ้มเสื้อเชิ้ตอีกฝ่ายแน่น ทั้งมอมเมาด้วยรถจูบหวานจากยาสีฟันกลิ่นเดียวกันและกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ยังหลงเหลือบนร่างกาย
รู้ตัวอีกทีร่างบอบบางก็นอนราบกับเตียงและกำลังถูกอดีตคู่นอนคร่อมทับอีกครั้ง
“เราไม่เคยคิดจะทิ้งเธอเลยนะ” ประโยคแรกที่เขาพูดหลังจากถอนริมฝีปากออก
“มะ หมายความว่ายังไง อื้อ!” คนจำเรื่องเมื่อคืนไม่ได้ยังถามไม่ทันรู้คำตอบ คนตัวโตก็ทิ้งน้ำหนักลงมาทายทับร่างและจูบซ้ำ
เพลงตะวันจึงได้แต่ใช้มือจิกผ้าปูที่นอนกลั้นเสียงครางในลำคอตนเอง ปล่อยให้เขาชักนำไปยังห้วงความรู้สึกในอดีตจนต่างฝ่ายต่างหอบกระชั้นกับจูบร้อนแรงยามเช้า
“ฝันดีนะครับคุณนักเขียน วันหลังปรัชญ์มาหาใหม่” ปิดฉากด้วยการจูบลงบนหน้าผากนูน ก่อนจะหยิบกระเป๋าสตางค์กับกุญแจรถซึ่งวางไว้ข้างเตียงเดินจากไป
ทิ้งให้คนตัวเล็กนอนหมดแรงอยู่บนเตียงปะปนกับความสับสนกระทั่งผล็อยหลับไป
✦——☀——✦