CAP 6 | Morning Kiss

1813 คำ
“ปรัชญ์!!!!” ผลัวะ! ปรัชญารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาหลังจากถูกบางอย่างฟาดเข้าที่กลางอก กายหนาหยัดขึ้นมานั่งมองคนที่เพิ่งตื่นและมีคราบน้ำลายมุมปาก “ยังนอนน้ำลายยืดเหมือนเดิมเลย” ผลัวะ! หมอนหนุนศีรษะฟาดเข้ากับร่างอีกรอบ ก่อนที่เพลงตะวันจะยกมือเช็ดมุมปากตนเองด้วยความอาย คราวนี้คุณหมอหนุ่มรู้แล้วว่าอะไรกระแทกกลางอกเขาจนตื่นเมื่อครู่ “ละ ลงจากเตียงเราไปเลย” “ยังมืดอยู่เลย เราง่วง” เขามองหน้าหวานที่กำลังงัวเงียเช่นเดียวกัน ผมเผ้าชี้โด่ชี้เด่ของเธอทำเอาเขากลั้นขำแทบไม่อยู่ “ไปนอนข้างนอกสิ ห้ามมานอนในห้องเรา” “ข้างนอกยุงเยอะนะ ฝนตกด้วย ถ้าเราตกระเบียงลงไปห้องตะวันมีผีเลยนะ” คนเพิ่งตื่นตีหน้ามึนพูดก่อนจะล้มตัวลงนอนต่อ มิหนำซ้ำยังถือวิสาสะคว้าผ้าห่มผืนหนามากอดเลียนแบบเธออย่างเมื่อคืน แม้จะรู้ตัวว่าทำแล้วน่าตบมากกว่าน่ารักอย่างเจ้าของห้อง “เราหมายถึงห้องนั่งเล่น ลงไปเลย!” เพลงตะวันไม่พูดเปล่า ใช้เท้าเล็กๆ ถีบเข้ากับเข่าของอีกฝ่ายให้กลิ้งตกลงไปข้างล่าง แต่ถูกมือหนาคว้าข้อเท้าเอาไว้แน่นทั้งที่ยังหลับตา จนกลายเป็นร่างเล็กเสียเองที่เกือบเสียหลักหงายหลังตกเตียง “ฮื่อ~ ปะ ปล่อย เราจะตกเตียง” “ห้ามถีบ ห้ามตีปรัชญ์ด้วย” “ไม่เอา” “ไม่ดื้อนะตะวัน เมื่อคืนก็ยั่วปรัชญ์ทั้งคืนกว่าจะข่มตานอนได้” “ยะ ยั่ว!? ไม่จริงอะ เราไม่ใช่คนแบบนั้น” “เป็นคนแบบนั้นนั่นแหละ” ในตอนเมา “ละ แล้วปรัชญ์ทำอะไรเราหรือเปล่า...” “ถ้าเจ็บจิ๋มก็แปลว่าทำ” พูดจบคุณหมอหนุ่มก็ปล่อยมือจากข้อเท้าเล็กและพลิกกายนอนหันหลังให้ ทิ้งให้เจ้าของห้องยกมือกุมหน้าท้องตนเองเอาไว้ด้วยความสับสน ผลัวะ! เพิ่งนึกได้ว่าปรัชญาเพิ่งพูดคำหยาบใส่ หมอนหนุนจึงลอยเข้ากระแทกแผ่นหลังกว้างอีกรอบก่อนที่เขาจะได้ยินเสียงฝีเท้าของคนตัวเล็กหายเข้าไปในห้องน้ำ จิ๋มก็ไม่ได้เจ็บ ตีเขาทำไม หรือเขาถูกตีเพราะเธอตื่นมาแล้วไม่เจ็บ... ✦☀✦ เพลงตะวันตื่นมาอาบน้ำสระผมด้วยความไม่สดใส เช้าแรกของวันถูกกลั่นแกล้งจากเพื่อนสมัยเรียน แถมยังพูดจาลามกจกเปรตกับคนที่ไม่ได้เจอกันมาหลายปีอีก คิดว่าเคยนอนด้วยกันแล้วจะพูดอะไรก็ได้หรือไง ความหงุดหงิดทำให้ใช้เวลาในห้องน้ำนานกว่าทุกวัน กระทั่งเท้าก้าวออกจากโซนเปียกจึงเพิ่งนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ฉิบหายแล้ว... เธอไม่ได้เอาชุดเข้ามาเปลี่ยนในห้องน้ำ!! เพราะปกติอาศัยอยู่ในห้องลำพัง บางวันแก้ผ้าออกเดินในห้องด้วยซ้ำ ในใจตอนนี้ภาวนาของคุณหมอหนุ่มนอนหลับเป็นตาย ไม่ตื่นขึ้นมาในเวลานี้เสียก่อน แกร๊ก~! เสียงลูกบิดห้องน้ำดังขึ้นมาเบาๆ พร้อมกับร่างเล็กในชุดผ้าเช็ดตัวสองผืน ผืนแรกถูกโพกบนหัวเพราะผมเปียก ส่วนอีกผืนพันรอบตัวเห็นก้นวับๆ แวมๆ คนตัวเล็กชะเง้อไปที่เตียงเป็นอย่างแรก เห็นว่าปรัชญานอนพลิกตัวหันกลับมาแล้ว แต่ยังคงหลับสนิท ปลายเท้าเรียวจึงค่อยๆ เขย่งเดินบนพื้นกระเบื้องผ่านเตียงไปยังตู้เสื้อผ้าซึ่งอยู่ปลายเตียง เธอไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าทำไมต้องมาทำตัวลับๆ ล่อๆ ในห้องตนเอง ตั้งใจว่าหากแต่งตัวเรียบร้อยจะปลุกเขาอีกรอบและไล่กลับบ้านไป คนไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว นอนเตียงเดียวกันหนึ่งคืนก็เสียหายจะแย่ พรืดดด~!! “ว้าย!!” อารามเดินย่องด้วยความใจลอยทำให้ปลายเท้าลื่นไถลจนก้นจ้ำเบ้า แรงกระแทกที่ก้นแต่เจ็บถึงก้านสมอง ใบหน้าสวยเบ้ปากน้ำตาไหลออกมาอย่างสุดกลั้น แย่กว่านั้นคือผ้าเช็ดตัวที่พันร่างอยู่หลุดมือจนนั่งพับเพียบโป๊อยู่ข้างเตียง เมื่อนึกขึ้นมาได้คนตัวเล็กก็กัดเม้มริมฝีปากตนเองแน่น กลั้นความเจ็บไม่ให้ส่งเสียงเพราะกลัวว่าจะทำเขาตื่น ตอนนี้หญิงสาวเจ็บทั้งก้นทั้งฝ่ามือเพราะเอาลงเต็มแรงแต่ต้องรีบพยุงตนเองให้ลุกขึ้น เพลงตะวันจึงใช้ฝ่ามือค้ำเตียงดันตนเองให้ค่อยๆ ลุกขึ้นมาก ก่อนจะเกิดอาการเจ็บแปลบบริเวณสะโพก “ซี้ดดด~” มันต้องถลอกและช้ำแน่นอน เกลียดที่สุดเวลาที่ต้องอาบน้ำตอนมีแผล “เป็นอะไรน่ะ” “ว้าย!!” เธอตกใจเสียงเขา จนเผลอชักมือกระชับผ้าเช็ดตัว นั่นจึงทำให้เพลงตะวันล้มตึงลงไปที่พื้นอีกรอบ “ตะวัน!” ร่างสูงถลาเข้ามาหา สองมือแข็งแรงพยายามดึงเธอขึ้นมานั่งบนเตียง แต่คนตัวเล็กกลับทั้งขืนตัวหนีพร้อมดีดดิ้นผลักเขาออกจากการสัมผัสร่างกาย “อย่ามาจับเรา ห้ามมองด้วย” ร่างผอมบางเบี่ยงตัวหลบไปอีกทาง หันแผ่นหลังให้เขาแทน แม้ในห้องจะมืดสลัวเพราะพระอาทิตย์ยังไม่ขึ้น แต่มันมากพอที่จะให้เขาเห็นอะไรต่อมิอะไรของเธอได้ “จะดิ้นทำไมเนี่ย เจ็บตัวไปหมดแล้วตะวัน” “เราไม่ได้ใส่เสื้อผ้า!!” “ปรัชญ์สายตาสั้น ไม่เห็นหรอกน่า...ลุกขึ้นมา” เสียงที่กำลังกรีดร้องหยุดลงทันทีเมื่อได้ยินดังนั้น ก่อนจะค่อยๆ ส่งมือให้อีกฝ่ายจับพยุงขึ้นมานั่งบนเตียง ผ้าเช็ดตัวที่เคยห่อหุ้มร่างกายเอาไว้เปียกชื้นจนไม่สามารถทำใจเอามันพันร่างต่อไปได้ “ปรัชญ์สายตาสั้นแน่นะ...” “เมื่อคืนปรัชญ์ใส่แว่นให้เห็นยังไม่เชื่อ?” เขาลอบถอนหายใจและยกมือขึ้นมาวางบนผ้าโพกศีรษะเปียกชื้น จัดการเช็ดผมให้อย่างนุ่มนวลก่อนจะดึงมันออก “จะเอาเสื้อผ้าใช่ไหม ปรัชญ์จะหยิบให้” “อะ อื้ม ตัวไหนก็ได้ เดรสอยู่ทางขวาสุด” “ครับ” คุณหมอนุ่มรับคำอย่างว่าง่ายและหมุนตัวเดินไปยังหน้าตู้เสื้อผ้า ปรัชญาใช้เวลาเลือกเดรสลวดลายน่ารักให้คนตัวเล็กอยู่ครู่หนึ่ง ในหัวจินตนาการเวลาที่เธอสวมใส่ว่าชุดไหนจะออกมาดูดีที่สุด ก่อนจะหยิบเดรสสีชมพูออกมา มันไร้ลวดลาย แต่กลับมีลูกเล่นน่าสนใจตรงที่ผ่าหลังลึกมาก ไม่เคยรู้ว่าก่อนว่าเธอใส่อะไรแบบนี้... “ชุดนี้ใส่ชุดชั้นในแบบไหน” มือหนาหมุนมันมาให้เจ้าของชุดเห็น ระหว่างนั้นก็เปิดลิ้นชักหาชั้นเก็บชุดชั้นในไปด้วย “อุ๊ย! มีจีสตริงด้วย” “ปรัชญ์!!” เพลงตะวันจิ๊ปากใส่คนในอดีต “เปลี่ยนชุดดิ๊ เอามาทำไมตัวนั้น” “ไม่เอาอะ ปรัชญ์ชอบชุดนี้ บอกมาว่าต้องหยิบยกทรงตัวไหน” “มันไม่ได้ใส่ยกทรง มันต้องใส่ที่แปะจุก” “แล้วมันอยู่ตรงไหนอะ ไม่บอกปรัชญ์ให้ใส่แค่เดรสนะ” เขาเอาแต่ใจมาก เพราะหญิงสาวในตอนนี้ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ เพลงตะวันอยากกรี๊ดให้ถึงชั้นล่าง ไอ้บ้าปรัชญ์! “อยู่ในกล่องลิ้นชักเดียวกับชุดชั้นในนั่นแหละ” สุดท้ายจำต้องยอมบอกออกไป ไม่งั้นก็คงต้องนั่งหนาวแบบนี้ ไม่ได้ใส่เสื้อผ้าเสียที คุณหมอหนุ่มเดินกลับมานั่งข้างกันอีกครั้งพร้อมกับเสื้อผ้าในมือ ปรัชญานั่งกำกล่องใส่แผ่นแปะจุกแน่นไม่ยอมส่งมันให้เธอ กระทั่งหญิงสาวต้องเป็นฝ่ายเอ่ยปากพูด “เอามาสิจะแต่งตัว” “ช่วยแต่งไหม แปะจุกให้ก็ได้” “ปรัชญ์! อีกแล้วนะ!!” อยากง้างมือฟาดหน้าหล่อๆ ของอีกฝ่าย จะตบให้ยับเป็นของขวัญวันเกิดย้อนหลัง “เลิกทำตัวลามกแล้วส่งมา” “เรายังไม่ได้ของขวัญวันเกิดจากตะวันเลย” “ไม่มีหรอก” “ขอแปะจุกให้” “ถ้ายังไม่เลิกแกล้งนะ ตะวันจะไม่พูดด้วยอีก” เผลอเอาคำพูดเวลาโกรธกันเมื่อก่อนออกมาขู่ ก่อนจะชะงักทั้งเจ้าของประโยคและคนได้ฟัง กลายเป็นคนตัวโตระบายยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ เพราะนั่นหมายถึงคนตัวเล็กไม่เคยลืมเรื่องระหว่างเราเลย “ปรัชญ์จะกลับแล้ว ต้องรีบไปอาบน้ำเปิดคลินิก ตะวันแต่งตัวไปก่อนนะ” เขายอมล่าถอยแต่โดยดี เดินไปหยิบเสื้อผ้าตนเองที่ตากเอาไว้กลับเข้าไปแต่งตัวในห้องน้ำ ออกมาอีกที เจ้าของห้องก็แต่งตัวเรียบร้อยแล้วเช่นกันแต่เส้นผมยาวยังเปียกอยู่ คุณหมอหนุ่มจึงเดินไปหยิบไดร์เป่าผมหน้าโต๊ะแต่งตัวมาเป่าลมเย็นให้จนแห้งสนิท “กลับแล้วนะ” “อือ ล็อกห้องให้ด้วยนะ” เธอจะได้นอนต่อ ความจริงแล้วนี่ก็ไม่ใช่เวลาตื่นของเพลงตะวันเช่นกัน “ขอของขวัญก่อนกลับหน่อยสิ” “ไม่มี ไม่ได้เตรียมไว้” “ตะวันมี งั้นเราเอาเองก็ได้” ปรัชญากดเข่าข้างหนึ่งลงบนเตียง ก่อนจะจับไหล่มนทั้งสองข้างเอาไว้แน่น อาศัยช่วงชุลมุนที่เพลงตะวันไม่ทันได้ตั้งตัวจูบแก้มซ้ายขวาฟอดใหญ่ “ฮื่อ~ อ๊ะ...” เสียงที่กำลังจะด่าทอขาดห้วงเพราะริมฝีปากหนาจูบลงบนกลีบปากบาง ย้ำชัดความรู้สึกด้วยการสอดลิ้นเข้ามาเกี่ยวพันเล่นจนเธอใจสั่น สองมือเรียวขยุ้มเสื้อเชิ้ตอีกฝ่ายแน่น ทั้งมอมเมาด้วยรถจูบหวานจากยาสีฟันกลิ่นเดียวกันและกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ยังหลงเหลือบนร่างกาย รู้ตัวอีกทีร่างบอบบางก็นอนราบกับเตียงและกำลังถูกอดีตคู่นอนคร่อมทับอีกครั้ง “เราไม่เคยคิดจะทิ้งเธอเลยนะ” ประโยคแรกที่เขาพูดหลังจากถอนริมฝีปากออก “มะ หมายความว่ายังไง อื้อ!” คนจำเรื่องเมื่อคืนไม่ได้ยังถามไม่ทันรู้คำตอบ คนตัวโตก็ทิ้งน้ำหนักลงมาทายทับร่างและจูบซ้ำ เพลงตะวันจึงได้แต่ใช้มือจิกผ้าปูที่นอนกลั้นเสียงครางในลำคอตนเอง ปล่อยให้เขาชักนำไปยังห้วงความรู้สึกในอดีตจนต่างฝ่ายต่างหอบกระชั้นกับจูบร้อนแรงยามเช้า “ฝันดีนะครับคุณนักเขียน วันหลังปรัชญ์มาหาใหม่” ปิดฉากด้วยการจูบลงบนหน้าผากนูน ก่อนจะหยิบกระเป๋าสตางค์กับกุญแจรถซึ่งวางไว้ข้างเตียงเดินจากไป ทิ้งให้คนตัวเล็กนอนหมดแรงอยู่บนเตียงปะปนกับความสับสนกระทั่งผล็อยหลับไป ✦——☀——✦
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม