07

1231 คำ
ไผ่หลิวไม่เคยคิดว่าตัวเองต้องมาทำอะไรแบบนี้ ทว่าพอลองถึงไปถึงหน้าผู้เป็นป้าซึ่งพร้อมที่จะช่วยเหลือตัวเธอเองกับครอบครัวตลอด ไม่นับรวมหลายเรื่องที่ผ่านมาก็ทำได้แค่นอนนิ่ง ๆ ให้ชายชาติชั่วได้เริ่มสำรวจร่างกายอย่างเชื่องช้า ยิ่งมองไปเห็นกล้องมือถือที่เจ้าของห้องตั้งถ่ายเอาไว้ดวงหน้าสวยก็อาบไปด้วยน้ำตา “ฮึก...” เธอไม่ได้ร้องไห้เพราะความความอ่อนแอของตัวเองไปเสียหมด แต่กำลังนึกเจ็บใจที่ทำอะไรไม่ได้เลย อีกทั้งยังรู้ว่าครอบครัวของปอร์เช่มีอำนาจมากแค่ไหน หากกวนน้ำให้ขุ่นตอนนี้อย่างไรก็มีแต่เสียกับเสีย ตอนมนุษย์เรายังไม่อยากตายมันรู้สึกเช่นนี้เอง “จะร้องไห้ทำไม คิดแค่ว่าเป็นวันไนท์ก็ได้ หรือต้องให้ฉันโทรเรียกเพื่อนมาเล่นด้วย” “อย่านะคะ! ฉันก็ยอมคุณขนาดนี้แล้ว” แม้เขายังไม่ได้ทำอะไรมากมาย แต่ไผ่หลิวก็นึกเกลียดชังจนต้องตะคอกออกมา ยิ่งสัมผัสหยาบโลนลูบไล้ตั้งแต่เรียวขาขึ้นไปใกล้บริเวณสะโพกยิ่งทำให้คนที่กำลังนอนคว่ำหน้าอยู่กำมือขาวของตัวเองเข้าหากันจนขึ้นสีช้ำ “ผิวเธอนุ่มจัง พวกลูกคุณหนูบางคนยังไม่เด้งสู้มือฉันขนาดนี้เลยนะ” “ขอร้องล่ะค่ะ ฮึก... ปล่อยฉันไปเถอะนะคะ” “ขอถอดกระโปรงนะ” ในตอนนั้นเองที่ไผ่หลิวฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าความตายคงจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าต้องตกนรกทั้งเป็น ทว่ามือเรียวที่กำลังจะเอื้อมออกไปคว้าเอาโคมไฟบนหัวเตียงนั้นเป็นอันต้องชะงัก ก่อนจะรีบกุมบางอย่างที่เก็บได้ภายในห้องนอนหรูซึ่งซ่อนอยู่ใต้สายบราเซียว่ามันยังอยู่หรือไม่ “ตาเช่! อยู่ในห้องใช่ไหม เปิดประตูเดี๋ยวนี้” เสียงสวรรค์ที่ทำให้ทุกอย่างหยุดลง พร้อมกับปอร์เช่รีบกดหยุดวิดีโอ เช่นเดียวกันกับไผ่หลิวที่ดีดตัวลุกขึ้นจากเตียง รีบเช็ดน้ำตาออกอย่างลวก ๆ ก่อนจะวิ่งไปเปิดประตูให้คุณผู้หญิงของบ้าน ดีจริง ๆ ที่วันนี้หล่อนกลับมาเร็วกว่าปกติ “คุณผู้หญิง...” “ตาย หล่อนมาทำอะไรที่ห้องนอนลูกชายฉัน” “คุณแม่ มีอะไรกับผมเหรอครับ พอดีผมวานให้ไผ่หลิวขึ้นมาช่วยปูที่นอนให้ใหม่น่ะครับ” นึกโมโหตัวเองอยู่เหมือนกันที่ไม่เตรียมการมาให้ดีกว่านี้ คิดว่ามารดาจะกลับเข้าบ้านมาพร้อมกับบิดาที่มีออกงานตอนเย็นเสียอีก “...งั้นเหรอ แต่แกไปเตรียมตัวได้แล้ว พ่อแกให้ฉันมาตามไปออกงานด้วยกัน” “แต่ผมยังไม่ได้ทานอะไรตั้งแต่มาถึงเลยนะครับ” “ในงานมีเยอะแยะ รีบไปอาบน้ำ เดี๋ยวฉันจะให้คนเอาชุดมาให้ ส่วนเธอถ้าหมดหน้าที่แล้วก็ลงไปซะ อย่าขึ้นมาเดินเพ่นพ่านอีก” … ไผ่หลิวจำได้ว่าตัวเองรีบพยักใบหน้ารับคำเจ้าของบ้าน ก่อนจะรีบวิ่งลงมายังชั้นล่างแล้วขังตัวเองอยู่ภายในห้องพักส่วนตัว ได้ยินเสียงคนเป็นป้าร้องถามว่าเป็นอะไรหรือไม่ ทว่าก็ได้แต่ปล่อยน้ำตาของความหวาดกลัวให้ไหลออกมาเงียบ ๆ อยู่นาน ตั้งสติได้ก็เป็นตอนที่เข้าไปอาบน้ำเพื่อหวังล้างสัมผัสสกปรกจากผู้ชายคนนั้นออก และกำลังนั่งตากยุงอยู่ในสวนสาธารณะแห่งหนึ่งยามมืดค่ำ นั่นทำเอาคนที่ห่างจากบ้านมาเรียนไกลคิดถึงบุพการีอยู่ไม่น้อย เป็นอีกครั้งที่เธอเลือกโกหกป้าว่าต้องออกมาติวหนังสือกับเพื่อน ถ้าดึกมากก็อาจจะไม่กลับ เจอบ่นอยู่หลายนาทีเหมือนกัน แต่ก็ดึงดันจะออกมาให้ได้แม้จะไร้ที่ไป ทั้งยังรู้ว่ายิ่งดึกก็ยิ่งอันตราย “ไอ้เวรเอ้ย! จับมันให้ได้ วันนี้กูจะเล่นมันให้จมตีน” คนที่นั่งแกว่งชิงช้าอยู่สะดุ้งสุดตัว เธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่จากประโยคที่ได้ยินก็คงไม่พ้นคนมีเรื่องกัน ขอร้องล่ะ วันนี้เธอเหนื่อยมามากพอแล้ว ขอให้นักเลงพวกนั้นวิ่งผ่านตรงนี้ไปเฉย ๆ อย่าได้สนใจเธอที่นั่งโง่อยู่มืด ๆ คนเดียวเลย ทว่าคำขอมันก็คงจะไปไม่ถึงพระเจ้าอีกเช่นเคย เพราะขณะที่เธอยังไม่ทันได้ตั้งตัวก็เหมือนจะมีมือปริศนาฉุดรั้งกันให้ลงมาซ่อนตัวที่อุโมงค์เด็กเล่นแล้ว “อื้อ!” “เงียบก่อน ถ้ายังไม่อยากโดนยำตีน” หญิงสาวยอมนิ่งเมื่อได้ยินดังนั้น แต่อีกฝ่ายก็ไม่ยอมปล่อยมือออกจากริมฝีปากของเธอเสียที ยิ่งเสียงฝีเท้าหลายคู่วิ่งเข้ามาใกล้เขาก็ยิ่งกอดรัดเธอเอาไว้แนบอกชิดมากขึ้นกว่าเดิม ตกลงแล้วมันเรื่องอะไร อยากจะตีกันก็ควรไปตีที่อื่น ไม่ใช่ให้คนอื่นมาเดือดร้อนด้วยแบบนี้ “ปล่อยนะ มันไปกันหมดแล้ว” “โทษ ๆ กูกลัวมึงโดนลูกหลงไปด้วย พวกแม่งมีมีดอะ” “คุณ!” น้ำเสียงที่คุ้นเคยทำให้ไผ่หลิวขืนตัวผละออกมาจากอ้อมกอดที่แนบชิดกันเกินจำเป็น แล้วมองใบหน้าตี๋ที่มีผ้าสีเข้มปิดบังเอาไว้ครึ่งส่วน อย่างไรโลกถึงเหวี่ยงให้เรามาเจอกันอีกแล้ว “ยัยแว่นของเดิมพันเองเหรอ แล้วมึงมาทำอะไรตรงนี้มืด ๆ คนเดียว” “เป็นหนูต่างหากที่ต้องถามคุณว่าว่างนักเหรอคะ ถึงได้มาวิ่งตีกันให้คนอื่นเขาเดือดร้อนด้วยแบบนี้” “โห ปากเก่งขึ้นเยอะเลยว่ะ แล้วมันเรื่องของใคร เรื่องของกูไหม ออกไปได้ละ ร้อน” ผืนป่าดันคนที่ตนเองกอดเอาไว้ในตอนแรกให้ออกไปสู่พื้นที่โล่ง เขาเองก็ไม่ใช่คนที่จะไปมีเรื่องกับคนอื่นไปทั่ว แต่วันนี้มันเหตุสุดวิสัยจริง ๆ ใครจะไปรู้ว่ากำลังจะขับรถกลับคอนโดอยู่ดี ๆ จะโดนแก๊งคู่อริที่โมเมไปเองดักตี “อ๊ะ! หนูเจ็บนะคะ ผลักมาได้” “สำออยอะไรอีก สรุปว่ามึงมาทำอะไรตรงนี้ หรือรอลูกค้าเหรอ งั้นก็ไปรอที่มันดี ๆ กว่านี้หน่อยดิ เดี๋ยวก็ได้โดนฉุดก่อนถึงมือคนจ่ายเงินพอดี” “...คุณเห็นหนูเป็นคนยังไงกันแน่คะ” “ของที่ได้มาจากไอ้เช่ก็คงจะเน่าไม่ได้ต่างกันนักหรอก” “จริงด้วยสินะคะ สงสัยต้องหาลูกค้าเอาเองแบบที่คุณบอกแล้ว เพราะตอนนี้ร้อนเงินมากเลยด้วย” ประชดประชันไปทั้งที่น้ำตาไหลอาบแก้มกลม เขาไม่มีทางรู้ว่าเธอต้องเจอกับอะไรมาบ้าง ทว่าก็ไม่สมควรจะมาพูดจาใจร้ายแบบนี้ใส่คนที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่นานไม่ใช่หรือ “เอ้า แสดงว่าคืนนี้ว่างเหรอ งั้นไปกับกูไหมล่ะ กำลังเบื่ออยู่พอดีเลย อยากหาอะไรแก้ขัดหน่อย” TBC.
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม