[ห้องคัดเลือก]
หน้าห้อง ชั้น 2 ของผับมีป้ายขนาดใหญ่ติดไว้ว่าห้องคัดเลือก “นี่คงเป็นห้องที่เขาจะคัดสาว ๆ สินะ” เกรซเอ่ยขึ้น
“ใช่ห้องนี้แหละ” ข้าวหอมเอ่ยบอกเพื่อนดวงตาคู่สวยมองหน้าเพื่อนเหมือนมีอะไรอยากจะพูดจนเกรซอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามเพื่อนออกไป
“ข้าวหอมมีอะไรเหรอ”
“ให้คิดอีกทีเอาจริงใช่ไหม”
“ยังไม่รู้เลยว่าฉันจะผ่านไหมแต่ถ้าผ่าน…ฉันไม่มีทางเลือกแล้วแกก็รู้มาถึงขนาดนี้แล้วเปลี่ยนใจไม่ได้แล้วข้าวหอมเงินก้อนนี้จะเป็นก้อนสุดท้ายแล้วจริง ๆ แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวแล้วฉันจะไม่ทำมันอีก ฉันสัญญา…“ เกรซตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าจะไม่ใจอ่อนช่วยเหลือใครแม้แต่กับพ่อของตัวเองเธอก็จะไม่ใจอ่อนให้อีก การตัดสินใจครั้งนี้ของเธอ ๆ ได้เลือกมันแล้ว
”อืม“ ข้าวหอมพยักหน้าเข้าใจเธอเข้าใจเกรซทุกอย่าง
ทั้งสองเดินตรงเข้าไปยังห้องคัดเลือกที่ประตูห้องเปิดกว้างเอาไว้ราวกับว่ากำลังรอการมาของพวกเธอ
”อ้าว มากันแล้วเหรอจ๊ะ“ เจ๊มิกกี้เอ่ยขึ้นอย่างเป็นกันเองเมื่อเห็นสองสาวเดินเข้ามาในห้อง
”เจ๊สวัสดีค่ะ คนนี้เพื่อนของข้าวชื่อเกรซ“ ข้าวหอมยกมือไหว้คนตรงหน้าอย่างมารยาทและไม่ลืมที่จะแนะนำเกรซให้เจ๊ได้รู้จัก
“สวัสดีค่ะหนูชื่อเกรซ”
“ว๊ายยย!!! เสียงน่ารักจังเลย” เจ๊มิกกี๊ลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินไปวนรอบร่างบางดวงตาเสียวคมจ้องมองเด็กสาวตรงหน้านิ่งก่อนที่เธอจะจับแขนเล็กของเกรซขึ้นมาดู
“ผิวพรรณดีนะเนี่ย รูปร่างก็ดี หน้าตาก็สวยน่ารักปากนิด จมูกหน่อยตากลมโตใช้ได้เลยจ๊ะ“ เจ๊มิกกี้เอ่ยบอกเธอเอาแต่พินิจพิจารณาเกรซด้วยความพอใจ
”มานั่งกันก่อนสิ“ สองสาวเดินไปนั่งตรงเก้าตรงข้ามกับเจ๊มิกกี้
”ไหนร้อนเงินเท่าไหรจ๊ะ“ เจ๊มิกกี้ไม่รอช้าถามเข้าประเด็นสำคัญทันที
”หนูต้องการเงินเจ็ดหมื่นบาทค่ะ“
“เจ็ดหมื่นบอกได้ไหมจ๊ะว่าเอาเงินไปไหน”
“จ่ายค่าบ้านให้พ่อค่ะถ้าไม่ได้เงินเจ็ดหมื่นบ้านหนูอาจจะโดนยึด” เธอบอกคนตรงหน้าออกไปตรง ๆ เพราะมันคือความจริง
“อืม สำหรับหนูเจ็ดหมื่นไม่เยอะเลยจ๊ะ“
“ยอดหนี้รวมทั้งหมดเท่าไหร่จ๊ะ” เจ๊มิกกี๊เอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง
“สะ สองล้านค่ะ”
“อืม ธรรมดาจ๊ะใคร ๆ เขาก็เป็นหนี้กันทั้งนั้น ไหนลองถอดเสื้อให้เจ๊ดูหน่อยสิมีรอยสักหรือบาดแผลตรงไหนหรือเปล่า“
”ถะ ถอดเสื้อเหรอคะ?“ เกรซเอ่ยถามด้วยความตกใจก่อนจะหันไปมองยังข้าวหอมที่นั่งอยู่ข้าง ๆ
”ใช่จ๊ะ ถ้ามีรอยสักหรือแผลเป็นราคาอาจจะตกเงินที่หนูขอมาก็อาจจะไม่ได้นะคะ“
“ถอดเถอะที่นี่มีแค่เราสามคนตอนฉันมาก็ถอดเหมือนกัน” ข้าวหอมเอ่ยบอกเพื่อนออกไป ตอนเธอมาก็ต้องถอดเสื้อผ้าให้เขาดูแบบนี้แหละทำไงได้ล่ะเราจำเป็นนี่
“ค่ะ” เกรซลุกออกจากเก้าอี้และถอดเสื้อนักศึกษาที่ใส่อยู่ออกอกอวบที่ห่อหุ้มเอาไว้ด้วย บราเซียลูกไม้สีขาวปรากฏแก่สายตาเจ๊มิกกี้
“คัพ D?“
”ใช่ค่ะ“ เกรซพยักหน้ารับหน้าอกคัพ D คงเป็นสิ่งเดียวที่แม่ให้เธอมาเยอะที่สุด
”สวยงามมากหันหลังค่ะ” ร่างบางหันหลังให้อย่างว่าง่าย
“แผ่นหลังสวยเกลี้ยงเกลาใส่เสื้อได้ค่ะ” เกรซรีบใส่เสื้อให้เรียบร้อยทันทีและกลับไปนั่งยังที่เดิมของตัวเอง
“นี่จ๊ะคือสิ่งที่หนูควรรู้อ่านทุกข้อให้ละเอียด”
“ค่ะ” มือบางรับแผ่นกระดาษเอสี่จากมือเจ๊มิกกี้มานั่งอ่านรายละเอียดทุกข้อในนั้นจนละเอียด
“ติดปัญหาตรงไหนไหมจ๊ะ”
“ไม่ค่ะ” เธอไม่ติดอะไรเลยทุกข้อที่อ่านไปมันก็ยุติธรรมทั้งหมด
“ดีจ๊ะ พูดง่าย ๆ แบบนี้ทำงานก็จะได้สบายใจกันทั้งสองฝ่าย”
”เจ๊ขอถามคำถามสำคัญอีกข้อจ๊ะ“
”อะไรเหรอคะ?“
”หนูเคยมีอะไรกับใครมาก่อนไหมจ๊ะ?“
”ไม่เคยค่ะ“
”ไม่เป็นโรคติดต่อร้ายแรงอะไรหรอกเน๊อะใช่ไหมจ๊ะ“
”ค่ะ“
“กรี๊ด!! เริ่ดมากจ๊ะลูกสาว ตอนนี้มีลูกค้ารอคิวอยู่หลายคนเดี๋ยวเจ๊จะหาที่เหมาะกับหนูให้นะจ๊ะ”
เจ๊มิกกี้เปิดลิ้นชักหยิบกระดาษอีกใบขึ้นมาคาดว่าน่าจะเป็นรายชื่อลูกค้าแหละมั่ง เกรซได้แต่นั่งคิดในใจคนเดียวแม้จะตื่นเต้นมากแต่เธอก็ข่มอารมณ์เอาไว้ทำตัวเองให้ปกติที่สุด
“คนนี้อายุ 38 ปี หล่อมาก รวยมากเป็นนักธุรกิจนำเข้ารถหรูจ่ายหนักใจถึง ใจดี แต่ไม่อ่อนโยน”
“คนนี้อายุ 50 ปี เจ้าสัวโรงงานผลิตอาหารกระป๋องรวยมากใจดี ป๋าสุด ๆ แต่แก่ไปหน่อยนะจ๊ะเขาเป็น VVIP ที่นี่มีเด็ก ๆ ที่นี่เคยได้บ้านได้รถจากเขามาแล้ว“
”คนนี้อายุน่าจะแก่กว่าหนูสักสัก 4-5 ปี นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงไม่ได้ใจดีนะจ๊ะ นิ่ง พูดน้อย ไม่กินซ้ำจบแล้วจบเลยไม่ว่ากับใคร แต่ถึงเขาจะไม่ใช่ VIP ที่นี่ก็จ่ายไม่อั้นถ้าถูกใจเขาไม่ได้มาบ่อยนาน ๆ มาทีแต่รอบนี้เขาก็จองเอาไว้หนูสนใจคนไหนค่ะ” ไม่มีอะไรให้เธอดูมีเพียงรายละเอียดตามที่เจ๊นิกกี้บอกมาไม่มีแม้แต่หน้าของคนเหล่านั้นให้เธอเลือก ใบหน้าสวยดูเครียดขึ้นมาทันทีเธอควรจะเลือกใครดี
`คนแรกก็พอได้ แต่ไม่อ่อนโยนนี่สิ ทำไมฟังดูน่ากลัวจัง`
`คนที่สองเงินเยอะป๋าอาจจะได้มากกว่าเจ็ดหมื่นแต่อายุคราวพ่อเลยนะฉันจะบาปไหมแถมเป็น VVIP อีกคงมาใช้บริการบ่อยแหง๋ ๆ`
`คนที่สามแก่กว่างั้นเหรอพูดน้อยก็ดีนะเพราะฉันก็ไม่ได้อยากพูดด้วยอยู่แล้ว ไม่กินซ้ำนาน ๆ มาทีคงจะสะอาดไม่มั่ว คนนี้แหละว่ะ`
เกรซได้แต่คิดคนเดี๋ยวในใจก่อนที่เธอจะเงยหน้าไปบอกเจ๊มิกกี้
”คนที่สามได้ไหมคะ?”
“ได้จ๊ะแล้วแต่หนูเลยคนไหนก็ได้ทั้งนั้น งั้นหนูก็กลับบ้านไปเตรียมตัวเดี๋ยวเจ๊จะโทรไปคอนเฟิร์มทางนั้นได้วันที่แน่นอนวันไหนเจ๊จะโทรไปบอกนะจ๊ะ อ้อ!!! อีกเรื่องนึงจ๊ะคนนี้เขาไม่ชอบกลิ่นน้ำหอมอย่าฉีดน้ำหอม อย่าทาโลชั่นมานะจ๊ะ“
”ค่ะ“ เกรซพยักหน้ารับคำอย่างเข้าใจ
”งั้นหนูสองคนขอตัวกลับเลยนะคะ“ ข้าวหอมเอ่ยขึ้น ทั้งสองยกมือไหว้ล่าผู้ใหญ่ก่อนจะลุกออกจากห้องนั้นไป
”เป็นยังไง อยากเปลี่ยนใจก็ยังทันนะ ถ้าเขายังไม่แจ้งวันนัดกลับมาเธอยังเปลี่ยนใจได้เสมอคืนนี้ลองไปนอนคิดดูก่อนอีกสักคืนก็ได้“ ข้าวหอมเอ่ยบอกเพื่อนเกรซเองพอเอาเข้าจริงเธอก็เริ่มไขว้เขวสับสนอยู่ไม่ใช่น้อย
“อืม ขอลองไปคิดดูอีกคืนนะ”
“ปะ อย่าเครียดชีวิตคนเราก็งี้แหละเกิดมาไม่รวยอย่างเขาเราก็ต้องดิ้นรนกันต่อไป ไปกินเตี๋ยวกันเถอะฉันเลี้ยงเอง” ข้าวหอมจูงมือเพื่อนเดินลงไปยังชั้นล่าง เป้าหมายต่อไปคือร้านก๋วยเตี๋ยวเจ้าอร่อย กินให้ท้องอิ่มเผื่อจะคิดอะไรออกขึ้นมาบ้าง
ร้านก๋วยเตี๋ยวปลาน้ำใส
”อ้าวหนูไม่เห็นนานเลยวันนี้เอาอะไรดีล่ะ“ แม่ค้าเห็นข้าวหอมก็ทักทายขึ้นทันที
”หนูไม่ค่อยได้มาแถวนี้เลยค่ะเอาน้ำใสต้มยำเส้นปลารสจัด ๆ สองค่ะ“
”เกรซร้านนี้อร่อยมากนะฉันมาทีไรแวะกินทุกทีอะแม่ฉันชอบมากเดี๋ยวซื้อกลับไปฝากแม่ด้วยดีกว่า“ ข้าวหอมเอ่ยบอกเพื่อนเธอมาที่นีที่ไรเป็นต้องแวะกินตลอดไม่เคยพลาดเลยสักครั้ง
”เป็นแบบข้าวหอมก็ดีเหมือนกันนะประสบการณ์เยอะรอบรู้ไปซะทุกอย่างเก่งว่าเราซะอีกเราเอาตัวไม่รอดสักอย่าง“
”คิดเยอะและ คนเราเหมือนกันที่ไหนล่ะที่ฉันต้องดิ้นรนเพราะแม่ป่วยต่างหากล่ะ ค่ายา ค่าหมอ ค่ารถไปหาหมอสารพัดฉันเลยต้องเอาทุกอย่างอะแม่ฉันมีคนเดียว มีชีวิตเดี๋ยวฉันยังมีแรงฉันก็ต้องทำทุกอย่างเพื่อแม่ ส่วนแกพ่อยังแข็งแรงดี แม่เลี้ยงก็มือมีตีนครบสามสิบสองมีลูกอีกสองคนที่สามารถช่วยได้ปล่อยให้พวกเขารับผิดชอบกันเองบ้างอย่าเอาทุกอย่างมาแบกไว้คนเดียวเข้าใจไหมเธอรับผิดชอบพวกเขาไม่ไหวหรอกหนี้สินนั่นอีกเธอไม่ได้ไปร่วมใช้กับพวกเขานี่ใครสร้างก็ให้คนนั้นแหละรับผิดชอบไป“ ข้าวหอมบอกเพื่อนออกไปยาวเหยียดตามที่เธอคิดและรู้สึก ซึ่งมันก็จริงทุกอย่าง ๆ ที่ข้าวหอมพูด
”อือ ถ้าฉันตัดสินใจรับงานนี้มันจะแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวแล้วหลังจากนี้ฉันจะ ทำเพื่อตัวเอง“ เกรซเอ่ยบอกเพื่อนออกไปหลังจากนี้เธอจะไม่ยื่นมือไปช่วยเหลือใครอีกต่อไปแล้วรวมทั้งพ่อของเธอด้วย
^^