บทที่ 3 : หางาน หาเงิน

1439 คำ
เวลาต่อมา… มหาวิทยาลัยรัฐแห่งหนึ่ง… คณะบริหารธุรกิจ “เกรซ!!” ข้าวหอม เพื่อนเพียงคนเดียวเรียกเธอเสียงดังหลังจากเห็นเพื่อนเดินเข้ามาในคณะ “ข้าวหอมมานานแล้วเหรอ?” เกรซยกฝ่ามือขึ้นเช็ดเหงื่อตามกรอบหน้าอากาศยามเช้าร้อนระอุราวกับเที่ยงวัน แก้มขาว ๆ แดงเป็นพวงเธอทั้งร้อน ทั้งเหนื่อย ทั้งรีบ “ฉันต้องถามเธอมากกว่าทำไมวันนี้มาสายล่ะ?” ปกติเกรซมาแต่เช้าทุกวันไม่เคยขาด ลา มาสายทั้งตอนเรียนและเวลาทำงานทั้งสองสนิทกันมากรู้เรื่องของกันและกันทุกอย่างเพราะหัวอกเดี๋ยวกันเลยอ่านใจกันง่าย เข้าใจกันง่ายข้าวหอมก็เป็นอีกคนที่ต้องทำงานส่งเสียตัวเองเรียนและเลี้ยงดูแม่ที่เจ็บป่วยอ๊อด ๆ แอด ๆ “มีธุระคุยกับพ่อนะเลยออกมาช้าไม่ทันรถเมล์ฟรีด้วยต้องนั่งรถแอร์มาเสียค่ารถอีก 35 บาท เห้อ!!!” ร่างบางทิ้งตัวฟุบลงไปบนกระเป๋าผ้าที่แจกฟรีตามตลาดนัดอย่างหมดเรี่ยวแรงเช้านี้เสียเงินไปแล้ว 35 เดี๋ยวยังต้องกินข้าวกินน้ำอีกมีหวังวันนี้หมดไปเป็นร้อย “เรื่องเงินอีกแล้วใช่ไหม?” ข้าวหอมเอ่ยถามขึ้นเพราะคงไม่มีเรื่องอื่นนอกจาก เรื่องเงิน… ใบหน้าสวยพยักหน้าตอบเพื่อนหงึก ๆ เธอเหนื่อยมากเหลือเกินกับความเป็นอยู่ของตัวเองถ้าไม่ใช่เพราะหนี้ยี่สิบล้านเธอก็คงไม่เหนื่อยขนาดนี้ “รอบนี้เท่าไหร่เหรอ?” ข้าวหอมเอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกรซต้องแบกรับภาระบ่อยครั้งที่เพื่อนต้องคอยหาเงินมาใช้จ่ายจัดการเรื่องภาระหนี้สินหรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ภายในบ้าน “เจ็ดหมื่นนะ“ ”ห๊ะ!! เจ็ดหมื่น!!!!“ ข้าวหอมตกใจจนสุดขีดเธอดีดตัวนั่งหลังตรงพลางตะโกนเสียงหลง ”จะเสียงดังทำไมข้าวหอม“ ”ไม่เสียงดังได้ไงเงินตั้งเจ็ดหมื่นเชียวนะเกรซ“ ”ฉันจะหาจากไหนดี เธอพอมีงานอะไรที่ได้เงินเยอะ ๆ ให้ฉันทำไหมแนะนำหน่อยสิฉันสงสารพ่อนะ“ เกรซสงสารพ่อมากเหลือเกินแต่เธอก็จนปัญญาหมดสิ้นหนทางแล้วจริง ๆ ข้าวหอมคงเป็นที่พึ่งเดียวของเธอในตอนนี้ “เจ๊มิกกี้ไง…“ ข้าวหอมเอ่ยตอบเสียงเบา ใจไม่อยากจะให้เพื่อนลงไปอยู่ตรงจุดนี้อย่างที่เธอเคยทำมาก่อนเลยแต่เงินเยอะขนาดนี้คงต้องไปหาเจ๊มิกกี้คนเดียว ”คนที่เธอเคยไปขอให้ช่วยตอนแม่ป่วยนะเหรอ“ ”อืม…แต่เกรซฉันไม่อยากให้แกต้องทำถึงขนาดนี้เลยนะถึงมันจะได้เงินจริงแต่คือ….” “ถ้าได้เงินฉันจะลองแค่ครั้งเดียวข้าวหอมฉันจะช่วยพ่อแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวฉันไม่อยากให้บ้านโดนยึด” บ้านเก่า ๆ ที่ถึงแม้ว่ามันจะไม่มีความสุขเลยแต่มันก็เป็นที่พักพึงเดียวของเธอหากได้งานที่มั่นคงแล้วเธอจะย้ายออกทันที “สัญญาได้ไหมเกรซว่าถ้าได้งานแล้วเธอจะย้ายออกจากบ้านหลังนั้น ฉันสงสารไม่อยากให้เธอต้องมารับภาระหนักอึ้งพวกนี้” ข้าวหอมเป็นห่วงและสงสารเกรซมากเพราะที่ผ่านมาเพื่อนเธอดิ้นรนจนสายตัวแทบขาดเพื่อรับผิดชอบภาระภายในบ้านยังมีบางครั้งที่แม่เลี้ยงจะขอเงินเกรซให้ลูกสาวตัวเองใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายอีก “อืม ฉันตั้งใจไว้แล้วแหละแต่ติดต่อเจ๊มิกกี้ให้หน่อยสิตอนนี้เลย” มือบางจับไปที่แขนเล็กของเพื่อนและเขย่าเบา ๆ ด้วยความร้อนใจ “เห้อ…แป๊บนะ” ข้าวหอมหยิบมือถือออกมาจากถุงผ้าเลื่อนหาเบอร์เจ๊ที่เธอเคยติดต่อมาแล้วครั้งนึง “สวัสดีค่ะหนูข้าวหอม โทรมาหาเจ๊มีอะไรหรือเปล่าจ๊ะหรือว่าร้อนเงินอีก” เสียงแหลม ๆ ของสาวสองที่มีชื่อในวงการว่า เจ๊มิกกี้ รับสายเสียงแจ้วตามประสาสาวมั่นที่คนในวงการ ธุรกิจ ต่างรู้จักและใช้บริการเธอ “ค่ะ แต่ไม่ใช่ข้าวนะคะ เพื่อนข้าวค่ะต้องการความช่วยเหลือ” ข้าวหอมปรายตามองไปยังเพื่อนและเอ่ยบอกคนในสาย “คนไหนละเจ๊เคยเห็นไหม?” “ไม่ค่ะ” “งั้น เย็นนี้พามาหาเจ๊หน่อยสิต้องขอดูตัวกันก่อนนะคะหนูข้าวก็รู้ใช่ไหมว่าเจ๊ต้องคัดเด็ก” “ค่ะ เย็นนี้ข้าวพาเพื่อนไปหานะคะ” “จ๊ะ เจอกันนะหนูข้าว” เกรซนั่งฟังสายสนทนาเงียบ ๆ แค่ฟังตรงนี้เธอยังตื่นเต้นใจแทบขาดแล้ว ครั้งแรกกับการที่ต้องมาทำอะไรแบบนี้ “เย็นนี้ไปหาเจ๊กัน ไปเรียนกันก่อนเถอะ” สองสาวลุกออกจากโต๊ะหินขึ้นห้องเรียนเพื่อเรียนในช่วงเช้า ส่วนบ่ายนี้ก็ว่างยาวเพื่อให้นักศึกษาที่กำลังจบเคลียร์งานส่งและหาที่ฝึกงาน [เวลา 15:30 น.] “เห้อ…ได้สักทีที่ฝึกงานหลังจากนี้ก็รอทางบริษัทเขาตอบกลับมา” เกรซถอนหายใจยาวราวกับยกภูเขาออกจากอกหลังจากได้ที่ฝึกงานไม่ใช่ว่าทุกที่เขาจะรับบางที่คัดเอาแค่นักศึกษามหาลัยเอกชนเด็กมหาลัยรัฐอย่างพวกเธอนอกจากผลการเรียนก็ต้องมีดวงด้วย “ขอให้เขารับเราสองคนด้วยเถอะสาธุ” ข้าวหอมยกมือไหว้ท่วมหัวหากไม่ได้ที่นี่ก็ต้องหาที่ใหม่และถึงตอนนั้นอาจจะยากกว่านี้ “ต้องลุ้นเอาว่าตอนไปสัมภาษณ์จะมีคู่แข่งเยอะไหม” เกรซเอ่ยขึ้นที่พวกเธอสมัครไปฝึกงานจะมีการสัมภาษณ์อีกที “อืม..ไปกันเลยไหมรถติดกว่าจะไปถึงเจ๊มิกกี้คงจะมาพอดี“ ข้าวหอมหันไปถามเพื่อน ”อืม ไปเลยก็ได้“ สองสาวเดินเรื่อย ๆ ออกจากมหาลัยเวลานี้เป็นเวลาเลิกเรียนนักศึกษาค่อนข้างเยอะที่กำลังทยอยกันเดินกลับบ้าน ”ไปแท็กซี่กันเถอะรอรถเมล์คงนาน“ เกรซดึงมือเพื่อนไปยืนรอแท็กซี่ไหน ๆ วันนี้เธอก็ควักกระเป๋าจ่ายค่ารถมาแล้วจ่ายค่าแท็กซี่อีกรอบจะเป็นไรไป สองสาวรอรถไม่นานแท็กซี่สีเขียวเหลืองก็ขับเข้ามาจอด รถแล่นไปบนถนนเส้นหลักตรงเข้าไปในเมืองที่รถค่อนข้างติด ผู้คนเดินกันราวกับสวนสนาม “คนเยอะจังเลยในเมือง” “ใช่สิ ดึก ๆ คนเยอะกว่านี้อีกนะพวกนักเที่ยวเดินเข้าร้านนั้นออกร้านนี้” ข้าวหอมบอกเพื่อนเธอมาแถวนี้บ่อยเพราะต้องมาทำงานพิเศษเวลาที่จำเป็นต้องใช้เงินฉุกเฉินแถวนี้หางานค่อนข้างง่าย เด็กเสริฟ์ สาวเชียร์เบียร์ พริ้ตตี้ร้านเหล้าข้าวหอมเคยทำมาหมดทุกงานเพราะสถานการณ์บังคับทำให้เธอต้องยอมแลกเพื่อแม่ที่มีเพียงชีวิตเดียว [Babyface Superclub VIP] ทั้งสองลงจากแท็กซี่หน้าผับหรูด้านหน้ามีป้ายชื่อร้านตัวใหญ่ติดไว้เกรซมองดูความสวยงามของผับแห่งนี้นิ่ง “ที่นี่ว่าสวยแล้วใหญ่แล้วมีที่สวยและใหญ่กว่าที่นี่อีกนะ” ข้าวหอมบอกเพื่อนหลังจากเห็นสายตาตกตะลึงของเพื่อน “มีที่สวยกว่านี้อีกเหรอ” “ใช่ Storm Pub ไงที่ดัง ๆ คนเยอะ ๆ ออกทีวีบ่อย ๆ หรือไม่เสิร์ชดูในเน๊ตขึ้นเต็มที่นี่สู้ไม่ได้หรอก ไปกันเถอะเดี๋ยวมืดเจ๊จะงานยุ่ง” ข้าวหอมจูงมือเกรซเดินตรงเข้าไปในผับ “ขอดูบัตรครับ” ชายชุดดำที่เป็นการ์ดของร้านขอบัตรสองสาวอีกอย่างผับยังไม่เปิดเลยด้วยซ้ำ “มาหาเจ๊นิกกี้ค่ะนัดไว้แล้ว” การ์ดหยิบวิทยุสื่อสารขึ้นมาประสานงานหาคนที่ข้าวหอมอ้างถึง “เชิญครับเจ๊รออยู่ที่ห้องทำงานชั้น 2” “ไปกัน” เกรซกวาดสายตามองความหรูหราภายในแสงสีเสียงเหมาะแก่การมานั่งดื่มจริง ๆ เธอไม่เคยมาเที่ยวสถานที่แบบนี้เลยสักครั้งเพราะการเงินค่อนข้างจำกัดจะมานั่งดื่มของพวกนี้คงดูฟุ่มเฟือยเกินไป ^^
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม