ไม่มีสามีงั้นเหรอ

1867 คำ
หลังจากทราบอาการของนาวิน ณิชาจึงแยกตัวออกไปจัดการเรื่องห้องพักผู้ป่วยและเอกสารส่วนตัวของลูกชาย ปล่อยให้จอห์นนี่และภูดิศยืนอยู่หน้าห้องฉุกเฉินเพียงลำพัง “คุณคือพ่อนาวินเหรอ” เมื่อสบโอกาสภูดิศจึงตั้งคำถามค้างคาใจของตนเองกับจอห์นนี่ในทันที นัยน์ตาคมจ้องมองใบหน้าจอห์นนี่ไม่ละสายตา จนกระทั่ง! คำตอบที่ได้รับจากจอห์นนี่ ทำให้คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอีกครา ตามมาด้วยหัวใจแกร่งที่เต้นแรงระส่ำเปี่ยมสุข “ไม่ใช่ครับ ผมกับณิชาเราเป็นเพื่อนร่วมงานกันและนาวินก็เป็นหลานผม” “พ่อของนาวินไปไหน” เมื่อมีโอกาสภูดิศยังคงตั้งคำถามที่ตนเองสงสัยต่อ โดยคำตอบที่ได้รับ เริ่มทำให้ภูดิศฉงนใจแปลก ๆ “เธอคือคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว ผมก็ไม่ทราบว่าสามีเธอไปตายห่าที่ไหน? ไม่รู้จักดูแลภรรยาและลูก” จอห์นนี่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงและแววตาโมโหทุกครั้ง เมื่อพูดถึงพ่อของหนูน้อยนาวิน “ไม่มีสามีงั้นเหรอ” ภูดิศทวนคำเบา ๆ เสมือนกำลังพึมพำเพียงลำพัง แต่! กลับได้คำตอบย้ำจากจอห์นนี่อย่างชัดเจนอีกครา “ใช่ไง คิดแล้วโมโห” “เธอไม่ได้มีครอบครัวใหม่อยู่ที่โน่นเหรอ แล้วเธออยู่กับใคร” “คุณถามมากไปรึเปล่า” จอห์นนี่หรี่ตามองภูดิศด้วยความสงสัย แปลกใจไม่น้อย เมื่อประธานบริษัทอย่างภูดิศสนใจเรื่องส่วนตัวของพนักงาน “ตอบ” ภูดิศกระแทกเสียงเข้ม นัยน์ตาคมจดจ้องเสมือนกำลังคาดคั้นเอาคำตอบจากจอห์นนี่ก็ไม่ปาน “ณิชาอยู่กับนาวินสองคน ไม่ได้มีครอบครัวใหม่อย่างที่คุณพูด” “คุณกลับไปได้แล้ว” เมื่อได้รับคำตอบที่พอใจ ภูดิศจึงรีบสะบัดมือไล่จอห์นนี่ให้กลับไปพักในทันที และเดินตามณิชาไปยังแผนกทะเบียนของโรงพยาบาล “อ้าว!” ปล่อยให้จอห์นนี่อุทานด้วยความมึนงง พลันยกมือเกาท้ายทอยตัวเองด้วยความสับสน หนูน้อยนาวินถูกนำย้ายตัวจากห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล มาพักฟื้นยังห้องพิเศษของโรงพยาบาลที่ณิชาติดต่อเอาไว้ โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาล เพียงแค่ณิชาจัดแจงท่านอนให้กับลูกชายเสร็จสรรพ ร่างบางจึงรีบเอ่ยปากไล่ภูดิศออกไปในทันที “คุณกลับไปได้แล้ว” แต่! กลับถูกชายหนุ่มปฏิเสธเสียงเข้ม และทิ้งตัวนอนลงบนโซฟา พลันยกมือหนุนท้ายทอยท่าทางสบาย “จะนอนที่นี่” “ฉันไม่อนุญาต เมื่อไหร่คุณจะเลิกจุ้นจ้านวุ่นวายชีวิตฉันสักที” ท่าทีสบายและมึนตึงของภูดิศ สร้างความหงุดหงิดใจให้กับณิชาอีกครา และยิ่งภูดิศดื้อด้านอยู่ต่อเพียงใด ยิ่งชวนให้น่าโมโหมากกว่าเดิม “เหอะ คิดไปเองรึเปล่า” “แต่การกระทำของคุณบ่งบอกแบบนั้น” “ฉันแค่อยากอยู่กับนาวิน” ภูดิศตอบกลับความต้องการของที่แท้จริงของตัวเองออกมา แม้สิ่งที่เขาต้องการยากจะหาเหตุผลเพียงใดก็ตาม กึก! คำตอบของภูดิศสร้างความตกใจให้กับณิชาอีกครั้ง มือเล็กเริ่มเย็นเฉียบด้วยความกลัวบางอย่าง จนต้องรีบปฏิเสธเสียงเข้มกลับไป “ลูกชายฉัน เกี่ยวอะไรกับคุณ” “นั่นสิ” ภูดิศพึมพำกับตัวเองเบา ๆ นัยน์ตาคมจ้องมองร่างบางด้วยความโมโห แต่สายตาแฝงไปด้วยอาการน้อยใจเต็มประดา “อย่ามาทำหน้าโมโห แบบนี้ใส่ฉันนะ” ณิชาแว้ดเสียงแหลมใส่ประธานหนุ่มด้วยท่าทางฉุนเฉียว ยิ่งเธอถูกจับจ้องโดยสายตาของชายหนุ่มที่กำลังติเตือนเธอ เสมือนเธอกำลังทำเรื่องผิด ยิ่งชวนให้หญิงสาวไม่ชอบใจเข้าไปใหญ่ “ณิชา ฉันควรจัดการกับเธอยังไงดี” น้ำเสียงและสีหน้าเรียบเฉย ตอบกลับณิชานิ่ง ชวนให้ร่างบางเลิ่กลั่กปนกังวลใจไม่น้อย หากเธอมีปัญหากับภูดิศที่มีทั้งเงินทองและอำนาจ ผู้หญิงตัวเล็กอย่างเธอคงไม่มีทางสู้ได้เป็นแน่ “คุณพูดอะไร ฉันไม่เข้าใจ” “เธอ แม่ง! โคตรเห็นแก่ตัวเลย รู้ตัวรึเปล่า” ภูดิศยันตัวลุกขึ้นยืน พลันก้าวเดินเข้าใกล้ร่างบางอย่างใจเย็น ทำให้ณิชาต้องรีบเดินถอยหลังและถามกลับด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ฉันทำอะไร” “ปิดบังเรื่องลูกกับฉันขนาดนี้ เธอคิดว่าฉันควรจัดการกับเธอยังไงดี” นัยน์ตาคมกรุ่นโกรธและโมโห ผู้หญิงตัวเล็กตรงหน้ายิ่งนัก แต่กลับไม่สามารถจัดการหรือทำอะไรกับเธอได้ด้วยซ้ำ “นาวินคือลูกชายฉันคนเดียวต่างหาก ฉันจะบอกอะไรให้นะ ตั้งแต่ฉันหย่ากับคุณ ฉันเจอกับพ่อนาวิน แต่เสียดายที่ตอนนั้นพ่อนาวินเสียไปตั้งแต่นาวินอยู่ในท้อง” “ฉันต้องเชื่อเธอใช่ไหม” น้ำเสียงเย็นยะเยือก นัยน์ตาคมหงุดหงิดกับความดื้อรั้นของหญิงสาว ณ ตอนนี้เขาแทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยินจากปากของณิชาด้วยซ้ำ มือเล็กผลักแผงอกแกร่งให้ห่างจากตัว เธอผลักร่างสูงด้วยแรงอันน้อยนิดไปทางประตูห้องพัก พลันเอ่ยปากไล่เสียงดังด้วยอาการเกรี้ยวกราด “ออกไปเลยนะ” จนกระทั่ง! หนูน้อยนาวินที่นอนอยู่บนเตียงสะดุ้งตื่นขึ้นมา พลันเอ่ยเรียกหามารดาด้วยน้ำเสียงร้อนรนปนตกใจ ทำให้ณิชาและภูดิศต้องรีบเดินไปหาหนูน้อยข้างเตียงด้วยความเป็นห่วง “คุณแม่เกิดอะไรขึ้นครับ” น้ำเสียงใสแหบแห้งปนเหนื่อยหอบ เอ่ยถามมารดาขึ้นในทันที “พี่นาวิน” “คุณแม่เสียงดังทำไมครับ มีอะไรรึเปล่า” หนูน้อยยังคงเอ่ยถามมารดาด้วยความเป็นห่วง พลันกวาดสายตามองไปโดยรอบห้องพักด้วยความสงสัย “เปล่าครับ แม่แค่ไล่แมลง” ณิชารีบหาคำตอบให้กับลูกชาย แต่ไม่วายส่งสายตามองไปยังภูดิศอย่างคาดโทษ “แมลงอย่างนั้นเหรอ” “ใช่จ้ะ ไม่มีอะไรหรอกลูก” ณิชาลูบศีรษะลูกชายอย่างทะนุถนอม พลันตอบกลับด้วยน้ำเสียงอบอุ่น หวังให้หนูน้อยนาวินเบาความตกใจได้บ้าง แต่! หนูน้อยนาวินกลับให้ความสนใจคุณลุงที่ยืนอยู่ข้างเตียงคนป่วย มากกว่าคำอธิบายของมารดา พลันตอบกลับด้วยน้ำเสียงและแววตาดีใจเปี่ยมล้น “คุณลุง พี่นาวินดีใจที่ตื่นมาได้เจอครับ” “เป็นยังไงบ้างครับ รู้สึกดีขึ้นรึยัง” ภูดิศเอ่ยถามหนูน้อยนาวินด้วยความเป็นห่วง พลันประเมินอาการผ่านทางสายตา “ยังเหนื่อยครับ” “งั้นพักผ่อนครับ อย่าพึ่งพูดอะไรเยอะเลย” รอยยิ้มบางปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลา สายตาอบอุ่นจับจ้องมองใบหน้าเล็กไม่ละสายตา มือเล็กจับที่มือหนาของภูดิศ พลันตั้งคำถามด้วยน้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยความหวังเล็ก ๆ แต่! กลับถูกมารดาเอ่ยปากตักเตือนเสียก่อน “พี่นาวินตื่น จะได้เจอคุณลุงอีกไหม” “พี่นาวินครับ เราไม่รบกวนคุณลุงสิ” ซึ่งดูเหมือนภูดิศไม่ได้ฟังคำของณิชาสักเท่าไรนัก ประธานหนุ่มตอบกลับหนูน้อยนาวินด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ตื่นมาได้เจอแน่นอนครับ ลุงจะนอนอยู่ตรงนี้” “จริง ๆ นะครับ” คำตอบที่ได้รับชวนให้หนูน้อยนาวินตื่นเต้นไม่น้อย พลันยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจ แม้ตอนนี้ในห้องพักของโรงพยาบาลน่ากลัวเพียงใด แต่สำหรับหนูน้อยในเวลานี้กลับรู้สึกอบอุ่นอย่างน่าประหลาดใจ “สัญญาครับ ลุงสัญญา” ภูดิศยื่นนิ้วก้อยของตัวเองให้กับหนูน้อยนาวิน เป็นเครื่องหมายสัญญาใจระหว่างทั้งสอง จวบจนนิ้วก้อยเล็กยื่นเข้าเกี่ยวกันเป็นพันธสัญญา แต่ไม่วาย! ความต้องการของหนูน้อยนาวินยังคงเหลือล้น เอ่ยขอความต้องการของตัวเองอีกครั้งด้วยสายตาออดอ้อน “คุณลุง คุณแม่ ช่วยจับมือพี่นาวินคนละข้าง จนกว่าพี่นาวินจะหลับได้ไหม พี่นาวินกลัวโรงพยาบาล” “ได้ครับ” ภูดิศตอบกลับโดยไม่ลังเลใจ และยื่นมือไปจับมือเล็กของหนูน้อยเอาไว้แน่น โดยมีคุณแม่ยังสาวตอบกลับด้วยรอยยิ้มอบอุ่น ไม่มีทีท่าปฏิเสธแต่อย่างใด “ได้สิจ๊ะ แม่จะอยู่ตรงนี้ พี่นาวินไม่ต้องกลัวนะคะ” จวบจนหนูน้อยนาวินหลับไปในที่สุด เสียงกระซิบกระซาบของณิชาดังขึ้นอีกครั้ง เธอชี้ไปทางประตูห้องพัก เพื่อขับไล่ร่างสูงออกไปให้พ้นสายตา “ตอนนี้ลูกชายฉันหลับไปแล้ว คุณควรกลับไป” “ไม่ ผมสัญญากับนาวินเอาไว้แล้ว” ภูดิศส่ายศีรษะปฏิเสธในทันที เพียงเพราะต้องการรักษาสัญญาระหว่างตัวเองกับหนูน้อยนาวินให้ดีที่สุด “คุณไม่เคยรักษาสัญญาอยู่แล้ว อีกอย่างแค่สัญญากับเด็กอย่างนาวิน คุณคงไม่จริงจังอะไรหรอกใช่ไหม” “พูดมาก ผมจะนอน” ภูดิศจัดแจงท่านอนให้กับหนูน้อยนาวิน พลันเดินตรงไปยังโซฟาอีกครั้ง แต่กลับถูกณิชากระชากแขนแกร่งอย่างแรงจนร่างสูงแทบเสียหลักล้มลงกับพื้น แต่ด้วยความดื้อด้านของภูดิศ ชายหนุ่มจึงรีบเดินไปนอนลงบนโซฟาในทันที ณิชาเดินไปหยุดข้างโซฟา เธอยกมือเท้าเอวตัวเองด้วยท่าทางโมโห จ้องมองภูดิศเสมือนพร้อมมีเรื่อง “ไม่ได้นะ คุณนอนตรงนั้น ฉันจะนอนตรงไหน” “นอนด้วยกันสิ โซฟาออกจะกว้าง” ภูดิศตบมือลงพื้นที่ว่างบนโซฟาข้างตนเอง ชักชวนร่างบางนอนลงข้างกายเสมือนเมื่อสี่ปีก่อน แต่! กลับได้เพียงสีหน้าเย็นชา ชวนให้หงุดหงิดใจ จนต้องกระตุกข้อแขนเล็กเข้าหาตัวเอง “ไม่ ว้าย!” ณิชาอุทานเสียงหลง เธอใช้มือยกขึ้นปิดปากตัวเองในทันที เพราะเกรงเสียงของเธอไปรบกวนการนอนของลูกชาย จนลืมไปเสียสนิทว่าตนเองกำลังล้มทับอยู่บนแผงอกแกร่ง “กล้าลวนลามผมงั้นเหรอ” ภูดิศยกยิ้มมุมปากด้วยความชอบใจ นัยน์ตาคมสำรวจใบหน้าสะสวยใกล้ ๆ อีกครา “อี๋ พูดออกมาได้ แก่จนเนื้อจะยุ่ยอยู่แล้ว ทำเป็นพูด” กำปั้นเล็กทุบลงบนแผ่นอกแกร่งอย่างแรงด้วยความโมโห แต่! กลับถูกภูดิศตักเตือนตัวเองเสียงเข้ม “ณิชา! ผมแก่กว่าคุณไม่กี่ปีเองนะ” ณิชายันตัวเองลุกขึ้นยืนด้วยความรวดเร็ว พลันยกมือกอดอกและถอนหายใจพรืดยาวด้วยความเหนื่อยหน่ายใจ ตอบกลับด้วยน้ำเสียงขอร้อง หวังให้ภูดิศเห็นใจตนเอง “เฮ้อ! คุณภูดิศ คุณช่วยออกไปจากชีวิตฉันได้ไหม ฉันไม่อยากเข้าใกล้คุณเลยจริง ๆ ขอร้องละ” “ทำไม” คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอีกครา ชายหนุ่มเอียงศีรษะเล็กน้อย เพื่อรอคำตอบจากหญิงสาว “ต้องมีเหตุผลด้วยเหรอคะ อ้อ ถ้าจะถามว่าทำไม? เหตุผลคือ สำหรับฉันคุณคือคนอื่นไปแล้ว” จนกระทั่ง! ได้รับคำตอบชวนให้หัวใจแกร่งกระตุกวูบลงก้นบึ้งมหาสมุทรที่เย็นเฉียบ ก่อนที่ร่างสูงจะเดินออกจากห้องพักผู้ป่วยเงียบ ๆ ไร้คำตอบโต้ใด ๆ ดั่งเช่นเคย
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม