ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยของลูกสาวมาเฟียผ่านเข้าสู่เดือนที่สามไปได้อย่างราบรื่น แม้จะถูกรุ่นพี่ผู้หญิงหลายคนเขม่นกับนิสัยและการแต่งตัวเกินหน้าเกินตา แต่คนพวกนั้นก็ทำได้เพียงนินทาลับหลังและจิกกัดลอยๆ เพราะทุกคนต่างรู้ดีว่าหากนินทาให้เจ้าตัวได้ยิน ซิดนีย์จะเดินมานั่งร่วมวงฟังคำนินทาด้วยทันที
เพื่อนในรั้วมหาวิทยาลัยของเธอมีแบบนับนิ้วได้ ความแสบซ่าเอาเรื่องของเธอกระฉ่อนไปทั้งคณะจนตกเป็นเป้าสายตาของคนอื่นได้ง่าย หากจะมีใครกล้ามาคุยด้วยก็คงมีแค่กริชที่เป็นพี่รหัสกับเอยเอยสาวน้อยนักเรียนทุนที่ไม่มีเพื่อนคบเหมือนกัน
ซิดนีย์ไม่ได้ชอบเอยเอยแต่ก็ไม่ได้เกลียด แม้บางครั้งคนตัวเล็กรำคาญจนต้องเดินหนีอีกฝ่าย แต่เอยเอยก็ยังสู้ชีวิตพยายามเข้ามาคุยด้วยอย่างไม่ย่อท้อ
ส่วนการไม่มีเพื่อนสนิทไม่ใช่ปัญหาเวลาเรียน เธอเรียนเก่งและฉลาด หลายๆ วิชาก็มีนักศึกษาจากต่างคณะมาเรียนด้วย จึงไม่ใช่เรื่องน่ากังวลเวลาทำงานกลุ่ม
“ซิดนีย์~!!” เสียงของเอยเอยดังขึ้นตั้งแต่รองเท้าส้นสูงของเธอเหยียบลงบนบันไดขั้นแรกของคณะ
เอยเอยในชุดนักศึกษาขนาดพอดีตัววิ่งเข้ามาหาพร้อมกับรอยยิ้มดีใจที่ได้เจอกัน ต่างจากอีกคนที่กำลังยกมือปิดปากหาวเพราะเมื่อคืนเล่นเกมจนดึก
“เซคสิบโมงอาจารย์เพิ่งแปะป้ายหน้าห้องว่ายกเลิก” เอยเอยยกโทรศัพท์ชูภาพถ่ายเป็นหลักฐานให้เธอดูประกอบ
คนได้ฟังข่าวร้ายอ้าปากเหวอเพราะแหกขี้ตาตื่นจากที่นอนตั้งแต่เจ็ดโมงครึ่ง แถมยังนั่งรถอีกเกือบครึ่งชั่วโมงเพื่อมาเข้าเรียน
“ซิดนีย์ว่างไหม ช่วยติวสแตทให้เราหน่อยสิ ควิซก่อนเรียนคราวก่อนซิดนีย์ได้เต็มคนเดียวในห้องเลย” เอยเอยขอร้องด้วยน้ำเสียงคาดหวังอยากผูกมิตร
แต่คนอย่างซิดนีย์ไม่ได้ใจดีถึงขั้นเอาเวลาตนเองไปให้คนอื่นขนาดนั้น
สมุดเลกเชอร์สองสามเล่มถูกหยิบออกมาจากกระเป๋าสะพาย มือเรียวยัดมันใส่อกของคนตรงหน้าอย่างไม่แรงนัก
“ฉันสอนคนอื่นไม่เป็น เอาไปอ่านเองก็แล้วกันนะ” คุณหนูมาเฟียพูดออกไปตามตรง
เธอไม่ได้เลี่ยงที่จะคุยกับเพื่อนในคณะ แต่เป็นพวกสอนคนไม่เป็นจริงๆ
“อะ อื้ม ขอบใจนะ ซิดนีย์จะไปกินข้าวหรือเปล่า เอยเอยจะไปเป็นเพื่อน” เอยเอยหน้าเจื่อนลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ยังไม่ละความพยายามในการผูกมิตรด้วย
“กินมาแล้ว ขอตัวนะ ซิดนีย์จะไปหาพี่ชาย” พูดจบก็เดินเลี่ยงไปยังตึกเรียนที่พี่ชายส่งข้อความมาบอกก่อนหน้า
เธอไม่ได้โกหก แต่ออสโลใช้ให้เอาสายชาร์ตแล็ปท็อปจากบ้านไปให้ที่หน้าห้องเรียนเนื่องจากกำลังจะมีพรีเซนต์งานวิจัย
ชายกระโปรงพลีตที่สวมใส่วันนี้สะบัดพลิ้วเบาๆ ตามแรงเดิน มันคือกระโปรงตัวที่กันภัยซื้อให้วันนั้น นิ้วสวยกดเรียกลิฟต์โดยสารจากนั้นคนตัวเล็กก็เข้าไปข้างในลำพัง
กึก!
ลิฟต์ที่กำลังจะปิดถูกท่อนแขนของใครบางคนขัดเอาไว้ให้เปิดออกอีกครั้ง จากนั้นคนที่อยู่ข้างนอกจึงรีบแทรกตัวเข้ามาในลิฟต์ตัวเดียวกันกับเธอและกดชั้นที่ต้องการไป
ซิดนีย์ขมวดคิ้วจิ๊ปาก เพราะคนคนนั้นคือโอบ ไอ้คนเฮงซวยที่ตามเกาะแกะเธอตั้งแต่วันแรกที่เปิดเรียน แม้หลังจากที่เธอบอกว่าเป็นน้องของออสโลมันก็ไม่กล้าเข้ามาก่อกวนเธออีก แต่ทุกครั้งที่บังเอิญเจอกันหรือเดินผ่าน ซิดนีย์มักจะเจอสายตาของอีกฝ่ายมองตามอยู่บ่อยครั้ง
การสร้างความรำคาญของรุ่นพี่คนนี้ไม่ได้มีแค่นั้น เพราะบางครั้งโอบก็ฝากคนอื่นเอาขนมกับน้ำมาให้ถึงห้องเรียนจนตกเป็นเป้าสายตาคนอื่น แต่นอกจากซิดนีย์จะโยนทุกอย่างที่ได้รับทิ้งลงถังขยะต่อหน้า โอบยังเคยถูกคนตัวเล็กชูนิ้วกลางใส่แทนคำขอบคุณหลายครั้ง
“คราวนี้โชคดีจัง ได้อยู่ในลิฟต์กับน้องซิดนีย์สองคน” โอบพูดทันทีที่ลิฟต์ปิดลง “เสียดายจังเลยที่เลิกใส่กระโปรงสั้นแล้ว พี่อดเห็นจีสตริงลายลูกไม้เลยครับ”
ดวงตาสีเข้มตวัดฉับมองหน้าอีกฝ่ายทันที โอบที่ตัวสูงกว่าไม่มีทีท่าเกรงกลัวสายตาของเธอแม้แต่น้อย แต่ในเวลาต่อมาดวงตาดุดันของรุ่นน้องสาวก็เปลี่ยนจากความโกรธเกรี้ยวเป็นประกายยั่วยวน
ร่างระหงเดินนวยนาดเข้าไปหารุ่นพี่หนุ่ม จากนั้นจึงยกนิ้วขึ้นมาพันกับสายเนกไทสีกรมท่าของอีกฝ่ายเล่น
“แหม~ พออยู่กันสองคนก็ยั่วกันเลยนะครับ” นักศึกษาหนุ่มวางมือบนเอวคอดอย่างอุกอาจ ลูบไล้ร่างกายรุ่นน้องสาวด้วยความหื่นกระหาย “พี่มีคอนโดอยู่แถวนี้ ไปดูวิวที่ห้องพี่...โอ๊ย! อึก!!”
ร่างสูงของโอบทรุดลงไปนอนกองแทบเท้าของนักศึกษาสาวด้วยอาการจุกที่กล่องดวงใจ เมื่อกี้เข่ามนของเธอกระแทกเข้ากับกึ่งกลางกายของอีกฝ่ายเต็มแรง จนแม้แต่ซิดนีย์เองจับเจ็บแปลบที่หัวเข่า
คนโดนไม่ต้องพูดถึง
กึก!
รองเท้าส้นเข็มสูงสี่นิ้วเหยียบพาดลงกลางลำคอของอีกฝ่ายอย่างไม่ออมแรง ดวงตาของนักศึกษาชายเหลือกขึ้นเห็นแค่ตาขาว
“อยากดูจีสตริงซิดนีย์ไม่ใช่เหรอคะ?” ใบหน้าสวยแสยะยิ้มออกมาเล็กน้อยหลังพูดจบ ดวงตาสีรัตติกาลมองไปยังหมายเลขลิฟต์ที่ใกล้ถึงชั้นที่ตนเองเลือกด้วยแววตาแสนเสียดาย “พี่โอบดูพอหรือยังคะ เอาไว้วันหลังซิดนีย์จะให้ดูอีก”
ติ๊ง!
ปึก!
ปลายฝ่าเท้าบดเข้าที่ลูกกระเดือกหนาซ้ำอีกครั้ง ก่อนจะสะบัดหน้าเดินออกจากลิฟต์ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
คนตัวเล็กเปิดประตูห้องเรียนของพี่ชาย เป็นสัญญาณเรียกให้เขาเดินออกมาเอากระเป๋าผ้าใส่สายชาร์ตด้วยใบหน้าไม่สบอารมณ์อย่างเห็นได้ชัด
ออสโลมองหน้าบูดบึ้งของน้องสาวแท้ๆ จึงอดไม่ได้ที่จะจับหน้าเล็กหันมาสบตาตนเอง
“หน้าเหมือนตูด โมโหที่พี่ใช้ให้เอาสายชาร์ตมาให้?” กระเป๋าสตางค์สีดำถูกหยิบออกมาจากด้านหลังกางเกง ก่อนที่ธนบัตรสีเทาหลายใบจะถูกยื่นให้เป็นค่าตอบแทน “ค่าเมื่อยขา”
มือบางรีบประนมมือไหว้ย่อรับมายัดใส่กระเป๋าสะพาย ก่อนจะบอกสาเหตุที่ทำให้ตนเองหงุดหงิดตั้งแต่เช้าออกไปตามจริง
“มีไอ้บ้ามันมาจับก้นซิดนีย์”
เธอใส่สีตีไข่เต็มที่ ความจริงโอบแค่จับเอวเท่านั้น แต่ซิดนีย์กลัวพี่ชายปล่อยมันลอยนวล
“ใคร” มือหนาเท้าเอวรอเอาคำตอบ แถมยังหยิบโทรศัพท์เตรียมกดส่งข้อความหากันภัย
แบบนี้ต้องใส่ความให้หนัก...พี่กันของเธอจะได้มาโอ๋เธอด้วย
“ชื่อโอบ ปีสองสาขาเดียวกับพี่โลนั่นแหละ มันวอแวซิดนีย์ตั้งแต่วันแรกที่เข้าเรียนแล้ว”
“แล้วทำไมเพิ่งมาบอก ปกติขี้ฟ้อง”
“ก็นึกว่าด่าแล้วมันจะกลัว เอาพี่โลขู่ไปทีหนึ่งมันยังตามมากวนใจอยู่เลย” คนตัวเล็กเอามือเกาะแขนพี่ชายออดอ้อน สายตากลมโตชำเลืองมองข้อความที่ปลายนิ้วเรียวพิมพ์ส่งไปหาคนที่เธอชอบก่อนจะลอบยิ้ม
เขารู้แล้ว...
“จะขู่มันให้”
“ส่งคนอื่นไปทำนะ ห้ามให้พี่กันทำ” เธอกลัวเขาเดือดร้อนเจ็บตัว “ลูกน้องมีตั้งเยอะ ใช้คนอื่นเข้าใจไหม?”
“ไม่รู้ ให้มันไปจัดการต่อแล้ว ให้พี่ลงไปส่งซิดนีย์ข้างล่างไหม?”
“ไม่เป็นไร ซิดนีย์ไม่ได้กลัวมัน” ริมฝีปากอวบอิ่มปฏิเสธออกไปด้วยความมั่นใจ จากนั้นจึงหมุนตัวเดินออกจากตรงนั้น แต่มิวายหันกลับมาพูดย้ำกับพี่ชายไปอีกครั้ง “พี่โลให้คนอื่นทำนะ อย่าให้พี่กันทำ”
เจ้าของดวงตาสีเดียวกันไม่ได้รับปาก ออสโลหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในห้องเรียนทันทีและทิ้งความกังวลไว้กับน้องสาวจนเจ้าตัวต้องรีบส่งข้อความไปหาบอดีการ์ดหนุ่มด้วยความร้อนใจ
➢Sydney : ห้ามลงมือเองนะ ให้คนอื่นทำ เข้าใจที่ซิดนีย์สั่งไหม
➢Sydney : (ส่งสติกเกอร์แมวโมโห)
กันภัยไม่แม้แต่จะอ่านด้วยซ้ำ โทรไปก็ปิดเครื่องหนีหายไปเรียบร้อย ซิดนีย์พยายามคิดในแง่ดีว่าเขาอาจติดเรียนและยังไม่ได้อ่านข้อความเธอส่งไป
✦✦✦
เกือบเที่ยงคืนแล้วแต่รถของกันภัยยังไม่กลับเข้ามาในคฤหาสน์ หม่ามี้บอกบนโต๊ะอาหารว่ากันภัยไปทำรายงานที่บ้านเพื่อนและอาจกลับดึก แต่ซิดนีย์เห็นสายตาของออสโลก็ดูออกว่ามันไม่ใช่
คนตัวเล็กที่อยู่ในชุดนอนน่ารักจึงได้แต่นั่งอยู่หน้าประตูหน้ารออีกฝ่ายด้วยความกระวนกระวาย
“ซิดนีย์”
เฮือก!!
“ปะป๊า” คนนั่งคุดคู้หน้าประตูบ้านหันไปมองต้นเสียงด้านหลัง
บิดาถือแก้วนมในมือ กำลังจะเดินขึ้นชั้นสองของบ้านหันมามองที่เธอด้วยสีหน้าเป็นห่วง
“ปะป๊าลงมาเอานมให้หม่ามี้เหรอคะ?”
“ครับ ตอนเย็นหม่ามี้ทานข้าวน้อย ป๊ากลัวจะหิวตอนดึก” รอยยิ้มของผู้เป็นพ่อทำให้ลูกสาวตัวน้อยลุกขึ้นและเดินเข้าไปหา “ทำไมซิดนีย์มานั่งตรงนี้ครับ?”
“ซิดนีย์รอพี่กันค่ะ ฝากซื้อของกิน”
“อ้อ...จะเที่ยงคืนแล้ว กินพรุ่งนี้ดีไหม ป๊ากลัวลูกปวดท้องกลางดึก” ความหวังดีของบิดายังเป็นที่หนึ่งในใจเธอเสมอ
ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี ความรักของพ่อก็ยังเสมอต้นเสมอปลายไม่เสื่อมคลาย
“ค่ะ ซิดนีย์รอเอาไปเก็บเข้าตู้เย็น เดี๋ยวขึ้นไปนอนแล้ว” ริมฝีปากเล็กเขย่งหอมแก้มบิดาฟอดใหญ่อย่างน่ารัก เซนเองก็ไม่ลืมที่จูบหน้าผากมนของลูกสาวแทนการบอกฝันดีเช่นทุกครั้ง “กู๊ดไนต์ค่ะ ฝากจุ๊บๆ หม่ามี้สี่สิบครั้ง”
คำพูดทะลึ่งทะเล้นพร้อมท่าทางการทำปากจู๋ ทำให้มือของมาเฟียใหญ่เคาะกลางกระหม่อมลูกสาวด้วยความมันเขี้ยว
หลังจากปะป๊าหายเข้าไปในห้องนอนได้ครู่ใหญ่ เสียงรถของคนที่เธอรอคอยก็ขับผ่านหน้าเข้าไปจอดยังโรงรถ ซิดนีย์ออกตัววิ่งตามรถทันที ไม่เสียเวลาสวมรองเท้าแตะด้วยซ้ำ
เท้าเปลือยเปล่าวิ่งตามทางเดินหน้าบ้าน เข้าไปหาคนที่เพิ่งลงจากรถด้วยใบหน้ากระหืดกระหอบ
ปึก!
“คุณหนู!” บอดีการ์ดหนุ่มเซไปด้านหลังกับแรงกอดที่โถมเข้ามาไม่ทันตั้งตัว
พอได้สติจึงรีบรั้งร่างบางหลบมุมกล้องวงจรปิด ก่อนจะพยายามดันคนตัวเล็กให้ออกจากการเกาะกุม แต่มือเล็กๆ วันนี้เหนียวมาก เหนียวยิ่งกว่าตีนตุ๊กแก แกะเท่าไหร่ก็ยังคงกอดและซุกหน้าจนจมอกเขาอยู่อย่างนั้น
ยิ่งส่วนสูงที่แตกต่างกันกว่าปกติ ทำให้รับรู้ว่าเธอไม่แม้แต่จะสวมรองเท้าด้วยซ้ำ
“ทำไมวิ่งมาแล้วไม่สวมรองเท้าครับ” เขายืนให้เธอกอดอยู่อย่างนั้นพร้อมกับขยับให้ปลายเท้าเล็กเหยียบลงบนรองเท้าตนเองแทนการยืนบนพื้นกระเบื้อง เพราะเป็นห่วงว่าฝ่าเท้าบางจะพองจากความร้อนของแผ่นหินทางเดินที่กำลังคลายความร้อนตอนกลางคืน
“ไปไหนมา...” ตากลมโตเงยหน้าพร้อมกับเอ่ยถาม ปลายคางกดลงกลางอกเอาหน้าแนบอยู่ท่านั้นด้วยความเป็นห่วง “ไปจัดการไอ้บ้านั่นใช่ไหม?”
“ทำไมคุณหนูไม่บอกว่าโดนมันคุกคาม” เธอวิ่งตามก่อกวนเขาแทบทุกวัน แต่ไม่แม้แต่จะปริปากบ่นเรื่องสำคัญให้ฟังแม้แต่น้อย
“ตะ ตายหรือเปล่า”
“ไม่ครับ แค่ลากมาขู่นิดหน่อย ต่อไปมันคงไม่กล้าเข้าใกล้คุณหนูแล้ว”
“มันเห็นหน้าพี่กันหรือเปล่า” เธอกลัวไอ้บ้านั่นปากโป้ง หากมันเห็นหน้าเขาก็ควรเก็บให้สิ้นซาก
“ไม่ครับผมปิดหน้าไว้ แต่คงเดาได้ว่านายสั่งมา” เขาดันเธอออกจากอกในที่สุด เดินกลับมาที่รถและเปิดเอาของกินมาให้ “ขนมไข่สูตรโบราณ ไม่ต้องแช่ตู้เย็นครับ”
“ซิดนีย์จะกินคนเดียวเลย” มือสวยรับมือมากอดไว้ในอก ไม่ลืมที่จะเดินวนอีกฝ่ายสำรวจหาบาดแผล แม้มั่นใจว่าเขาในตอนนี้เก่งพอที่จะไม่ทำให้ตนเองมีแผลก็ตาม
“ผมง่วงมาก ขอตัวไปอาบน้ำนอนก่อน”
บอดีการ์ดหนุ่มทำทีจะเดินนำเข้าไปในบ้านก่อน แต่ถูกมือของลูกสาวเจ้านายดึงเสื้อเชิ้ตจากด้านหลังเอาไว้จนต้องหันมามองใหม่
“อุ้มไปส่งหน้าบ้านหน่อย ซิดนีย์เจ็บเท้า”
ดวงตาสีหม่นหลุบมองเท้าขาวที่ขยับดิ้นดุ๊กดิ๊กด้วยความร้อนของแผ่นหินทางเดิน บอดีการ์ดหนุ่มลอบถอนหายใจออกมา จากนั้นจึงย่อตัวอุ้มคนตัวเล็กในท่าอุ้มเจ้าหญิงเดินจากโรงจอดรถผ่านสวนไปยังหน้าบ้าน
มือเล็กแกะถุงขนมที่เขาซื้อมาฝาก หยิบขนมไข่ชิ้นหนาขึ้นมาจ่อริมฝีปากหยักพร้อมกับคลี่ยิ้ม
“คำเดียว จะได้ไม่นอนหิวตอนดึก”
กันภัยมองขนมในมือของคุณหนูตัวแสบอย่างชั่งใจ สุดท้ายก็อ้าปากกินขนมทั้งชิ้นในคำเดียว
“คิก~ อร่อยไหมคะ?”
“หวาน”
“ซิดนีย์หวานกว่า”
“-_-”
“ฮ่าๆๆ” เธอหัวเราะเสียงดังกับสายตาเหนื่อยหน่ายที่ส่งกลับมา
ถามว่าเข็ดกับความเย็นชาของเขาไหม คำตอบคือไม่
เพราะน้ำแข็งในหัวใจพี่กัน ซิดนีย์จะละลายมันเอง
•─✦❅✦─•