สองปีต่อมา
เจ้าของร่างงามเดินลงจากอาคารเรียนท่ามกลางสายตานักศึกษานับสิบชีวิต ซิดนีย์เป็นที่รู้จักในฐานะลูกสาวผู้บริหารโรงแรมและที่พักในเครือลูซโซ ซึ่งบรรดานักศึกษาคณะบริหารอยากไปฝากตัวฝึกงานที่นั่น แม้ว่าความเย่อหยิ่งถือดีของเธอจะถูกกล่าวขานกันปากต่อปากว่ายากจะเข้าหา แต่นั่นไม่ได้ทำให้ซิดนีย์รู้สึกเดือดร้อนแม้แต่น้อย
คนที่เธอคุยด้วยเรียกได้ว่านับนิ้วได้ จริงๆ ก็แค่สองคน นั่นคือกริชที่เป็นพี่รหัส และเอยเอยเพื่อนร่วมคณะที่มานะพยายามชวนคุยจนเธอเหนื่อยจะต่อต้าน
“ซิดนีย์~!!” เสียงใสของอีกคนเรียกเจ้าของชื่อให้หันกลับไปมอง
เอยเอยไม่ใช่ยัยจ๋องสวมแว่นหน้าตาโง่ๆ อย่างที่เห็นตอนปีหนึ่ง ซิดนีย์เองก็ค่อนข้างแปลกใจ ที่จู่ๆ วันหนึ่งเอยเอยก็มาขอคำปรึกษาเรื่องการปรับลุคกับเธอ
อาจเพราะปีสามต้องฝึกงานและเข้าสู่ช่วงที่บริษัทใหญ่ๆ ทาบทามไปร่วมงานล่วงหน้า เอยเอยจึงอยากปรับลุคให้สวยสมวัยมากขึ้น
“วันนี้ปัดแก้มสวยดีนะ” ลูกสาวมาเฟียเอ่ยปากชมอย่างเสียไม่ได้
แน่นอนว่าคนถูกชมยิ้มเขินด้วยความดีใจ ก่อนจะทำท่านึกได้และหยิบสมุดเลกเชอร์ออกจากกระเป๋าสะพายมาคืน
“ขอบคุณที่ให้ยืมนะ ไม่งั้นควิซวันนี้เราคงทำไม่ได้”
“ก็เธอขาดเรียนคาบที่แล้วนี่”
เอยเอยคนขยันขาดเรียน เมื่อนึกเรื่องนี้ขึ้นมาได้ก็แทบไม่อยากเชื่อ
“อืม เราติดธุระน่ะ แต่ต่อไปจะพยายามไม่ขาดเรียนนะ ไม่อยากรบกวนซิดนีย์บ่อย”
“ไม่เกี่ยวกับฉัน เธอแค่ยืมสมุดจดไป ฉันไม่ได้ไปนั่งสอนเธอ” คนตัวเล็กพูดตามจริง ก่อนจะหลุบตามองนาฬิกาข้อมือตนเองเล็กน้อย “ขอตัวนะ มีธุระ”
“อื้อ เราก็จะไปแล้วมีนัดเหมือนกัน” เอยเอยโบกมือให้เธอสองสามที ก่อนจะเดินหมุนตัวกลับเข้าไปในอาคารเรียนอีกครั้ง
ซิดนีย์ไม่ได้ใส่ใจว่าอีกฝ่ายจะไปไหน เธอไม่ใช่พวกสอดเรื่องของคนอื่น
“อุ๊ย! น้องซิดนีย์”
คนเก่าไป อีกคนก็สาระแนแจ๋นหน้าเข้ามา
แก๊งรุ่นพี่สาวคนดีย์คนเดิมเดินมาดักหน้าคนกำลังรีบพร้อมกอดอกตั้งท่าหาเรื่อง
บางทีซิดนีย์ก็รู้สึกว่าน่ารำคาญ สามคนนี้น่าจัดการยิ่งกว่านายโอบนั่นด้วยซ้ำ
“ยังคงคอนเซ็ปต์กระโปรงสั้นเป็นอาหารตาผู้ชายเหมือนเดิมเลยนะจ๊ะ” ริสาเปิดฉากเหน็บแนมอย่างไม่ทันตั้งตัว “ดีเนอะ มีอะไรโป๊ๆ ฟรีๆ ให้ดูตลอด”
“ริสาอย่าว่าน้อง” เอวายังคงรับบทแม่พระอยู่อย่างนั้น ทั้งที่ตนเองนั่นแหละผู้ควบคุมการผลิต “น้องซิดนีย์ระวังถูกแอบถ่ายไปขายในเว็บโป๊นะคะ...พี่เป็นห่วง”
“ห่วงเรื่องเรียนตัวเองเถอะค่ะ ได้ข่าวว่าอาจจะเรียนจบพร้อมซิดนีย์” เสียงดังมาเสียงดังกลับ คำพูดจากปากของเธอย่อมเรียกความสนใจให้คนหันมาฟังเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว “ถ้าหยุดคิดแคปชันโพสต์ชวนทำบุญแล้วแฝงด้วยการเหน็บคนอื่น ซิดนีย์ว่าน่าจะเรียนจบกันไปนานแล้ว”
แน่นอนว่าเธอรับรู้มาตลอด ว่าทั้งสามเป็นแกนนำโพสต์ข้อความแซะเธอตามหน้าโซเชียลมาตลอดสองปี ไม่นับการสร้างไอดีปลอมมาปล่อยเฟกนิวส์งี่เง่าที่ซิดนีย์ไม่ใส่ใจนั่นด้วย
จะส่งคนไปจัดการก็เกรงว่าจะรุนแรงเกินไป นึกว่าปล่อยให้เห่าให้หอนมาสองปีคงทำให้พวกนี้เบื่อไปเอง
แต่ก็ไม่...
“พี่ก็โพสต์ธรรมะลอยๆ ถ้าน้องไม่ได้เป็นแบบนั้นก็อย่าเดือดร้อนสิจ๊ะ”
“ค่ะ โพสต์ทำบุญฉ่ำ แต่ลับหลังนินทาใส่ร้ายคนอื่น อย่าให้ซิดนีย์รู้ว่าตายไปแล้วนั่งแช่กระทะทองแดงข้างๆ กันนะคะ” นักศึกษาสาวกระตุกยิ้มมุมปากหลังพูดจบ เธอเองก็รู้อะไรดีๆ เกี่ยวกับสามคนนี้มาเหมือนกันเพียงแต่ไม่เคยเอาไปพูด “ถ้าความลับของพี่สามคนหลุดออกไป คงกลายเป็นแก๊งสาวฮอตแบบฮอตเวอร์...”
ริมฝีปากอวบอิ่มพูดขู่ออกไป แต่ตั้งใจว่าจะเก็บเรื่องที่รู้มาเป็นไพ่ตายสุดท้าย
การใช้อำนาจของครอบครัวจัดการเป็นเรื่องง่าย แต่ซิดนีย์โตพอที่จะไม่ใจร้อนทำอะไรให้เสียหายถึงบิดา
รุ่นพี่สามคนส่งยิ้มกลับราวกับไม่ได้เป็นอย่างที่เธอรู้ แต่ซิดนีย์มั่นใจว่าแหล่งข่าวที่ได้ไม่ผิดเพี้ยน
จิตวิทยาโง่ๆ ที่พยายามแสดงออกว่าตนเองเป็นผู้บริสุทธิ์มันหลอกตาเธอไม่ได้
ร่างระหงเดินสับส้นสูงมายืนรอบริเวณลานม้าหินอ่อนหน้าคณะ เธอโทรไหว้วานกันภัยให้เอารถไปเช็กสภาพเมื่อหลายวันก่อนและตอนนี้กำลังรอเขาเอารถกลับมาส่ง
ออสโลกับกันภัยออกไปอยู่ข้างนอกได้สองปีแล้ว นับตั้งแต่เรียนจบเลยก็ว่าได้
ซิดนีย์ไม่มีแม้แต่โอกาสจะรั้งเขาให้อยู่ด้วยกัน เพราะทั้งสองอาศัยช่วงเวลาที่เธอบินไปอยู่กับไข่หวานที่ญี่ปุ่นช่วงปิดเทอมย้ายออกจากคฤหาสน์เงียบๆ
รู้ตัวอีกทีก็ผ่านไปสองอาทิตย์ ซิดนีย์จำได้ไม่ลืมว่ากลับมาจากญี่ปุ่นแล้วอาละวาดบ้านแตกขนาดไหน
มีแค่เรื่องเดียวที่เธอใจเย็นไม่ได้
เรื่องของเขา....
แอชตันมาร์ติน DB11 สีช็อกกี้พิงก์ถูกขับมาจอดตรงหน้า ซิดนีย์รีบสาวเท้าเดินไปเปิดประตูที่นั่งข้างคนขับด้วยความคิดถึงก่อนจะชะงักและค่อยๆ เปลี่ยนใบหน้ายิ้มแย้มเป็นบึ้งตึงเมื่อเห็นว่าคนที่นั่งประจำตำแหน่งคนขับ ไม่ใช่คนที่กำลังรอ
“นที...พี่กันไปไหน” ซิดนีย์เรียกชื่อบอดีการ์ดอีกคน ซึ่งอายุน้อยกว่ากันภัยด้วยน้ำเสียงเจือหงุดหงิด
“เฮียกันบินไปสิงคโปร์เมื่อเช้าครับ เลยฝากผมเอารถมาคืนคุณหนูแทน” นทีตอบด้วยน้ำเสียงร่าเริงอย่างคนไม่รู้อีโหน่อีเหน่
เพียงเท่านั้นซิดนีย์ก็ผลักปิดประตูที่นั่งข้างคนขับเสียงดัง 'ปึง!' จากนั้นก็เปิดประตูด้านหลังเข้าไปนั่งไขว่ห้างกอดอก
“กลับบ้าน” คำสั่งห้วนกระชับแต่รู้เรื่องเอ่ยออกไปก่อนเธอจะผินหน้าออกไปมองนอกหน้าต่างด้วยความไม่สบอารมณ์
“อ้าว! แต่เฮียกันบอกว่าคุณหนูจะให้พาไปชอปปิงที่ห้าง...”
“กลับ...”
อย่าให้พูดซ้ำเป็นครั้งที่สอง ดวงตาสีรัตติกาลแบบเดียวกับนายใหญ่และออสโลแสดงออกมาเช่นนั้น
“คะ ครับผม”
บอดีการ์ดหนุ่มอายุน้อยเกาศีรษะด้วยความงุนงง ไม่รู้ว่าคุณหนูไปรับประทานรังแตนที่ไหนมาจึงหงุดหงิดเกรี้ยวกราดใส่ตนแบบนี้
นทีทำอะไรผิด!
✦✦✦
ทันทีที่เปิดประตูเข้ามาภายในห้องนอนส่วนตัว คนตัวเล็กก็รีบหยิบโทรศัพท์มาโทรออกหาคนที่กล้าส่งลูกน้องมาดูแลเธอแทนตนเอง
กันภัยเหิมเกริมใส่เธอเกินไปแล้ว
คิดว่าซิดนีย์รัก ซิดนีย์หลงแล้วจะทำอะไรก็ได้งั้นเหรอ
เธอนั่งฟังเสียงตื๊ดอยู่เกือบสามนาที ในที่สุดอีกฝ่ายก็กดรับสาย
“ทำไมไม่มารับซิดนีย์!” นานทีปีหนจะได้เจอกัน ทำไมยังทิ้งเธอและบินไปสิงคโปร์ได้หน้าตาเฉย
(ผมมาดูกาสิโนให้นาย)
ปลายสายตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เหตุผลเขาฟังขึ้นหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ตอนนี้เธอไม่สนใจความสมเหตุสมผลบ้าบออะไรทั้งนั้น
“กลับมาคืนนี้เลย แล้วพรุ่งนี้ไปดูหนังกัน”
(ไม่ได้ครับ ที่นี่วุ่นวายมาก...เพิ่งมีคนยิงกันตายคากาสิโน ตำรวจที่นี่เพ่งเล็งเราอยู่)
“ไม่คิดถึงซิดนีย์เหรอ?” เมื่อเสียงแข็งใส่แล้วไม่ได้ดั่งใจ ลูกสาวมาเฟียจึงต้องเปลี่ยนมาคุยออดอ้อนเขาแทน
(ไม่ครับ)
โคตรหงุดหงิด! อย่างน้อยคิดถึงเป็นการปลอบใจกันหน่อยก็ไม่ได้
“ซิดนีย์อยากเจอ”
(คุณออสโลหน้าที่เยอะมาก ผมต้องช่วยนายทำงาน)
เขายกพี่ชายที่เป็นทายาทของบิดามาอ้าง นั่นทำให้คนตัวเล็กรู้สึกวูบโหวงในใจแปลกๆ
เธอเป็นคนแรกที่ยอมรับเขาและอยากให้เขามาอยู่ด้วยกัน แต่กันภัยกลับตัดสินใจเป็นลูกน้องคอยรับใช้ออสโล
เธอเองก็เป็นมนุษย์คนหนึ่ง เมื่อตกหลุมรักใครหมดหัวใจ ย่อมปรารถนาให้เขามอบความรักตอบ
“ซิดนีย์ไม่สำคัญเลยใช่ไหม?” คำถามงี่เง่าที่ทั้งชีวิตไม่คิดจะถามใครเอ่ยออกมาจากริมฝีปากอวบอิ่ม เธอเป็นคนไม่ร้องไห้ แต่ตอนนี้กลับอยากร้องไห้ขึ้นมาให้เขาได้ยิน
ยิ่งปลายสายถอนหายใจราวกับอึดอัดในสิ่งที่เธอถาม ซิดนีย์ก็ไม่คิดจะคุยต่อให้ทะเลาะกัน
เธอรักเขามาก หากมองในแง่ดี บางทีการปล่อยให้เขาทำงานอาจทำให้ปะป๊าเห็นความสามารถของเขา
ซิดนีย์เชื่อว่ากันภัยไปได้ไกลกว่าการเป็นลูกน้องพี่ชายตนเอง
“ไปทำงานเถอะ ซิดนีย์งี่เง่าเอง หงุดหงิดเรื่องที่มหาลัยมา”
ติ๊ด!
คนตัวเล็กเป็นฝ่ายตัดสายเอง จากนั้นจึงเดินเข้าไปอาบน้ำเพื่อให้ตนเองเลิกฟุ้งซ่านกับความห่างเหินที่นับวันยิ่งมีมาก เธอใช้เวลาหมดไปกับการวิดีโอคอลคุยสอบถามสารทุกข์สุกดิบกับมิรินซึ่งอยู่ในช่วงปิดเทอมฤดูหนาวที่ฝรั่งเศส
ยัยนั่นก็น่าหงุดหงิด ไปเรียนที่นั่นและไม่ยอมกลับมา แม้จะมีเวลาว่างหลายเดือนก็ตาม
✦✦✦
กระทั่งถึงเวลารับประทานมื้อเย็น การพูดคุยกับปะป๊าและหม่ามี้ทำให้คนเหงาอย่างซิดนีย์รู้สึกดีขึ้น
ซิดนีย์ไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นโลนวูฟ (Lonewolf) แบบป๊ากับพี่ชาย แต่คนรอบตัวกลับค่อยๆ หายไปจากชีวิตเธอทีละคน
“คุณซิดนีย์จะรับสตรอว์เบอร์รีช็อตเค้กเลยไหมคะ? พี่นุชจะไปเอามาให้”
“วันนี้มีเค้กด้วยเหรอคะ?” คนได้ยินชื่อของโปรดหูผึ่ง หันมองหน้าบิดา ซึ่งคิดว่าท่านเป็นคนซื้อเข้ามาแต่เซนก็ส่ายหน้า
“นทีเอามาส่งค่ะ เห็นบอกว่าคุณออสโลสั่งมาให้คุณหนู งั้นพี่นุชไปเอามานะคะ”
แม้บ้านประจำคฤหาสน์ยิ้มหลังจากอธิบายเสร็จสรรพ ไม่นานนักเค้กร้านโปรดของลูกสาวคนเล็กของบ้านจึงถูกนำมาเสิร์ฟบนโต๊ะ
เธอมองแวบเดียวก็ยิ้มแก้มแทบปริ ร้านนี้เป็นร้านที่เธอไปกับกันภัยเพียงสองคนเท่านั้น
จริงอยู่ที่พี่ชายรู้ว่าเธอชอบเค้กอะไร แต่ออสโลไม่มีทางรู้ว่าเป็นร้านนี้แน่ๆ เพราะมันคือร้านลับที่มีเพียงกันภัยเท่านั้นที่ซิดนีย์อนุญาตให้รู้จัก และทุกๆ ครั้งที่ไปเธอมักจะสั่งของพิเศษที่เอาไว้กินกับเค้กชิ้นโปรด
“น้องซิดนีย์ราดอะไรคะ?” พริมโรสผู้เป็นมารดามองลูกสาวราดซอสสีน้ำตาลลงบนเค้กด้วยความสนใจ
ซอสสูตรเด็ดทางร้านที่สามารถสั่งแยกได้
“ซอสคาราเมลค่ะ สตรอว์เบอร์รีช็อตเค้กกับคาราเมลซอสของโปรดซิดนีย์เอง”
“พี่โลเก่งนะเนี่ย หม่ามี้ยังไม่รู้เลยว่าน้องซิดนีย์กินแบบนี้” พริมโรสที่เข้าใจว่าเป็นออสโลจริงๆ เอ่ยขึ้นด้วยความปลื้มใจ
คนตัวเล็กพยักหน้ารับ ระบายยิ้มสดใสออกมาจางๆ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปลงไอจีสตอรี่ก่อนจะตักเค้กคำใหญ่เข้าปากอย่างอารมณ์ดี
•─✦❅✦─•