Possession 1 | อุบัติเหตุ

1800 คำ
สิบปีที่แล้ว ภาพของมาเฟียใหญ่อย่างเซน ริวาโน ปาลาดินีจูงมือลูกสาวคนเล็กเดินลงจากศาลาการเปรียญภายในวัดพร้อมด้วยภรรยาและลูกชายคนโตดูจะเป็นภาพที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก เนื่องจากวันนี้เป็นวันครบรอบอายุสิบเอ็ดขวบของเด็กหญิงพัทธ์ชนิตว์หรือน้องซิดนีย์ สาวน้อยแก้มป่องขวัญใจคุณพ่อและบรรดาเหล่าลูกน้องมาเฟีย การมาทำบุญเสริมสิริมงคลที่วัดแห่งนี้พร้อมลูกสาวตามความเชื่อทางศาสนาของภรรยา ต่อด้วยการรับประทานมื้อค่ำที่ภัตตาคารริมแม่น้ำจึงเป็นเรื่องที่ครอบครัวทำเป็นประจำทุกปี นับตั้งแต่ลูกคนแรกลืมตาดูโลกขึ้นมา “ปะป๊า ซิดนีย์อยากดื่มน้ำ” คนตัวเล็กกระตุกชายเสื้อเชิ้ตของบิดาพร้อมกับส่งสายตาออดอ้อนไม่หยุด “ซิดนีย์รอจนถึงร้านอาหารไหวไหม?” คำถามจากคนเป็นพ่อเอ่ยถามลูกสาวออกมา พร้อมกับรอยยิ้มอบอุ่น รอยยิ้มที่ไม่เคยมีให้ใคร นอกจากคนในครอบครัวเท่านั้นที่มีโอกาสได้รับความปรารถนาดีนั้น สาวน้อยจอมเอาแต่ใจประจำบ้านส่ายใบหน้าภายใต้หมวกสานปีกกว้างสีน้ำตาลแทนคำตอบ ลิ้นสีชมพูเลียริมฝีปากเล็กของตนเป็นการยืนยันกับบิดาว่ากระหายน้ำและอดทนไม่ได้ ลูกสาวได้รับนิสัยไม่รู้จักการอดทนรอมาจากผู้เป็นพ่อเต็มๆ คนนิสัยเดียวกันอย่างเขาจึงเข้าใจความรู้สึกนั้นดี มาเฟียใหญ่จับมือลูกสาวมาหยุดใต้เงาร่มต้นไม้ใหญ่หลบแสงแดดในเวลาบ่ายคล้อย หันไปมองภรรยาซึ่งเดินจูงมือลูกชายมาหยุดข้างกันด้วยแววตารักใคร่ไม่ต่างจากตอนพูดคุยกับลูกคนเล็ก “ออสโลไปกับป๊าครับ” คุณพ่อสุดหล่อคว้ามือลูกชายวัยสิบสี่ปี ซึ่งมีหน้าตาพิมพ์เดียวกับตนเองแยกตัวออกไปยังร้านค้าที่ห่างออกไป ปล่อยให้คุณแม่คนสวยกับลูกสาวตัวน้อยยืนรอใต้ร่มไม้ด้วยกันสองต่อสอง “หม่ามี้ ซิดนีย์อยากให้อาหารคุณปลา” คนเป็นแม่ยิ้มกับลูกสาวฉลาดและความจำดี ครึ่งปีก่อนเธอพาลูกให้อาหารปลาที่นี่ในวันเกิดของลูกชายคนโต ภาพของปลาจำนวนมากที่ขึ้นมาฮุบเหยื่อเหนือผิวน้ำคงเป็นภาพจำของคนตัวเล็กจนถึงวันนี้ “ได้ค่ะ เราไปซื้ออาหารปลาด้วยกัน” “ไม่เอา ซิดนีย์ร้อน ซิดนีย์จะรอตรงนี้” คำพูดเอาแต่ใจออกจากปากเล็กฉะฉาน “หม่ามี้ขา~” เพราะรู้ตัวว่าเอาแต่ใจกับคุณแม่ไม่ได้ผลเท่าคุณพ่อ ยัยตัวแสบจึงเริ่มออดอ้อนเสียงอ่อนเสียงหวาน พร้อมกับขยับตัวเข้ามากอดขาสวยของพริมโรสแน่น “ได้ค่ะ แต่ลูกสัญญากับหม่ามี้นะ ว่าจะไม่เดินไปไหน” การปล่อยเด็กแสบให้อยู่ลำพังเป็นเรื่องไม่เหมาะสม แต่พริมโรสมั่นใจว่าในเขตวัดคือพื้นที่ปลอดภัย อีกทั้งยังมีลูกน้องของสามีคอยจับตาดูเป็นระยะจึงไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวลนัก แต่เมื่อคล้อยหลังมารดา ลูกสาวจอมดื้อรั้นกลับไม่ทำตามที่พูดที่ให้ไว้ ซิดนีย์เดินตรงดิ่งไปเบื้องหน้า โดยมีจุดหมายคือศาลาริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ครอบครัวเลยพามาโปรยอาหารปลาเมื่อคราวก่อน เพียงแต่การเดินต้านกระแสลมริมแม่น้ำทำให้ร่างเล็กบอบบางไม่อาจทนทานต่อทิศทางลมได้ไหว ทันทีที่เดินมาถึงจุดที่เป็นพื้นที่โล่งลมก็พัดแรงจนตัวเล็กๆ ของเธอซวนเซ หมวกปีกสานซึ่งเป็นของขวัญวันเกิดจากพี่ชายพัดหลุดออกจากศีรษะตกลงบนผืนน้ำ ลอยไปติดแหง็กกับกอผักตบชวา คนกลัวความผิดรีบกุลีกุจอย่อตัวนั่งยองกับพื้น แขนสั้นป้อมพยายามเอื้อมมือออกไปสุดฤทธิ์เพื่อคว้าหมวกใบนั้นกลับคืนมา แต่ลมลูกใหญ่ก็พัดมากระทบร่างอีกวูบจนเซล้มตกลงไปในน้ำเสียงดัง ตู้มมม!!!! ความเย็นของกระแสน้ำปกคลุมไปถึงขั้วหัวใจสาวน้อยวัยสิบเอ็ดขวบ เธอว่ายน้ำเป็นแต่ใต้น้ำมีซากบ้าอะไรไม่รู้มากมายคอยพันแข้งพันขาเธอเอาไว้ อีกทั้งสติสัมปชัญญะของเด็กวัยเท่านี้ไม่ได้มีมากพอให้ช่วยเหลือตนเองขึ้นมาจากน้ำได้ ลูกสาวคนเล็กของมาเฟียใหญ่ตะโกนเรียกหาที่พึ่งแรกในชีวิตสุดเสียงทันที “กรี๊ดดดด!!! ปะป๊า!! ปะป๊าขา!!” เสียงแหลมเล็กตะโกนเรียกหาบิดาตนเองจนกลืนน้ำไปหลายอึก ตู้มมม!!! เห็นเพียงรางๆ ว่ามีใครบางคนกระโจนลงมาในน้ำ ก่อนที่จะถูกล็อกคอพยุงตัวเอาไว้ไม่ให้จม แต่ถึงอย่างนั้นเรี่ยวแรงของอีกฝ่ายก็ไม่ได้มีมากพอที่จะพาซิดนีย์กลับขึ้นฝั่ง เพราะคนที่กระโดดลงมาช่วยเป็นเด็กผู้ชายอายุไล่เลี่ยกับพี่ชาย ดีที่สุดเท่าที่ทำได้ในตอนนี้คือการใช้มือจับลูกสาวมาเฟียเอาไว้ ส่วนอีกมือก็เกาะเสาสะพานไม้เอาไว้แน่นไม่ให้กระแสน้ำเชี่ยวพัดออกจากท่าน้ำไปทั้งคู่ “ช่วยด้วยครับ!!! ช่วยด้วยครับ!! มีเด็กตกน้ำ” หากเป็นเวลาปกติ ปากเล็กคงตะโกนเถียงออกไปว่า ‘เธอก็เด็กเหมือนเรานั่นแหละ’ แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะมาถือตัวเจ้ายศเจ้าอย่างแบบนั้น เด็กสองคนจึงพากันตะโกนร้องขอความช่วยเหลืออยู่ตรงนั้นจนเรียกความสนใจจากคนที่เข้ามาทำบุญที่วัดให้วิ่งเข้ามาดู “ซิดนีย์!!!” เสียงกัมปนาทของบิดาสร้างความตกใจให้เจ้าของชื่อจนเผลอหยุดกรีดร้องไปชั่วขณะ เพียงได้ยินเสียงฝีเท้ากับมองเห็นเงาสูงใหญ่ของคนคุ้นเคยเข้ามาอุ้มจนลอยขึ้นจากน้ำ ก็ทำให้คนตัวเล็กร้องไห้ออกมาสะอึกสะอื้น “ปะป๊า ฮึก...งะ แง้!!!!” ลูกสาวโผเข้าซบอกอุ่นแนบแน่น หลังจากที่บิดาดึงเด็กอีกคนขึ้นมาจากน้ำเช่นเดียวกัน “ซิดนีย์!! เกิดอะไรขึ้นคะ!!!” เสียงมารดาดังขึ้นมาอีกคน ยิ่งทำให้เด็กน้อยร้องไห้ออกมาเสียงดังยิ่งกว่าเดิม “โรส ไปไหนมาทำไมทิ้งลูก!!” เสียงเข้มของบิดาที่กำลังออกปากดุมารดา ทำให้เด็กน้อยต้องรีบละล่ำละลักพูดความจริงออกมา “ซะ ซิดนีย์ผิดเอง ฮึกฮือ...ซะ ซิดนีย์โกหกหม่ามี้ว่าจะไม่เดินไปที่อื่น ฮือ...” เสียงร้องของลูกสาวอย่างเธอมีผลกับผู้เป็นพ่อเสมอ เพียงแค่เห็นว่าลูกสะอื้นจนตัวโยนก็เลิกคิดจะถามต่อ “แล้วเด็กคนนี้...” คำถามของพริมโรสทำให้ทุกสายตาหันมามองเด็กชายที่นั่งตัวเปียกไม่แพ้กันอยู่ไม่ไกล ทว่ากลับไร้ซึ่งแววตาตื่นตกใจหรือแสดงท่าทีหวาดกลัวต่อเหตุการณ์เฉียดตายเมื่อสักครู่ออกมาแม้แต่น้อย “คะ คนนี้เขามาช่วยซิดนีย์ ฮึก...ซะ ซิดนีย์กลัว” เพราะกลัวว่าคุณพ่อจะทำร้ายอีกฝ่าย จึงรีบพูดออกมาจนปากคอสั่น “เป็นอะไรมากหรือเปล่าจ๊ะ” พริมโรสเดินไปนั่งข้างเด็กที่คาดว่าอายุรุ่นราวคราวเดียวกับลูกชายคนโต พลางเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง “โรสว่าเราพาทั้งสองคนไปตรวจที่โรงพยาบาลดีไหมคะ เผื่อน้ำเข้าปอดเยอะ” “ไม่ต้องห่วงไอ้กันมันหรอกโยม” เสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นมาจากทางด้านฝูงชนไทยมุง เป็นหลวงตาเจ้าอาวาสของวัดที่เดินเข้ามาดูเหตุการณ์โดยปราศจากสีหน้าตื่นตกใจ ก่อนจะแนะนำเด็กผู้ชายที่นั่งหน้านิ่งทั้งที่เพิ่งผ่านความตายมาคล้ายจะเป็นเรื่องปกติ “ไอ้เจ้ากันมันว่ายน้ำเก่ง เมื่อก่อนบ้านมันอยู่ริมน้ำฝั่งโน้น ข้ามมาขอข้าวสารที่วัดกลับบ้านทุกวัน” “อ้อ แบบนี้นี้เอง งั้นพาอาไปที่บ้านได้ไหมคะ อาอยากขอบคุณพ่อแม่ของน้องกัน” พริมโรสเรียกชื่อเด็กที่หลวงตาแนะนำตัวให้ด้วยน้ำเสียงอบอุ่น ก่อนจะชะงักเมื่อหลวงพ่อเอ่ยขัดขึ้นมาอีกรอบ “พ่อแม่มันตายหมดแล้ว เดือนก่อนไฟไหม้ชุมชนแถวนั้น ตอนนี้มันมาอยู่กับหลวงตานี่แหละรอมูลนิธิมารับไปดูแลต่อ” ท่านพูดราวกับเป็นเรื่องปกติที่พบเห็นได้บ่อยในเด็กย่านนี้ “โยมพาลูกกลับไปเช็ดเนื้อเช็ดตัวเถอะ เจ้านี่มันแข็งแรง โชคดีที่มันชอบมานั่งเหม่อมองซากบ้านตรงศาลาทุกวันเลยช่วยนังหนูไว้ทัน ไป...เจ้ากัน เอ็งก็ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า” ประโยคสุดท้ายท่านเจ้าอาวาสวัดเอ่ยกับเด็กในปกครองตนเองชั่วคราว ก่อนที่ต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกันไปตามวิถีชีวิตตนเอง ยกเว้นก็แต่คุณแม่ลูกสองที่ยังติดใจกับคำพูดที่ได้ยินจากหลวงพ่อ ✦✦✦ “พี่เซนคะ โรสอยากรับเลี้ยงเด็กคนนั้น” “ไม่ได้” ปฏิเสธจากสามี “เด็กคนนั้นน่าสงสาร” “บ้านเราไม่ใช่มูลนิธิ อย่าเอาลูกคนอื่นมาเลี้ยง อย่าแชร์ความรักที่ควรจะมีให้แค่ออสโลกับซิดนีย์ไปให้คนอื่น” “โรสแค่อยากให้เด็กคนนั้นได้รับความอบอุ่น ได้รับการศึกษาที่ดี ไม่ได้คิดอยากจะเอามาเป็นลูกบุญธรรมอะไรแบบนั้นเลย...” คนตัวเล็กเอ่ยปากพูดกับสามีด้วยน้ำเสียงเว้าวอน “ได้ไหมคะ...แค่เลี้ยงเขาในบ้านของเรา” หัวหน้าครอบครัวได้ฟังก็ลอบถอนหายใจพรืดใหญ่ เขาไม่ชอบให้คนอื่นมาอยู่ในอาณาเขตตนเอง แต่กลับไม่กล้าที่จะขัดใจภรรยา ดวงตาสีรัตติกาลเหลือบมองไปเห็นลูกชายวัยเดียวกับเด็กคนนั้นซึ่งกำลังเล่นกับแมวสองตัวอยู่ในสวน ก่อนจะกระตุกยิ้มมุมปากออกมา “งั้นโรสก็ไปถามลูกเราสองคน ว่าทั้งออสโลและซิดนีย์ยินยอมให้หม่ามี้แชร์ความรักความเอาใจใส่ รวมถึงสิ่งของที่ตนเองควรจะได้ให้คนอื่นหรือเปล่า” ร่างสูงโปร่งพรายยิ้มร้ายก่อนจะจูบลงบนริมฝีปากอวบอิ่มและผละออก “ถ้าลูกทั้งสองคนตกลง...พี่ก็ไม่ขัดข้อง” ใบหน้าสวยจิ้มลิ้มแสดงท่าทีฮึดฮัดออกมาหลังจากฟังจบ ทำไมจะไม่เข้าใจว่าสามีคิดจะใช้ลูกเบรกเธอแทนตนเอง ไม่ว่าจะกี่ปีสามีของเธอก็ยังคงไว้ซึ่งนิสัยเจ้าเล่ห์ไม่แปรเปลี่ยน สองสามีภรรยานั่งคุยกันในห้องนั่งเล่นโดยไม่รู้ตัวเลยว่า ลูกสาวตัวน้อยที่เพิ่งหายป่วยกำลังแอบฟัง และเข้าใจทุกประโยคที่พ่อแม่สนทนากันเป็นอย่างดี •─✦❅✦─•
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม