ประเทศสิงคโปร์...
งานเลี้ยงฉลองความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างตระกูลมาเฟียและนักธุรกิจชั้นนำถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ทว่าสำหรับ ‘หลงไคเหริน’ แล้ว... มันก็แค่ละครฉากใหญ่ที่น่าเบื่อหน่าย
ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีดำสนิทแบรนด์หรูยืนหลบมุมอยู่ในโซนวีไอพี แสงไฟสลัวที่ตกกระทบใบหน้าหล่อเหลาคมคายยิ่งขับเน้นให้ดวงตาเรียวรีดุจพญาเหยี่ยวดูน่าเกรงขามและอันตรายจนไม่มีใครกล้าเฉียดกายเข้าไปใกล้
“น่าเบื่อ...”
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยลอดไรฟัน มือหนายกแก้ววิสกี้ชั้นดีขึ้นจรดริมฝีปากหยักลึก นัยน์ตาคมกริบกวาดมองไปรอบงานด้วยความว่างเปล่าผสมหงุดหงิด
สี่ปีแล้ว... สี่ปีที่พลิกแผ่นดินหาผู้หญิงคนนั้น
“ใจเย็นหน่อยสิเพื่อน หน้ามึงบอกบุญไม่รับขนาดนี้ สาว ๆ ที่ไหนจะกล้าเข้าหา”
‘ออสติน’ เจ้าของผับหรูเพื่อนสนิทเดินล้วงกระเป๋าเข้ามาตบไหล่เบา ๆ พร้อมรอยยิ้มกวนประสาท
“กูไม่ได้มาหาเมีย กูมาทำงาน” เควินตอบกลับเสียงเรียบ ปัดมือเพื่อนออกอย่างไม่ไยดี
“เออน่า... แต่วันนี้ได้ข่าวว่าคุณยามาดะจะเปิดตัวทายาทคนใหม่ เห็นว่าเป็นลูกสาวบุญธรรมที่สวยหยาดเยิ้มเลยนี่หว่า”
“ไร้สาระ”
เควินแค่นหัวเราะ เขาไม่สนใจเรื่องพรรค์นั้นสิ่งเดียวที่สนใจคือเมื่อไหร่จะเจอตัว ‘ฮานะ’
ครืด... ครืด...
แรงสั่นสะเทือนจากสมาร์ทโฟนเครื่องหรูเรียกสติเควินกลับมา มือหนาล้วงหยิบมันขึ้นมากดรับสายอย่างไม่สบอารมณ์เมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ
‘อาหยาง’
“ว่าไง” น้ำเสียงทรงอำนาจเอ่ยถามสั้นห้วน
(ขอโทษครับนาย... ยังไม่เจอเบาะแสของคุณฮานะครับ...)
“ไม่ได้เรื่อง!”
เควินคำรามลอดไรฟัน กรามแกร่งขบเข้าหากันจนขึ้นเป็นสันนูน อารมณ์ที่ขุ่นมัวอยู่แล้วยิ่งปะทุเดือดดาลขึ้นไปอีก “แค่ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนเดียวพวกมึงยังหาไม่เจอ เลี้ยงเสียข้าวสุกฉิบหาย!”
(ตะ...แต่ว่านายครับ ผมคิดว่า...)
“กูไม่ฟังคำแก้ตัว! ถ้าภายในคืนนี้ยังไม่เจอตัว...”
ประโยคคาดโทษชะงักค้างอยู่เพียงแค่นั้น เมื่อสายตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวที่กวาดมองไปทั่วงานอย่างหงุดหงิด สะดุดเข้ากับร่างระหงในชุดราตรีสีขาวที่กำลังเดินเฉิดฉายเข้ามาในงานพร้อมกับชายหนุ่มสองคน
วินาทีนั้น... โลกทั้งใบของหลงไคเหรินหยุดหมุน
ใบหน้าหวานซึ้งที่ตราตรึงอยู่ในความทรงจำมาตลอดสี่ปี... ดวงตากลมโตคู่สวยที่เคยเปื้อนน้ำตา... ริมฝีปากอิ่มที่เขาเคยครอบครอง...
‘ฮานะ...’
แต่สิ่งที่ทำให้เลือดในกายร้อนระอุจนแทบคลั่ง ไม่ใช่แค่การได้เห็นเธอ แต่คือการที่เธอเดินเคียงคู่มากับไอ้ศัตรูคู่อาฆาตอย่าง ‘ริวอิจิ มิยาโมโตะ’
มือหนาที่ถือสมาร์ทโฟนบีบแน่นจนแทบแหลกคามือ สายตาที่เคยว่างเปล่าแปรเปลี่ยนเป็นวาววับดุจสัตว์ร้ายที่เจอเหยื่อ
“กูเจอตัวแล้ว”
ติ๊ด!
เขากดตัดสายทิ้งทันทีโดยไม่สนใจปลายสาย ร่างสูงยืนนิ่งงันราวกับรูปปั้นหินสลัก ปล่อยให้ออสตินยืนงงกับการเปลี่ยนอารมณ์กะทันหันของเพื่อน
ทางด้านฮานะที่เพิ่งก้าวเข้ามาในงานพร้อมกับคุณยามาดะและริวอิจิ รู้สึกเย็นวาบที่แผ่นหลังเหมือนถูกจ้องมองด้วยสายตาอาฆาตมาดร้าย แต่เมื่อกวาดตามองไปรอบ ๆ กลับไม่พบสิ่งผิดปกติ จึงได้แต่เดินตามผู้เป็นพ่อบุญธรรมตรงมายังโต๊ะวีไอพี...
โต๊ะตัวเดียวกับที่เควินนั่งอยู่
“สวัสดีครับคุณอีริค ไม่เจอกันนานเลยนะ” คุณยามาดะเอ่ยทักทายหลงเทียนอี้ (พ่อของเควินจากเรื่อง เด็กเลี้ยงในครอบครองมาเฟีย) อย่างเป็นกันเองตามประสาคู่ค้าทางธุรกิจ ก่อนจะหันมายิ้มให้เควินที่นั่งหน้าตึงเครียดอยู่ข้าง ๆ “สบายดีนะครับคุณเควิน”
เควินเพียงแค่พยักหน้ารับ พยายามข่มอารมณ์ดิบเถื่อนที่อยากจะพุ่งเข้าไปกระชากร่างเล็กที่ยืนก้มหน้าหลบสายตาเขาอยู่ให้รู้แล้วรู้รอด
“วันนี้ผมพาคนสำคัญมาแนะนำด้วย” คุณยามาดะผายมือไปทางฮานะที่ยืนตัวเกร็ง “นี่ ‘ฮานะ’ ลูกสาวบุญธรรมของผมเอง เพิ่งกลับมาจากญี่ปุ่น... ฮานะ ไหว้คุณลุงสิลูก”
ฮานะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามบังคับมือไม่ให้สั่น ยกมือไหว้เทียนอี้และ... เควิน “สะ...สวัสดีค่ะ”
ทันทีที่เธอเงยหน้าขึ้นสบตา นัยน์ตาคมดุคู่เดิมที่พยายามหนีมาตลอดก็พุ่งเข้าชนอย่างจัง
“ฮานะ... ชื่อเพราะดีนี่ครับ” เควินเอ่ยเสียงเรียบแต่สายตากลับโลมเลียไปทั่วร่างบางอย่างจาบจ้วง ราวกับจะบอกให้รู้ว่าเขาจำได้ทุกตารางนิ้วภายใต้ร่มผ้าหรูหรานั้น ก่อนเธอจะนั่งลงข้างๆ คุณพ่อบุญธรรม
ปึก!
เสียงแก้ววางกระแทกโต๊ะดังขึ้นขัดจังหวะ ริวอิจิที่นั่งลงข้าง ๆ ฮานะจ้องเควินด้วยสายตาแข็งกร้าวไม่แพ้กัน บรรยากาศบนโต๊ะเริ่มมาคุจนคนรอบข้างสัมผัสได้
“มองคนของผมขนาดนี้... ไม่เสียมารยาทไปหน่อยเหรอครับคุณเควิน” ริวอิจิเอ่ยเสียงเย็นยกแขนขึ้นพาดพนักเก้าอี้ฮานะแสดงความเป็นเจ้าของ
“ผมก็แค่มอง... คนคุ้นเคย” เควินแสยะยิ้มร้ายกาจ ตอบกลับด้วยประโยคกำกวมที่ทำให้ฮานะหน้าซีดเผือด
“งั้นเหรอครับ...” ริวอิจิกระตุกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาฉายแววเจ้าเล่ห์เมื่อเห็นอาการหมาหวงก้างของอีกฝ่าย “ถ้าอย่างนั้น ผมขอถือโอกาสนี้แนะนำอย่างเป็นทางการ...”
ชายหนุ่มชาวญี่ปุ่นลุกขึ้นยืนดึงดูดความสนใจของคนทั้งงาน มือหนาเอื้อมไปกุมมือเล็กฮานะที่วางอยู่บนตักขึ้นมากุมไว้แน่น ต่อหน้าต่อตาเควิน
“นอกจากฮานะจะเป็นลูกสาวของคุณยามาดะแล้ว... เธอยังเป็น ‘ว่าที่คู่หมั้น’ ของผมด้วยครับ”
เปรี้ยง!
เหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจคนฟังฮานะเบิกตากว้าง หันขวับไปมองริวอิจิด้วยความงุนงง เธอไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน “พี่ริว...”
“ยินดีด้วยนะครับ!” เสียงปรบมือแสดงความยินดีดังเกรียวกราว แต่สำหรับเควินแล้ว... มันคือเสียงแห่งความเย้ยหยันที่บาดหูที่สุด
มือหนาใต้โต๊ะกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เล็บจิกเข้าเนื้อจนห่อเลือด สายตาคมกริบจ้องมองมือที่กุมกันอยู่นั้นด้วยความอาฆาตแค้น ราวกับอยากจะพุ่งเข้าไปหักมือนั่นทิ้งเสียเดี๋ยวนี้!
‘คู่หมั้น? ฝันไปเถอะมึง!’
บรรยากาศกดดันจนแทบหายใจไม่ออก ฮานะรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังนั่งอยู่บนกองไฟทนรับสายตาเชือดเฉือนของเควินไม่ไหว
“เอ่อ... ฮานะขอตัวไปเข้าห้องน้ำสักครู่นะคะ”
หญิงสาวรีบผุดลุกขึ้นแล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกไปจากตรงนั้นทันที โดยไม่รู้ตัวเลยว่า... การปลีกตัวออกไปเพียงลำพัง คือการเปิดโอกาสให้ราชสีห์ที่กำลังหิวกระหายได้ตะครุบเหยื่อ
เควินแสยะยิ้มมุมปากดวงตาฉายแววอันตราย ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง “ผมขอตัวสักครู่ครับ”
เธอหนีฉันไม่พ้นหรอกฮานะ... คืนนี้ฉันจะทบทวนความจำให้เธอเอง ว่าใครกันแน่ที่เป็น ‘ผัว’ เธอ!
ริวอิจิขมวดคิ้วมุ่นทันทีเมื่อเห็นท่าทีของเควิน ร่างสูงโปร่งทำท่าจะลุกขึ้นตามฮานะไป
“เดี๋ยวผมมานะครับ”
ทว่ายังไม่ทันที่จะได้ก้าวเท้าเสียงทักทายจากชายวัยกลางคนรูปร่างท้วมที่เดินถือแก้วไวน์เข้ามาพร้อมรอยยิ้มการค้าก็ดังขัดจังหวะเสียก่อน
“อ้าว! คุณริวอิจิ พอดีเลยครับ ผมกำลังอยากคุยเรื่องโปรเจกต์ที่โอซาก้าอยู่พอดี...”
ริวอิจิชะงักกึกสายตามองตามแผ่นหลังกว้างของเควินที่หายลับไปทางเดียวกับฮานะด้วยความกังวลใจ แต่ด้วยมารยาททางสังคมและคู่ค้าคนสำคัญที่ยืนขวางหน้าอยู่ เขาจึงจำใจต้องปั้นหน้ายิ้มรับอย่างเลี่ยงไม่ได้
“ครับ... ยินดี”
ภายในห้องน้ำหญิง... ฮานะยืนพิงอ่างล้างหน้าหอบหายใจถี่ มือเรียวสวยยกขึ้นทาบอกที่เต้นระรัวทั้งที่ทำใจไว้แล้วว่ายังไงก็ต้องเจอแต่พอเอาเข้าจริงกลับไม่กล้าที่จะเผชิญหน้า
“ใจเย็นไว้ฮานะ...มันจบไปแล้วต่างคนต่างอยู่”
พึมพำกับตัวเองในกระจก
แกร๊ก...
ฮานะสะดุ้งสุดตัวรีบหันขวับไปมองที่ประตูทางเข้า
ร่างสูงใหญ่คุ้นตาในชุดสูทสีดำยืนพิงประตูด้วยท่าทีคุกคาม กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกลิ่นบุหรี่จาง ๆ ที่จำได้ขึ้นใจลอยแตะจมูก
“ไม่คิดจะทักทายผัวเก่าหน่อยเหรอ... ว่าที่คุณนาย...มิยาโมโตะ”
เควินแสยะยิ้มร้ายกาจ นัยน์ตาแพรวพราวไปด้วยความอันตราย เขาค่อย ๆ สาวเท้าเข้ามาหาเธอช้า ๆ ทีละก้าว... ทีละก้าว... ต้อนเหยื่อตัวน้อยให้จนมุม
“คุณ... คุณเข้ามาในนี้ได้ยังไง นี่มันห้องน้ำหญิงนะ!” ฮานะพูดเสียงหลง ถอยหลังหนีจนแผ่นหลังบางชิดติดขอบอ่างล้างหน้า
“ห้องน้ำหญิงแล้วไง? ผัวจะเข้ามาทักทายเมียเก่า... มันผิดตรงไหน?”
“หุบปาก! ฉันไม่ใช่เมียคุณ!”
“หึ... ปากดีขึ้นเยอะนี่” กระตุกยิ้มมุมปาก ก่อนจะพุ่งตัวเข้าประชิดร่างบางอย่างรวดเร็ว
มือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นคอระหง บีบบังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นสบตา ก่อนจะก้มลงกระซิบชิดริมฝีปากด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ขนอ่อนลุกชันไปทั้งตัว
“ปากดีแบบนี้... อยากรู้จังว่าลีลาบนเตียงจะ ‘ร่าน’ เหมือนเมื่อก่อนหรือเปล่า!”
“ปล่อยนะ! คุณไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องตัวฉัน!” ฮานะสะบัดหน้าหนี แต่แรงบีบที่ปลายคางกลับเพิ่มมากขึ้น
“ไม่มีสิทธิ์?” เควินทวนคำเสียงต่ำนัยน์ตาเต็มไปด้วยเพลิงโทสะ ใบหน้าหล่อโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบชนกัน ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวแก้มเนียน
“ลืมไปแล้วหรือไงฮานะ... ว่าไอ้คนที่นอนกกเธอทุกคืน คนที่ทำให้เธอร้องครางจนเสียงแหบเสียงแห้งเมื่อสี่ปีก่อนน่ะ... มันคือใคร!”
“หยุดพูดจาทุเรศ ๆ เดี๋ยวนี้!” เพียะ! ฝ่ามือเล็กฟาดลงบนใบหน้าหล่อเหลาเต็มแรงด้วยความโกรธ ใบหน้าคมหันไปตามแรงตบรอยนิ้วทั้งห้าปรากฏชัดขึ้นบนแก้มสาก
เควินค่อย ๆ หันหน้ากลับมามองหญิงสาวลิ้นร้อนดันกระพุ้งแก้มข้างที่โดนตบ แววตาจากที่ดุดันอยู่แล้ว แปรเปลี่ยนเป็นเกรี้ยวกราดจนน่ากลัว
“กล้าตบฉันเหรอ...”
“ออกไป! ออกไปให้พ้น!” ฮานะชี้มือไล่ทั้งที่ตัวสั่นเทา
“หึ... อยากให้ฉันออกไป?” เควินหัวเราะในลำคอ ก่อนจะกระชากเอวบางเข้ามาปะทะอกแกร่งอย่างรุนแรงจนเธอจุก “ได้! แต่ก่อนไป... ฉันขอทวงค่าเสียหายหน่อยแล้วกัน!”
สิ้นเสียงคำรามริมฝีปากหยักร้อนผ่าวก็ฉกวูบลงมาปิดปากอิ่มทันที บดขยี้รุนแรงไร้ความปรานี ลิ้นหนาสอดแทรกเข้าไปควานหาความหวานอย่างเอาแต่ใจ
มือหนาเลื่อนลงไปบีบขยำสะโพกผายลื่นมืออย่างหยาบโลน ก่อนจะสอดมือเข้าไปใต้กระโปรงยาว ลูบไล้ต้นขาขาวเนียนขึ้นไปสูงจนฮานะสะดุ้งเฮือก!
“อื้อ! ปล่อย! อื้มมม!” ฮานะทุบตีไหล่เขาพัลวัน แต่เรี่ยวแรงอันน้อยนิดไม่อาจต้านทานพละกำลังของสัตว์ร้ายที่กำลังคลุ้มคลั่งได้เลย...