“ปล่อยนะ! ไอ้คนบ้ากาม! อย่ามาทำรุ่มร่ามกับฉันนะ!”
หญิงสาวตะเบ็งเสียงด่าทอแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นโครมคราม พยายามบิดสะโพกหนีฝ่ามือร้อนผ่าวที่กำลังลูบไล้รุกล้ำอย่างจาบจ้วง ปลายนิ้วร้ายกาจกรีดกรายผ่านผิวเนื้ออ่อนนุ่มหมิ่นเหม่จุดอันตรายจนขนลุกชันไปทั้งตัว
“รุ่มร่าม?” เควินทวนคำเสียงสูงในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันโน้มลงมาใกล้จนหน้าผากชิดกัน
“สั่นสู้มือขนาดนี้... สงสัยไอ้หน้าจืดว่าที่คู่หมั้นเธอคงไม่ค่อยทำการบ้านสินะ ฮานะ... ร่างกายเธอถึงได้เรียกร้องสัมผัสจาก ‘ผัวเก่า’ จนตัวสั่นแบบนี้”
“หุบปาก! พี่ริวเขาเป็นสุภาพบุรุษ! เขาให้เกียรติฉัน ไม่เหมือนคุณที่ในหัวมีแต่เรื่องต่ำๆ” ฮานะสวนกลับทันควันด้วยความโกรธ
“เอามือสกปรกของคุณออกไปเดี๋ยวนี้!”
เพียะ!!
ฝ่ามือเรียวตวัดตบลงบนใบหน้าคมคายอีกฉาดใหญ่เต็มแรงอีกครั้ง
บรรยากาศเงียบลงชั่วขณะ... มีเพียงเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของทั้งคู่
เควินค่อยๆ หันหน้ากลับมามองหญิงสาวช้าๆ ลิ้นร้อนดันกระพุ้งแก้มข้างที่เจ็บ แววตาแปรเปลี่ยนเป็นเปลวเพลิงโทสะที่พร้อมจะเผาไหม้ทุกอย่างให้เป็นจุณ!
“ชอบความรุนแรงก็ไม่บอก...” เขาคำรามเสียงต่ำจนน่าขนลุก มือแกร่งกระชากข้อมือเล็กทั้งสองข้างตรึงไว้เหนือศีรษะ กดร่างบางแนบชิดติดกระจกบานใหญ่จนแผ่นหลังเธอเย็นวาบ
“อยากตบอีกไหม? เอาสิ! ตบให้พอ... เพราะหลังจากนี้ฉันจะจูบจนเธอไม่มีแรงยกมือขึ้นมาอีกเลย!”
“ยะ... อย่า... อื้อ!!!”
ริมฝีปากหยักได้รูปฉกวูบลงมาปิดปากอิ่มทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ร้องประท้วง จูบครั้งนี้รุนแรงและป่าเถื่อนกว่าครั้งไหนๆ เขาบดขยี้ริมฝีปากนุ่มจนบวมเจ่อ ขบเม้มรุนแรงจนได้กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง ลิ้นหนาสอดแทรกเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำอย่างเอาแต่ใจ ดูดดึงลิ้นเล็กที่พยายามหลบหนีจนเกิดเสียงจูบเฉอะแฉะน่าอาย
“อื้มมม! อื้อ!...”
ฮานะครางประท้วงในลำคอน้ำตาแห่งไหลอาบสองแก้ม ร่างกายเริ่มอ่อนระทวยทรยศคำสั่งสมอง สัมผัสที่คุ้นเคยกลิ่นกายที่โหยหา และรสจูบที่สูบวิญญาณทำให้แข้งขาอ่อนแรงจนแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น
เควินรับรู้ได้ถึงอาการอ่อนระทวยของคนในอ้อมแขน ยิ่งได้ใจ บดเบียดร่างกายท่อนล่างเข้าหาแนบแน่น จงใจให้เธอสัมผัสถึงความแข็งขึงที่ตื่นตัวเต็มที่ภายใต้กางเกง
เขาถอนริมฝีปากออกช้าๆ อย่างอ้อยอิ่ง ทิ้งสายใยสีใสเชื่อมโยงระหว่างกันก่อนจะก้มลงกระซิบชิดใบหูแดงก่ำด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่ทำให้คนฟังใจสั่นระรัว
“จำรสชาตินี้ไว้ฮานะ... นี่คือรสชาติของผัวเธอ” งับติ่งหูเบาๆ แล้วเป่าลมร้อนรดต้นคอ “รีบเช็ดปากซะ... เดี๋ยวไอ้คู่หมั้นเธอจะได้กลิ่นฉันติดกลับไป”
ฮานะได้แต่ยืนตัวสั่นเทาหอบหายใจตัวโยนพิงอ่างล้างหน้าอย่างหมดสภาพ มองดูร่างสูงที่ผละออกไปอย่างผู้ชนะด้วยสายตาตัดพ้อและเกลียดชัง
เควินมองผลงานตัวเองด้วยความพึงพอใจ ริมฝีปากแดงช้ำและแววตาตื่นตระหนกของเธอมันปลุกสัญชาตญาณนักล่าในตัวเขาให้ตื่นขึ้น
“แล้วเจอกันที่บ้านนะ... ที่รัก”
ทิ้งท้ายด้วยประโยคชวนผวาก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป ทิ้งให้ฮานะทรุดฮวบลงกับพื้นห้องน้ำร้องไห้ออกมาอย่างสุดกลั้นกับคนใจร้าย
มือหนายกขึ้นจัดปกเสื้อสูทให้เข้าที่เข้าทาง พลางใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้มเบา ๆ เมื่อนึกถึงรสชาติหวานล้ำปนคาวเลือดที่ยังติดตรึงอยู่ที่ปลายลิ้นไม่จางหาย
“หึ... ยังหวานเหมือนเดิม”
มุมปากหยักยกยิ้มร้ายกาจ นัยน์ตาคมกริบฉายแววผู้ชนะอย่างปิดไม่มิด มือหนาล้วงสมาร์ตโฟนเครื่องหรูออกมาจากกระเป๋ากางเกง กดโทรออกหาลูกน้องคนสนิท
[ทุกอย่างพร้อมแล้วครับ]
“ดี...” เควินเอ่ยเสียงต่ำ น้ำเสียงเย็นยะเยือกแต่แฝงไปด้วยความอำมหิต
“ลงมือได้เลย จัดการตามที่กูสั่ง... อย่าให้พลาด”
[รับทราบครับ]
ติ๊ด!
เขากดวางสายด้วยรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา ก่อนปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยไร้ความรู้สึก แล้วเดินกลับเข้าไปในงานเลี้ยงราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายความอันตรายที่ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ
ด้านฮานะ... ยืนเกาะขอบอ่างล้างหน้าแน่น หอบหายใจตัวโยนเพื่อเรียกสติกลับคืนมา ใบหน้าสวยหวานซีดเผือดนัยน์ตากลมโตแดงก่ำ เธอรีบวักน้ำขึ้นล้างหน้าล้างตาเพื่อลบรอยสัมผัสหยาบโลนของผู้ชายคนนั้นออกไป
“ฮึก... คนเลว...” กัดฟันด่าทอเขาผ่านเงาสะท้อนในกระจก พยายามจัดเสื้อผ้าหน้าผมให้กลับมาดูปกติที่สุด แม้ภายในใจจะแตกสลายยับเยิน แต่เธอก็ต้องเข้มแข็ง...
“ต้องรีบออกไป... ป่านนี้พี่ริวคงรอแย่แล้ว”
หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เรียกความมั่นใจให้ตัวเองอีกครั้ง ก่อนจะหมุนตัวเดินตรงไปที่ประตูทางออก
ทว่า... ทันทีที่เท้าเล็กก้าวพ้นประตู จู่ ๆ เงามืดก็พุ่งเข้ามาประชิดตัวจากด้านหลังอย่างรวดเร็ว
“อื้อ...”
เสียงร้องของฮานะขาดห้วงไปทันที เมื่อผ้าผืนหนาที่ชุ่มไปด้วยยาสลบถูกโปะเข้าที่จมูกและปาก
“อื้ม!! ปล่อย!...”
เธอพยายามดิ้นรนสุดชีวิต มือเล็กตะเกียกตะกายข่วนท่อนแขนแกร่งของคนร้าย แต่เรี่ยวแรงที่มีกลับค่อย ๆ หดหายไปอย่างรวดเร็ว สติเริ่มพร่าเลือน ภาพตรงหน้าเริ่มมืดดับลง
พรึ่บ!
ถุงผ้าสีดำถูกคลุมทับศีรษะอย่างรวดเร็ว โลกทั้งใบมืดสนิทลง ร่างบางอ่อนยวบยาบไร้การควบคุม ก่อนจะถูกอุ้มพาดบ่าแล้วพาตัวออกไปทางประตูหนีไฟอย่างรวดเร็ว
ไม่มีใครรู้... ไม่มีใครเห็น
ราวกับเธอระเหยกลายเป็นไอหายไปในอากาศ…
ภายในงานเลี้ยง…
บรรยากาศในงานยังคงเต็มไปด้วยเสียงดนตรีและเสียงหัวเราะ เควินเดินกลับมานั่งที่โต๊ะด้วยท่าทีอารมณ์ดี เขาหยิบแก้วไวน์แดงขึ้นมาถือไว้ในมือพิงหลังกับพนักเก้าอี้อย่างผ่อนคลาย ต่างจากเมื่อครู่ลิบลับ
“ไปไหนมา”
‘หลงเทียนอี้’ เอ่ยทักลูกชายพลางเลิกคิ้วมองอย่างจับผิด คนเป็นพ่อมีหรือจะดูไม่ออกว่าสายตาแพรวพราวของลูกชายตัวดีมันหมายความว่ายังไง
“พอดีเจอ... ปัญหาจุกจิกนิดหน่อยครับป๊า แต่ตอนนี้เคลียร์เรียบร้อยแล้ว”
เควินตอบเสียงเรียบ แต่สายตากลับจ้องมองไปยังเก้าอี้ว่างเปล่าข้างกายริวอิจิที่อยู่ฝั่งตรงข้าม
ริวอิจินั่งกระวนกระวายใจอย่างเห็นได้ชัด เขาชะเง้อมองไปทางห้องน้ำบ่อยครั้ง นาฬิกาข้อมือเรือนหรูถูกยกขึ้นมาดูเป็นรอบที่สิบ
“ทำไมฮานะไปนานขนาดนี้...” พึมพำกับตัวเองด้วยความกังวล
ทันใดนั้นลูกน้องคนสนิทก็รีบเดินเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ก่อนจะก้มลงกระซิบอะไรบางอย่างที่ข้างหูเจ้านาย
“นายครับ... การ์ดหน้าห้องน้ำถูกทำร้ายสลบ... คุณหนูฮานะหายตัวไปครับ!”
ใบหน้าหล่อเหลาของริวอิจิแดงก่ำด้วยความโกรธหันขวับมาจ้องหน้าเควินตาเขม็ง สายตาคู่นั้นเต็มไปด้วยคำถามและรังสีอำมหิตที่พร้อมจะฆ่าคน
แต่เควินกลับไม่สะทกสะท้าน...
เขายกแก้วไวน์ขึ้นมาระดับสายตา เอียงคอเล็กน้อยแล้วส่งยิ้มมุมปากที่ดูเย้ยหยันและกวนประสาทที่สุด
‘ชนแก้วหน่อยไหม...’
สายตาเควินสื่อความหมายแบบนั้นชัดเจน ก่อนที่จะกระดกไวน์สีเลือดเข้าปากรวดเดียวหมดแก้วด่ำกับชัยชนะที่หอมหวาน
ริวอิจิกำหมัดแน่นจนสั่นรู้ทันทีว่านี่คือฝีมือใคร
ชายหนุ่มผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ไม่สนใจมารยาทหรือหน้าตาทางสังคมอีกต่อไป
“ขอโทษครับคุณอีริค คุณยามาดะ... ผมมีธุระด่วนต้องรีบไปจัดการ”
พูดจบก็รีบก้าวขายาว ๆ ออกจากงานไปทันทีพร้อมกับลูกน้อง โดยไม่แม้แต่จะหันมามองคู่ค้าคนอื่น
เควินมองตามแผ่นหลังที่รีบร้อนนั้นด้วยความสะใจ ก่อนจะวางแก้วไวน์ลงช้าๆ แล้วหันไปหาบิดา
“ผมเองก็คงต้องขอตัวเหมือนกันครับป๊า... มี ‘ของเล่นชิ้นใหม่’ รอให้กลับไปแกะกล่องอยู่ที่ห้อง”
หลงเทียนอี้ถอนหายใจยาวส่ายหัวไปมาอย่างระอาใจ มองตาลูกชายก็รู้ทันทีว่าไอ้ ‘ของเล่น’ ที่ว่านั่นคืออะไร
“อย่าให้มันเกินเลยนักนะไคเหริน... เรื่องบางเรื่อง ถ้าทำพลาดไปแล้วมันแก้คืนยาก”
“หึ... ไม่ต้องห่วงครับป๊า ผมรู้ดีว่าผมกำลังทำอะไร”
เควินไหวไหล่อย่างไม่ยี่หระ ก่อนจะลุกขึ้นจัดสูทแล้วเดินผิวปากออกจากงานไปอย่างอารมณ์ดี ทิ้งให้ผู้เป็นพ่อนั่งกุมขมับกับความวายป่วงที่กำลังจะตามมา…
หน้าโรงแรม โซน Valet Parking
ทันทีที่เควินก้าวเท้าออกมาจากในงานยังไม่ทันที่จะเดินไปถึงรถ ร่างของใครบางคนก็พุ่งเข้ามาขวางทางไว้พร้อมกับลูกน้องนับสิบคนที่ยืนล้อมกรอบ
“หลงไคเหริน!!”
เสียงตวาดลั่นของริวอิจิดังก้องเขาจ้องหน้าเควินด้วยสายตาที่แทบจะกินเลือดกินเนื้อ
“ฮานะอยู่ที่ไหน! มึงเอาคู่หมั้นกูไปไว้ที่ไหน!”
เควินหยุดเดินล้วงมือเข้ากระเป๋ากางเกงด้วยท่าทีสบาย ใบหน้าหล่อเหลายังคงประดับด้วยรอยยิ้มยียวนกวนประสาทที่เห็นแล้วน่าประทับรอยเท้า
“คู่หมั้น?”
เควินเลิกคิ้วสูงแสร้งทำน่าสงสัย “คู่หมั้นมึงหาย แล้วมาถามหาที่กูทำไม? กูไม่ใช่ประชาสัมพันธ์ห้างนะจะได้ประกาศตามหาคนหายให้”
“อย่ามาไขสือ! กูรู้ว่าเป็นฝีมือมึง!”
ริวอิจิปรี่จะเข้าไปกระชากคอเสื้ออีกฝ่าย แต่ถูกอาหยางและลูกน้องฝั่งตระกูลหลงเข้ามาขวางไว้ทันควัน
“ใจเย็นสิครับคุณมิยาโมโตะ...” เควินก้าวเข้ามาประชิดหน้าอีกฝ่าย สายตาที่เคยขี้เล่นแปรเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวและดุดันในชั่วพริบตา
“หลักฐานก็ไม่มี... อย่ามากล่าวหากันลอย ๆ ระวังจะเจ็บตัวฟรี”
“ถ้ามึงแตะต้องเธอแม้แต่ปลายเล็บ... กูสาบานว่ากูจะลากคอคนอย่างมึงลงนรก!”
“หึ...”
เควินแค่นหัวเราะขยับใบหน้าเข้าไปใกล้จนได้ยินเสียงกัดฟันของอีกฝ่าย
“งั้นก็รีบตามหาให้เจอนะ... เพราะถ้าช้าไปแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว...”
เขาเว้นจังหวะจงใจเน้นเสียงหนักแน่นเพื่อยั่วยุอารมณ์อีกฝ่ายให้ถึงขีดสุด
“คู่หมั้นของมึง... อาจจะกลายเป็น ‘เมีย’ กูซ้ำสองก็ได้ ใครจะไปรู้”
“ไอ้เควิน!!”
ริวอิจิสติหลุดพุ่งตัวจะเข้าไปซัดหน้าสักหมัด แต่ลูกน้องรีบล็อกตัวเจ้านายไว้แน่น เพราะขืนเปิดศึกกันตรงนี้หน้าโรงแรม เรื่องใหญ่แน่นอน
เควินหัวเราะร่าอย่างผู้ชนะ หันหลังเดินขึ้นรถลีมูซีนคันหรูที่จอดรออยู่ ก่อนจะลดกระจกลงมามองหน้าริวอิจิเป็นครั้งสุดท้าย แล้วสั่งลูกน้องเสียงดังฟังชัด
“ออกรถ! กลับคอนโด... เมียกูรอนานแล้ว”
รถคันหรูแล่นออกไปทิ้งให้ริวอิจิยืนกำหมัดแน่นด้วยความแค้นใจ เขาพลาดแล้ว... พลาดที่ประมาทปีศาจร้ายอย่างหลงไคเหรินน้อยเกินไป!