วันต่อมา...
หลงไคเหรินนั่งพิงหัวเตียงด้วยท่าทีผ่อนคลาย ท่อนบนเปลือยเปล่าเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อแน่นตึงที่เต็มไปด้วยเสน่ห์แห่งบุรุษเพศ ผิวขาวเนียนเต็มไปด้วยรอยเล็บข่วนเป็นทางยาว ทั้งที่แผ่นอก ไหล่กว้าง และแผ่นหลัง... เป็นหลักฐานชิ้นดีที่บ่งบอกว่าแม่แมวน้อยของเขามีฤทธิ์เดชมากแค่ไหนในค่ำคืนที่ผ่านมา
มือหนาคีบบุหรี่มวนโปรดขึ้นจรดริมฝีปาก สูบอัดควันพิษเข้าปอด ก่อนจะพ่นออกมาเป็นสายสีเทาจางๆ นัยน์ตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวจ้องมองร่างบอบบางที่นอนตะแคงหันหลังให้อยู่ข้างกายไม่วางตา
ฮานะหลับสนิทไปด้วยความอ่อนเพลีย ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอแผ่วเบา ผ้าห่มผืนหนาเลื่อนหลุดลงมาถึงเอวคอด เผยให้เห็นแผ่นหลังเนียนขาวที่เต็มไปด้วยรอยสีกุหลาบ รอยฟัน และรอยนิ้วมือสีแดงช้ำที่เขาจงใจฝากฝังเอาไว้ทั่วทุกตารางนิ้ว
ไม่มีพื้นที่ว่างตรงไหนที่เขาไม่ได้สัมผัส...
ไม่มีส่วนไหนในร่างกายนี้ที่ไม่ใช่ของเขา...
“หึ...”
เควินกระตุกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาฉายแววพึงพอใจระคนหวงแหน มือหนาเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่ปรกใบหน้าหวานออกให้อย่างเบามือ สัมผัสที่ขัดแย้งกับความป่าเถื่อนเมื่อคืนราวกับเป็นคนละคน
ปลายนิ้วหัวแม่มือลูบไล้ไปตามพวงแก้มใสที่ยังคงมีคราบน้ำตาแห้งกรัง เลื่อนลงมาหยุดที่ริมฝีปากบวมเจ่อ เขากดคลึงมันเบาๆ ราวกับจะย้ำเตือนรสชาติความหวานล้ำที่เพิ่งตักตวงไปจนหนำใจ
“ยังดื้อเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะ...”
เสียงทุ้มต่ำพึมพำกับตัวเองในลำคอ สายตาจับจ้องไปที่ดวงหน้าพริ้มเพราที่ดูไร้เดียงสาราวกับเด็กน้อย...
ชวนให้นึกถึง...
วันที่ ‘โชคชะตา’ หรือ ‘เวรกรรม’ เหวี่ยงผู้หญิงคนนี้เข้ามาในชีวิต...
[Flashback 4 ปีก่อน]
ค่ำคืนที่ฝนตกพรำๆ บรรยากาศอึมครึมปกคลุมไปทั่วตรอกซอยด้านหลังผับหรูใจกลางย่านบันเทิง แสงไฟป้ายโฆษณากะพริบติดๆ ดับๆ สะท้อนกับน้ำขังบนพื้นถนนคอนกรีตที่สกปรกโสโครก
ตึก! ตึก! ตึก!
เสียงฝีเท้าหนักๆ วิ่งย่ำน้ำโคลนดังสะท้อนก้องไปทั่วซอยเปลี่ยว ร่างเล็กในชุดพนักงานเสิร์ฟที่เปียกปอนวิ่งหนีสุดชีวิต ลมหายใจหอบถี่จนแสบหน้าอก ใบหน้าสวยหวานเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาและความหวาดกลัว
“อย่าหนีนะเว้ย! จับตัวมันมาให้ได้!”
เสียงตะโกนหยาบคายของผู้ชายกลุ่มหนึ่งดังไล่หลังมาติดๆ ยิ่งทำให้ฮานะเร่งฝีเท้าขึ้นอีก แม้ขาจะล้าจนแทบก้าวไม่ออก
เธอเป็นแค่เด็กกำพร้าที่ทำงานหาเช้ากินค่ำ รับถ่ายแบบและเสิร์ฟอาหารเพื่อส่งตัวเองเรียนและหาเงินไปจุนเจือบ้านเด็กกำพร้าที่คุณแม่อรดูแลอยู่
แต่วันนี้โชคร้าย... ความสวยดันไปเตะตาลูกชายนักการเมืองผู้ทรงอิทธิพลที่เมาแอ๋และพยายามจะลากไปข่มขืน
เธอใช้จังหวะชุลมุนเอาขวดเหล้าฟาดหัวมันแล้วหนีออกมา... แต่ดูเหมือนพวกเวรนรกจะไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆ
“ทางตัน...”
ฮานะอุทานด้วยความสิ้นหวังเมื่อข้างหน้าคือกำแพงสูงกั้นขวางทางออก ซ้ายขวามีแต่กองขยะส่งกลิ่นเหม็นเน่า หญิงหันซ้ายแลขวาอย่างตื่นตระหนก เสียงฝีเท้าของพวกมันใกล้เข้ามาทุกที
ทันใดนั้น... สายตาก็เหลือบไปเห็นเงาตะคุ่มของใครบางคนที่ยืนพิงกำแพงอยู่ในมุมมืดลึกสุดของตรอก
แสงไฟสลัวจากด้านบนส่องให้เห็นเพียงปลายบุหรี่ที่แดงวาบและควันสีเทาที่ลอยเอื่อยๆ กลิ่นบุหรี่ราคาแพงผสมกับกลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูโชยมาแตะจมูก
เมื่อไม่มีทางเลือกเธอตัดสินใจวิ่งถลาเข้าไปหาเงานั้นทันที สองมือเล็กคว้าเข้าที่ท่อนแขนแกร่งภายใต้เสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนหาที่ยึดเหนี่ยว
“ช่วยด้วยค่ะ ช่วยหนูด้วย...”
เสียงหวานสั่นเครือร้องขอความเมตตา ทั้งที่ยังมองไม่เห็นหน้าเขาชัดๆ ด้วยซ้ำ รู้เพียงแค่ว่าเขาตัวสูงใหญ่และดูมีอำนาจบางอย่างที่น่าเกรงขาม
ร่างสูงในเงามืดชะงักไปเล็กน้อย ใบหน้าคมคายภายใต้เงามืดค่อยๆ ก้มลงมอง ‘สิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆ’ ที่เกาะแขนเขาแน่น เนื้อตัวสั่นเทาราวกับลูกนกตกน้ำ
คิ้วเข้มเลิกขึ้นข้างหนึ่งอย่างแปลกใจ เขาแค่ออกมาสูบบุหรี่แก้เบื่อระหว่างรอเพื่อนในผับแต่ดันมีเรื่องสนุกวิ่งมาหาถึงที่
“ช่วย?”
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยทวนคำเรียบเฉย ไร้ซึ่งความเห็นใจนัยน์ตาดุจเหยี่ยวจ้องมองใบหน้าตื่นตระหนกที่เปื้อนคราบน้ำตานั้นนิ่งๆ
“ช่วยเธอ... แล้วฉันจะได้อะไร?”
คำถามที่ไร้หัวใจทำเอาฮานะหน้าชา แต่เสียงฝีเท้าที่ดังเข้ามาใกล้ทำให้เธอไม่มีเวลาคิดศักดิ์ศรี
“จะ... จับมัน! มันอยู่นั่น!”
เสียงลูกน้องของไอ้ลูกชายนักการเมืองดังขึ้นที่ปากซอย พวกมันหลายคนวิ่งกรูกันเข้ามาล้อม พร้อมกับร่างท้วมของ ‘ไอ้กร’ ลูก ส.ส. ที่หัวแตกเลือดอาบ เดินเซเข้ามาด้วยความโกรธ
ฮานะรีบหลบไปซ่อนตัวอยู่ด้านหลังร่างสูงกำยำ มือเล็กกำเสื้อเชิ้ตราคาแพงเขาจนยับยู่ยี่
“ขอแค่ช่วยหนู... ฮึก... คุณต้องการอะไรหนูยอม... ยอมทุกอย่าง”
หลับหูหลับตาพูดออกไปเพราะความกลัวตาย อย่างน้อยผู้ชายคนนี้ก็ดูน่าจะคุยรู้เรื่องกว่าพวกหมาบ้าพวกนั้น
“ยอมทุกอย่าง?”
ชายหนุ่มทวนคำอีกครั้ง มุมปากหยักยกยิ้มร้ายกาจ
“หึ... จำคำพูดตัวเองไว้ด้วยล่ะ”
เขาอัดควันบุหรี่เฮือกสุดท้ายเข้าปอด ก่อนจะดีดก้นกรองทิ้งลงบนพื้นน้ำครำอย่างไม่ไยดี แล้วใช้รองเท้าหนังราคาเหยียบหมื่นขยี้จนไฟมอดดับ
“เฮ้ย! ส่งผู้หญิงคนนั้นมา!”
ไอ้กรตะโกนชี้หน้าใบหน้าแดงก่ำด้วยฤทธิ์เหล้าและความโกรธ
“นังนี่มันทำร้ายกู! ผู้หญิงคนนี้เป็นของกู มึงอย่ามาเสือก!”
ตะโกนดังก้องแต่ร่างสูงตรงหน้ากลับยืนนิ่งไม่ไหวติง
“คนของมึง?”
เขาแค่นหัวเราะในลำคอเสียงหัวเราะที่ฟังดูเย็นยะเยือกจนน่าขนลุก ค่อยๆ ก้าวเท้าออกจากเงามืด แสงไฟสาดส่องกระทบใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพบุตร... แต่เป็นเทพบุตรที่แฝงกลิ่นอายของซาตานไว้อย่างเต็มเปี่ยม
วินาทีที่ใบหน้านั้นปรากฏ... สีหน้าเก่งกล้าของกลุ่มชายฉกรรจ์ก็เปลี่ยนเป็นซีดเผือดในพริบตา ราวกับเห็นยมทูตมายืนรอรับวิญญาณ
“คะ... คุณเควิน!”
หนึ่งในลูกน้องอุทานเสียงสั่นขาแข้งเริ่มอ่อนแรง
ชื่อของ ‘หลงไคเหริน’ ทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลหลง ไม่มีใครในวงการไม่รู้จัก... และไม่มีใครที่โง่พอที่จะกล้ามีเรื่องกับเขา
เควินยืนล้วงกระเป๋ากางเกงท่าทางสบายๆ แต่แผ่รังสีอำมหิตกดดันจนคนมองแทบหยุดหายใจ เขาเอียงคอเล็กน้อย มองพวกหมาหมู่ด้วยสายตาเหยียดหยามถึงที่สุด
“เออกูเอง...”
น้ำเสียงราบเรียบแต่ดังกังวานก้องหูคนฟัง
“ไหนมาพูดใกล้ๆ กูสิ... ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นของใครนะ?”
พูดจบก็ใช้หางตาเหลือบมองฮานะที่ยืนตัวสั่นงันงกเกาะแขนอยู่ด้านหลัง เพื่อประกาศให้รู้ว่าตอนนี้เธออยู่ในการคุ้มครองของเขาแล้ว
ไอ้กรที่เพิ่งสร่างเมาเพราะความกลัว รีบถอยกรูดจนเกือบล้ม
“ขะ... ของมึงครับ! เป็นของมึง! กะ... กูทักผิดคน! พวกเราไปเว้ย! รีบไป!”
สิ้นเสียงพวกนักเลงโตที่เมื่อกี้ยังทำท่าจะกินเลือดกินเนื้อ ก็พากันวิ่งหนีหางจุกตูดหายไปในความมืดราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่ตรงนั้น
ความเงียบกลับมาปกคลุมอีกครั้ง...
เหลือเพียงเสียงหอบหายใจของฮานะ และสายตาคมกริบของเควินที่หันกลับมามองเธอ
ฮานะทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง ขาอ่อนจนยืนไม่อยู่เธอเงยหน้ามองชายหนุ่มผู้มีพระคุณด้วยแววตาซาบซึ้งระคนหวาดหวั่น
“ขอบคุณ... ขอบคุณนะคะที่คุณช่วยหนู...”
มือสั่นเทารีบควานหากระเป๋าสตางค์ใบเก่าในกระเป๋าเสื้อ หยิบธนบัตรยับๆ ปึกหนึ่งที่เป็นเงินเดือนทั้งเดือนที่เพิ่งได้รับมาเมื่อตอนเย็น ยื่นส่งให้เขาด้วยมือที่สั่นระริก
“หนู... หนูมีแค่นี้... มันอาจจะไม่มาก แต่มันคือทั้งหมดที่หนูมีค่ะ”
เธอยื่นให้เขาอย่างบริสุทธิ์ใจ หวังว่าเงินจำนวนนี้จะพอเป็นค่าเสียเวลาให้เขาได้บ้าง
เควินก้มมองเศษกระดาษมันในมือเล็ก แล้วเลื่อนสายตาขึ้นมองใบหน้าสวยหวานที่มอมแมมไปด้วยคราบน้ำตา
“หึ...”
เขาหัวเราะในลำคออีกครั้ง ก่อนจะโน้มตัวลงมาใกล้... ใกล้จนได้กลิ่นลมหายใจเจือกลิ่นมินต์และบุหรี่
“เศษเงินพวกนี้ฉันไม่ต้องการ”
เขาปัดมือเธอเบาๆ ไม่ได้รังเกียจ แต่ไม่แยแส ธนบัตรปลิวว่อนตกลงสู่พื้นน้ำเฉอะแฉะ แต่ฮานะกลับไม่กล้าแม้แต่จะก้มลงเก็บ
“...”
หญิงสาวกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมื่อใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาจนปลายจมูกแทบชนกัน เธอเผลอสบตาคู่คมกริบนั้น... และเพิ่งตระหนักได้ในวินาทีนั้นเองว่า
ผู้ชายคนนี้... น่ากลัวกว่าไอ้พวกนั้นเสียอีก...