วันต่อมา
ท้องฟ้ากรุงเทพมหานครยามบ่ายคล้อยถูกระบายด้วยสีส้มอมทองของดวงอาทิตย์ที่กำลังจะลาลับขอบฟ้า
การจราจรบนถนนเส้นหลักที่มุ่งหน้าสู่ย่านชานเมืองอันเงียบสงบค่อนข้างหนาแน่น แต่สำหรับรถสปอร์ตเอสยูวีสีดำสนิทรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นที่ติดฟิล์มทึบจนมองไม่เห็นคนด้านใน
กลับแล่นเลื่อยผ่านช่องว่างของรถคันอื่นไปได้อย่างคล่องแคล่วราวกับงูเลื้อย
สิบทิศนั่งอยู่หลังพวงมาลัยด้วยตนเองในวันนี้ โดยปราศจากคนขับรถและขบวนรถติดตามที่เอิกเกริก
เขาเลือกที่จะสลัดคราบมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่ทิ้งไปชั่วคราว เหลือเพียงชายหนุ่มในชุดลำลอง เสื้อยืดสีดำสวมทับด้วยแจ็กเกตหนังและแว่นกันแดดสีชา
เพื่อทำภารกิจลับที่เขาไม่อาจไว้วางใจให้ใครทำแทนได้
ภารกิจ... สะกดรอยตาม ‘เมียเก่า’
สายตาคมกริบภายใต้เลนส์แว่นกันแดดจับจ้องไปยังท้ายรถเมอร์เซเดสเบนซ์สีขาวไข่มุกคันหรูที่ขับนำอยู่ข้างหน้าไม่ห่างไกลนัก
“จะรีบไปไหนของเธอ” สิบทิศพึมพำกับตัวเองเบา ๆ นิ้วเรียวเคาะพวงมาลัยเป็นจังหวะ
หลังจากเหตุการณ์ปะทะคารมและปะทะจูบ ที่งานเลี้ยงเมื่อคืน ความสงสัยในใจเขามันพลุ่งพล่านจนไม่อาจข่มตานอนหลับได้
คำพูดที่เธอบอกว่า ‘เราจบกันไปนานแล้ว’ มันขัดแย้งกับปฏิกิริยาร่างกายที่สั่นสะท้านในอ้อมกอดเขา
รถเบนซ์คันงามเลี้ยวเข้าสู่ซอยกว้างที่ร่มรื่นไปด้วยต้นจามจุรีใหญ่ยักษ์ สองข้างทางเต็มไปด้วยบ้านเดี่ยวหรูหราระดับคฤหาสน์
ก่อนจะชะลอความเร็วและเลี้ยวเข้าไปในประตูรั้วอัลลอยด์ขนาดมหึมาที่มีป้ายชื่อเขียนด้วยตัวอักษรทองคำตัวบรรจง
‘The Wellington International School’
สิบทิศเลิกคิ้วสูงด้วยความประหลาดใจ โรงเรียนนานาชาติระดับท็อปทรีของประเทศ ค่าเทอมปีละเกือบล้าน สำหรับแม่เลี้ยงเดี่ยวที่เพิ่งตั้งตัวได้ไม่กี่ปี การส่งลูกเรียนที่นี่ถือว่าทุ่มทุนอย่างมหาศาล
“รักลูกมากสินะ” เขายิ้มมุมปาก นำรถไปจอดแอบอยู่ใต้ร่มไม้ฝั่งตรงข้ามโรงเรียน ดับเครื่องยนต์แต่ลดกระจกลงเล็กน้อยเพื่อสังเกตการณ์
เสียงกริ่งโรงเรียนดังขึ้นเป็นทำนองเพลงคลาสสิก บ่งบอกเวลาเลิกเรียน
บรรยากาศหน้าโรงเรียนเริ่มคึกคักไปด้วยรถหรูของผู้ปกครองที่มารอรับบุตรหลาน
สิบทิศเห็นน้ำอุ่นก้าวลงจากรถ
ภาพลักษณ์ของเธอในตอนนี้ช่างแตกต่างจากเพียงรักจอมนางพญาในห้องประชุมอย่างสิ้นเชิง
เธอสวมชุดเดรสชีฟองลายดอกไม้สีหวานดูสบายตา ผมยาวสลวยที่เคยมัดตึงถูกปล่อยสยายล้อลม ใบหน้าสวยหวานแต่งแต้มเครื่องสำอางเพียงบางเบา
ทำให้เธอดูเด็กลงราวกับนักศึกษาจบใหม่ และที่สำคัญรอยยิ้มบนใบหน้าของเธอ
มันคือรอยยิ้มที่สว่างไสว อบอุ่น และอ่อนโยนที่สุดเท่าที่สิบทิศเคยเห็น รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจที่ด้านชาของเขากระตุกวูบ
เธอยืนชะเง้อรออยู่ที่ประตูรั้วโรงเรียน โบกมือทักทายผู้ปกครองคนอื่นอย่างเป็นกันเอง ท่าทางมีความสุขจนน่าอิจฉา
“ยิ้มให้คนทั้งโลกได้ ยกเว้นผัวเก่าตัวเองงั้นสิ?” สิบทิศบ่นพึมพำด้วยความหมั่นไส้เล็ก ๆ ขยับแว่นกันแดดให้เข้าที่เพื่อเพ่งมองให้ชัดขึ้น
ทันใดนั้น ประตูโรงเรียนก็เปิดออก เด็กนักเรียนตัวน้อยในชุดยูนิฟอร์มเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงขาสั้นสีกรมท่า ทยอยเดินออกมาเป็นแถว เสียงเจื้อยแจ้วดังระงม
สิบทิศกวาดสายตามองหา ‘เป้าหมาย’
และแล้ว... เขาก็เห็น
เด็กชายตัวน้อยคนหนึ่งวิ่งฝ่าฝูงชนออกมาด้วยความร่าเริง รูปร่างสูงโปร่งกว่าเด็กวัยเดียวกัน
ผิวขาวจัดสะท้อนแสงแดด ผมสีเทาถูกเซตทรงเปิดหน้าผากอย่างเท่
“แม่จ๋า!”
เสียงใสแจ๋วตะโกนเรียกพร้อมกับร่างป้อม ๆ ที่กระโจนเข้าสู่อ้อมกอดของน้ำอุ่นที่ย่อตัวลงรอรับ หญิงสาวหัวเราะร่า กอดรัดฟัดเหวี่ยงลูกชายด้วยความรักใคร่ หอมแก้มซ้ายขวาจนเด็กน้อยหัวเราะเอิ๊กอ๊าก
สิบทิศชะโงกหน้าออกไปนอกหน้าต่างรถโดยไม่รู้ตัว เพื่อจะดูหน้าเด็กคนนั้นให้ชัด ๆ
จังหวะนั้นเอง เหมือนโชคชะตาเล่นตลก
น้ำอุ่นขยับตัวลุกขึ้นยืน จูงมือลูกชายเพื่อจะพาเดินมาที่รถ และจังหวะที่ทั้งสองหันหน้าเดินมาทางทิศที่รถของสิบทิศจอดอยู่...
เปรี้ยง!
เหมือนมีสายฟ้าฟาดลงกลางกบาลของมาเฟียหนุ่ม
วินาทีที่แสงแดดยามเย็นตกกระทบใบหน้าของเด็กชาย สิบทิศรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน ลมหายใจขาดห้วงไปดื้อ ๆ มือที่จับขอบประตูรถบีบแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
เด็กคนนั้น
โครงหน้าคมคายที่เริ่มฉายแววหล่อเหลาตั้งแต่เด็ก คิ้วเข้มพาดเฉียงดุจกระบี่ จมูกโด่งเป็นสันที่รับกับริมฝีปากหยักได้รูป
และที่สำคัญที่สุด... ดวงตา
ดวงตาสีเทาเรียวรีที่มีเสน่ห์ลึกลับและทรงพลังแบบเดียวกับที่เขามองเห็นในกระจกทุกเช้า!
นี่มันไม่ใช่แค่คล้าย... แต่มันคือ การโคลนนิ่ง!
เด็กคนนี้คือสิบทิศ เกื้อสกุลเวอร์ชันย่อส่วนชัด ๆ เหมือนชนิดที่ว่าไม่ต้องตรวจ DNA ก็สามารถเอาไปยืนยันกับศาลโลกได้เลยว่าเป็นพ่อลูกกัน!
“เหมือนขนาดนี้เลย”
สิบทิศพึมพำเสียงสั่น ร่างกายชาวาบตั้งแต่หัวจรดเท้า ความทรงจำเมื่อ 6 ปีก่อนไหลย้อนกลับมา
“ดี ถือว่าเธอฉลาดที่รู้จักรักษาสัจจะ หวังว่าคงไม่ซมซานกลับมาขอความช่วยเหลือทีหลังนะ เพราะวันนั้นฉันจะหัวเราะให้ฟันร่วง”
คำพูดเลวร้ายที่เขาเคยพูดใส่หน้าเพียงรักในวันนั้น มันย้อนกลับมากระแทกใจเขาอย่างแรง
เธอเลี้ยงลูกของเขา เลี้ยงดูฟูมฟักมาอย่างดีเพียงลำพัง โดยไม่เคยเรียกร้องอะไรแม้แต่บาทเดียว และที่น่าเจ็บใจที่สุดคือ...
“เธอทำได้ยังไง”
สิบทิศกัดฟันกรอดจนกรามขึ้นสันนูน เขาจ้องมองภาพแม่ลูกที่เดินจูงมือกันอย่างมีความสุขด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป
ภาพของน้ำอุ่นที่ก้มลงพูดคุยกับลูกชาย น้องชลเงยหน้าขึ้นมองแม่แล้วยิ้ม รอยยิ้มมุมปากแบบเดียวกับเขา รอยยิ้มเจ้าเล่ห์นิด ๆ ที่ถอดแบบพันธุกรรมความร้ายกาจของตระกูลเกื้อสกุลมาเต็มเปี่ยม
“เธอซ่อนเขาไว้อย่างดี จนฉันมองไม่เห็นมาตลอด เก่งมากเพียงรัก”
เขาอยากจะเปิดประตูรถ แล้วพุ่งลงไปกระชากสองแม่ลูกนั่นมาถามให้รู้เรื่องเดี๋ยวนี้ อยากจะตะโกนบอกให้โลกรู้ว่าไอ้หนูหน้าหล่อนั่นคือลูกชายของเขา
แต่... สัญชาตญาณนักล่าบอกให้เขาใจเย็น
ถ้าเขาบุ่มบ่ามออกไปตอนนี้ เธอคงจะพาหนีเตลิดไปอีกแน่ และคราวนี้เธอคงพาลูกหนีไปสุดขอบโลก
สิบทิศสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ พยายามข่มกลั้นพายุอารมณ์ที่บ้าคลั่ง นัยน์ตาสีเทาหรี่ลงอย่างอันตราย จ้องมองแผ่นหลังของลูกชายที่กำลังปีนขึ้นรถเบนซ์ด้วยความคล่องแคล่ว
‘ชลธี... ชื่อเพราะมาก’
เขาคิดในใจ ความรู้สึกภาคภูมิใจแปลก ๆ ก่อตัวขึ้นมาแทรกความโกรธ
‘ลูกชายกู... หล่อชิบหาย’
เขามองเห็นตัวเองในตัวเด็กคนนั้น ความแข็งแกร่ง ความสง่าและสายเลือดมังกรที่เข้มข้น
รถเบนซ์สีขาวค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกจากหน้าโรงเรียน สิบทิศรอให้รถทิ้งระยะห่างเล็กน้อย ก่อนจะสตาร์ตเครื่องยนต์แล้วขับตามไปห่าง ๆ
ความคิดในหัวของเขาเริ่มวางแผนการอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าแผนธุรกิจหมื่นล้าน
เธอคิดจะเล่นซ่อนแอบกับเขางั้นเหรอ? ได้...
ในเมื่อเธอไม่อยากให้เขาเป็นพ่อ เขาก็จะแกล้งนิ่งก่อน แต่เขาจะค่อย ๆ แทรกซึมเข้าไปในชีวิตของสองแม่ลูกนั่น
จะตีเนียนเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว แล้วค่อยตะล่อมรวบหัวรวบหางทีเดียว
“เพียงรัก” สิบทิศเอ่ยชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่ผสมปนเปไประหว่างความแค้นและความใคร่ “เธอพลาดแล้ว พลาดที่เลี้ยงเขาให้เหมือนฉันขนาดนี้”
เขาเหยียบคันเร่งตามรถคันหน้าไป รอยยิ้มบนใบหน้าของมาเฟียหนุ่มในตอนนี้ ไม่ใช่รอยยิ้มของผู้ชนะในเกมธุรกิจ
แต่เป็นรอยยิ้มของ ‘พ่อ’ ที่กำลังจะไปทวงของรักของหวงคืน
“รอก่อนนะไอ้เสือ... เดี๋ยวพ่อจะไปหา”
ภาพของเด็กน้อยหน้าตาเหมือนเขาที่ยิ้มร่าเริงยังคงติดตาตรึงใจ ยิ่งคิดถึง ความรู้สึกอยากครอบครองก็ยิ่งทวีคูณ ไม่ใช่แค่แม่ แต่ตอนนี้เขาต้องการทั้งแม่และลูก
ครอบครัวเกื้อสกุล จะต้องกลับมาสมบูรณ์แบบอีกครั้ง ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีสกปรกแค่ไหน หรือต้องบีบบังคับใครก็ตาม