ตอนที่ 9 เผชิญหน้า

2314 คำ
ยามบ่ายแก่ ๆ ของกรุงเทพมหานคร แสงแดดแผดเผาจนถนนคอนกรีตแทบละลาย แต่ ณ อาณาจักรสีเทาอันหรูหราอย่าง Prince Club บรรยากาศกลับเย็นยะเยือกด้วยเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเต็มกำลัง และกลิ่นอายของอำนาจที่แผ่ซ่านออกมาจากทุกตารางนิ้ว รถยุโรปสีดำมันปลาบเลี้ยวเข้ามาจอดเทียบท่าหน้าประตูทางเข้าวีไอพี พนักงานต้อนรับในชุดสูทรีบวิ่งกุลีกุจอมาเปิดประตูรถให้อย่างนอบน้อม ทันทีที่รองเท้าส้นเข็มสีแดงเลือดนกยี่ห้อดังจรดลงบนพรมแดง ตามด้วยเรียวขาขาวเนียนที่โผล่พ้นชายกระโปรงทรงสอบผ่าข้างสูง บรรยากาศบริเวณหน้าคลับก็ดูเหมือนจะหยุดชะงักไปชั่วขณะ น้ำอุ่นก้าวลงมาจากรถด้วยท่วงท่าสง่างามดุจนางพญา วันนี้เธอเลือกสวมชุดสูทสีดำเข้ารูป คัตติ้งเนี้ยบกริบที่ขับเน้นรูปร่างอันสมบูรณ์แบบให้โดดเด่นสะดุดตา เสื้อคอวีลึกเผยให้เห็นเนินอกอวบอิ่มรำไรพอให้จินตนาการ เอวคอดกิ่วรับกับสะโพกผายที่กลมกลึงราวกับนาฬิกาทราย ใบหน้าสวยเฉี่ยวแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางโทนน้ำตาลทอง ริมฝีปากเคลือบสีแดงสดเข้ากับรองเท้า ดวงตากลมโตสวมแว่นกันแดดสีชาอันใหญ่ปิดบังสายตาที่ซ่อนความกังวลเอาไว้ “เชิญครับ คุณเพียงรัก” เจษยืนรอต้อนรับอยู่หน้าประตู โค้งศีรษะให้เธอเล็กน้อยด้วยความเคารพที่ดูจริงใจกว่าเมื่อวาน น้ำอุ่นเพียงแค่พยักหน้าตอบรับเบา ๆ ก่อนจะถอดแว่นกันแดดออก เผยให้เห็นแววตาที่ว่างเปล่าและเย็นชา “เจ้านายของคุณล่ะ?” เธอเอ่ยถามเสียงเรียบ ขณะก้าวเดินนำหน้าเข้าไปในคลับ “รออยู่ที่ห้องรับรองโซนไดมอนด์ครับ” เจษตอบ พลางเดินนำทาง ตลอดทางเดินที่ปูด้วยพรมกำมะหยี่สีแดง พนักงานบาร์เทนเดอร์และเด็กเสิร์ฟที่เคยทำงานที่นี่มานานต่างพากันหยุดมองหญิงสาวผู้มาเยือนด้วยความตกตะลึง เสียงซุบซิบดังขึ้นเบา ๆ ราวกับเสียงผึ้งแตกรัง “นั่น... เพียงรักเหรอ?” “สวยชิบหาย ใช่คนเดียวกับที่เคยท้องโต ๆ คนนั้นจริงเหรอวะ?” “หุ่นโคตรดี อย่างกับดารา” น้ำอุ่นได้ยินทุกคำพูด แต่เธอเลือกที่จะทำหูทวนลม เชิดหน้าเดินตรงไปข้างหน้าอย่างมั่นคง แม้ภายในใจจะเต้นรัวด้วยความประหม่าที่ต้องกลับมาเหยียบสถานที่ที่เป็นจุดเริ่มต้นของความอัปยศในอดีตของเจ้าของร่าง แต่ภายนอกเธอคือ ผู้อำนวยการฝ่าย PR ผู้เก่งกาจ จะให้ใครเห็นความอ่อนแอไม่ได้เด็ดขาด ณ ห้องรับรองโซนไดมอนด์ ประตูไม้บานใหญ่แกะสลักลวดลายวิจิตรถูกเปิดออก เผยให้เห็นห้องโถงกว้างขวางที่ตกแต่งด้วยสไตล์บารอกหรูหรา โซฟาหนังแท้สีดำชุดใหญ่วางอยู่กลางห้อง และบนโซฟานั้นราชสีห์เจ้าของถิ่นกำลังนั่งรอเหยื่อของเขาอยู่ สิบทิศนั่งไขว่ห้างพิงพนักโซฟา มือข้างหนึ่งถือแก้ววิสกี้ อีกข้างวางพาดไปตามพนักพิง สายตาคมกริบจ้องมองไปที่ประตูทันทีที่มันถูกเปิดออก และวินาทีที่น้ำอุ่นก้าวเข้ามา ลมหายใจของมาเฟียหนุ่มก็สะดุดกึก ภาพที่ปรากฏในสายตาไม่ใช่ ‘ผู้หญิงเจ้ามารยา’ ท้องโย้ที่เขาเคยรังเกียจ แต่คืออิสตรีที่สวยงามหยดย้อยจนน่าตะลึง เรือนผมสีชานมดัดลอนคลายสยายเต็มแผ่นหลังนวลเนียน ชุดสูทสีดำที่รัดรึงไปทุกสัดส่วนขับเน้นส่วนเว้าส่วนโค้งให้เด่นชัดอย่างน่าใจหาย อกเป็นอก เอวเป็นเอว สะโพกกลมกลึงที่ส่ายไหวเบา ๆ ตามจังหวะการเดินนั้นดึงดูดสายตาของเขาให้มองตามอย่างไม่อาจห้ามใจได้ ความทรงจำในอดีต สิบทิศจำได้แค่ว่าเพียงรักเป็นผู้หญิงรูปร่างธรรมดา ๆ ที่ชอบใส่เสื้อผ้ารัดรูปปกปิดร่างกาย แต่ตอนนี้ผู้หญิงตรงหน้ากลับดู ‘เต็มไม้เต็มมือ’ และเย้ายวนไปทุกอณูขุมขน กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่ลอยฟุ้งมากระทบจมูกไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมเชย ๆ แบบเดิม แต่เป็นกลิ่นกุหลาบผสมวนิลาที่หอมหวานและยั่วยวนอารมณ์ดิบเถื่อนให้ตื่นตัว สิบทิศเผลอกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่โดยไม่รู้ตัว ความคิดชั่วร้ายผุดขึ้นในสมอง ‘ซ่อนรูปขนาดนี้เชียวเหรอ’ “มองพอหรือยังคะ?” เสียงเย็นชาของน้ำอุ่นดึงสติของเขากลับมา เธอหยุดยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะรับแขก วางกระเป๋าถือลง แล้วกอดอกมองเขาด้วยสายตาตำหนิ สิบทิศกระแอมไอเบา ๆ กลบเกลื่อนอาการเสียอาการ เขาปรับท่านั่งให้ดูน่าเกรงขามดังเดิม แต่สายตายังคงโลมเลียไปตามเรือนร่างของเธออย่างเปิดเผย “ก็แค่มองดูสินค้า” เขาเหยียดยิ้มร้ายมุมปาก “ว่าคุ้มค่ากับเงิน 500 ล้านที่ฉันจ่ายไปหรือเปล่า” “ฉันไม่ใช่สินค้า” น้ำอุ่นสวนกลับทันควัน นั่งลงบนโซฟาฝั่งตรงข้ามด้วยท่วงท่ามั่นคง ขาเรียวสวยไขว่ห้างขึ้น กระโปรงผ่าข้างร่นขึ้นเผยให้เห็นต้นขาขาวเนียนวูบหนึ่งจนสิบทิศตาเป็นมัน “ฉันคือคนดูแลทางธุรกิจของคุณ กรุณาให้เกียรติกันด้วย” เธอพูดต่อ พลางหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาเปิด “เริ่มประชุมกันเลยไหมคะ? ฉันมีเวลาให้คุณแค่ 1 ชั่วโมง” “รีบไปไหน?” สิบทิศถามเสียงขุ่น ไม่ชอบใจที่เธอทำเหมือนไม่อยากอยู่ใกล้เขา “ฉันมีงานอื่นต้องทำ ไม่ได้ว่างนั่งจิบเหล้ากลางวันแสก ๆ เหมือนใครบางคน” เธอเหน็บแนมเจ็บแสบโดยที่สีหน้าไม่เปลี่ยน สิบทิศวางแก้วเหล้าลงกระแทกโต๊ะเสียงดัง โน้มตัวเข้ามาใกล้เธอ แววตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย “ปากดีจังนะ ตอนอยู่บนเตียงจะปากดีแบบนี้หรือเปล่า?” คำพูดหยาบคายทำให้น้ำอุ่นชะงัก เธอกำปากกาในมือแน่น พยายามข่มอารมณ์โกรธที่พุ่งพล่าน แต่แทนที่จะโวยวาย เธอกลับคลี่ยิ้มเย็น รอยยิ้มที่ทำให้สิบทิศรู้สึกหนาว ๆ ร้อน ๆ “ขอโทษนะคะคุณสิบทิศ...” เธอมองเขาด้วยสายตาดูแคลน “เรื่องบนเตียงเนี่ย ฉันลืมไปหมดแล้วค่ะ เพราะมันไม่ได้น่าจดจำขนาดนั้น” เปรี้ยง! เหมือนโดนตบหน้ากลางสี่แยก สิบทิศหน้าตึงขึ้นมาทันที เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ผู้หญิงคนนี้กล้าดียังไงมาวิจารณ์ลีลารักของเขาว่า ‘ไม่น่าจดจำ’! “ลืมงั้นเหรอ?” เขาคำรามเสียงต่ำ ลุกขึ้นยืนแล้วเดินอ้อมโต๊ะมายืนค้ำหัวเธอ “งั้นเดี๋ยวฉันจะช่วยรื้อฟื้นให้ เอาไหม?” น้ำอุ่นไม่ถอยหนี เธอแหงนหน้ามองเขาอย่างท้าทาย “ถ้าคุณแตะต้องตัวฉันแม้แต่ปลายเล็บ สัญญาเป็นอันโมฆะ และฉันจะฟ้องคุณข้อหาล่วงละเมิดทางเพศ เอาสิคะ อยากลองไหม?” ทั้งสองจ้องตากันอย่างไม่มีใครยอมใคร ไฟปรารถนาที่คุกรุ่นอยู่ในดวงตาของสิบทิศ ปะทะกับกำแพงน้ำแข็งในดวงตาของน้ำอุ่น บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบจะจุดไฟติด สุดท้าย สิบทิศเป็นฝ่ายหัวเราะออกมาเบา ๆ เขาถอยหลังกลับไปนั่งที่เดิม แต่สายตายังคงจดจ้องที่เนินอกอวบอิ่มของเธอไม่วางตา “เก่ง... เก่งมาก” เขายกมือยอมแพ้แบบกวน ๆ “โอเค คุยเรื่องงาน” น้ำอุ่นลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก เธอเริ่มพรีเซนต์แผนงาน PR ที่เตรียมมาอย่างมืออาชีพ น้ำเสียงที่ใช้ราบเรียบ ชัดเจน และฉะฉาน แสดงให้เห็นถึงกึ๋นและความสามารถที่อัดแน่น “สำหรับคอนเซปต์ของ The Empire Complex เราจะเน้นภาพลักษณ์ Luxury Lifestyle ที่เข้าถึงได้...” ขณะที่เธอกำลังอธิบายกราฟและตัวเลขบนหน้าจอ สิบทิศแทบไม่ได้ฟังเนื้อหาเลย หูของเขาได้ยินเสียงหวาน ๆ ของเธอ แต่ตาของเขากลับโฟกัสไปที่ริมฝีปากอวบอิ่มที่ขยับเจรจา ลำคอระหงที่ขาวผ่อง และหน้าอกที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ ความรู้สึก ‘อยากครอบครอง’ รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนปวดหนึบ เขาเคยทิ้งขว้างเธอไปเพราะคิดว่าเป็นของตายไร้ค่า แต่ตอนนี้เธอกลายเป็นเพชรเม็ดงามที่ส่องประกายเจิดจ้า และยิ่งเธอทำตัวเย็นชาและห่างเหิน มันยิ่งกระตุ้นสัญชาตญาณนักล่าในตัวเขาให้อยากจะกระชากหน้ากากนางพญานั้นออก แล้วทำให้เธอร้องครวญครางใต้ร่างเขาเหมือนในอดีต “...คุณสิบทิศ? คุณสิบทิศ!” เสียงเรียกชื่อดังขึ้นทำลายภวังค์ สิบทิศสะดุ้งเล็กน้อย เงยหน้ามองน้ำอุ่นที่กำลังขมวดคิ้วมองเขา “ฟังอยู่หรือเปล่าคะ?” “ฟัง...” เขาโกหกหน้าตาย “ฉันแค่กำลังคิดว่า ชุดนี้ของเธอ มันดูเกะกะสายตาไปหน่อย” “คะ?” น้ำอุ่นก้มมองชุดตัวเอง “ชุดนี้ของฉันมันไปกระแทกตาคุณตรงไหน” “มันปิดมิดชิดเกินไป” สิบทิศยิ้มมุมปาก สายตาโลมเลีย “ครั้งหน้า ใส่ให้มันน้อยชิ้นกว่านี้หน่อยสิ ฉันจะได้มีสมาธิทำงานมากขึ้น” น้ำอุ่นปิดแท็บเล็ตเสียงดัง ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าสวยบึ้งตึงด้วยความไม่พอใจสุดขีด “ฉันมาขายสมองค่ะ ไม่ได้มาขายตัว ถ้าคุณยังไม่เลิกพูดจาคุกคามทางเพศแบบนี้ การประชุมวันนี้จบแค่นี้ดีกว่าค่ะ!” เธอกวาดของลงกระเป๋าเตรียมจะเดินหนี แต่สิบทิศไวกว่า เขาพุ่งตัวเข้ามาขวางทางเธอไว้ ร่างสูงใหญ่กักขังเธอไว้กับขอบโต๊ะ “จะรีบไปไหน เรายังไม่ได้คุยเรื่องสำคัญกันเลย” เขาเอ่ยเสียงพร่า ก้มลงมาจนรู้สึกได้ถึงลมหายใจที่เบารินรดแก้ม “เรื่องอะไรอีก?” น้ำอุ่นถามเสียงแข็ง พยายามเบี่ยงหน้าหนี “เรื่องลูก...” สิบทิศกระซิบคำนั้นข้างหูเธอ กลิ่นกายชายหนุ่มหอมกรุ่นจนน้ำอุ่นใจสั่น “เจษบอกว่า เด็กคนนั้นหน้าเหมือนฉัน?” น้ำอุ่นตัวแข็งทื่อ ความกลัวแล่นพล่านเข้ามาจับขั้วหัวใจอีกครั้ง เธอหันขวับมาจ้องหน้าเขา “เขาหน้าเหมือนฉัน ไม่มีความเหมือนคุณสักนิด!” เธอโกหกคำโตทั้งที่รู้ว่าฟังไม่ขึ้น “งั้นเหรอ?” สิบทิศยิ้มเยาะ ยกมือขึ้นจับปอยผมทัดหูให้เธออย่างถือวิสาสะ ปลายนิ้วสัมผัสโดนใบหูนิ่มทำให้น้ำอุ่นสะดุ้ง “งั้นเย็นนี้ ฉันจะไปพิสูจน์ด้วยตาตัวเองที่บ้านเธอ” “ไม่ได้นะ!” น้ำอุ่นแหวลั่น “ห้ามไปยุ่งกับลูกฉัน” “ทำไมจะไม่ได้?” สิบทิศเลิกคิ้ว “ในฐานะเจ้านายที่แสนดี ฉันก็ควรจะไปเยี่ยมความเป็นอยู่ของลูกน้องคนโปรดไม่ใช่เหรอ? หรือเธอมีความลับอะไรซ่อนอยู่ที่บ้าน?” น้ำอุ่นกัดริมฝีปากจนเจ็บ เธอรู้ว่าเธอกำลังจนมุม ผู้ชายคนนี้กัดไม่ปล่อย “คุณต้องการอะไรกันแน่สิบทิศ?” เธอถามเสียงเครือ แววตาที่เคยแข็งกร้าวเริ่มสั่นไหวด้วยความอัดอั้น สิบทิศมองแววตานั้น ความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ภายใต้เกราะกำบังที่แข็งแกร่ง มันทำให้เขารู้สึก เอ็นดู? ไม่สิ มันคือความรู้สึกอยากแกล้ง อยากต้อนให้จนมุม เขาขยับหน้าเข้าไปใกล้ จนริมฝีปากแทบจะสัมผัสกัน “ฉันต้องการ ทุกอย่างที่เป็นของฉันคืน” เขาประกาศเจตนารมณ์เสียงหนักแน่น “ทั้งลูก... และแม่ของลูก” น้ำอุ่นเบิกตากว้าง หัวใจเต้นรัวแรงด้วยความตกใจและความรู้สึกบางอย่างที่เธอพยายามกดทับมันไว้ลึกสุดใจ ก่อนที่สิบทิศจะทันได้ทำอะไรมากไปกว่านั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ก๊อก ก๊อก ก๊อก “นายครับ แขกวีไอพีมาถึงแล้วครับ” เสียงเจษดังมาจากด้านนอก สิบทิศถอนหายใจแรงอย่างขัดใจ ผละออกจากร่างนุ่มนิ่มอย่างเสียดาย เขาจัดเสื้อสูทให้เข้าที่ แล้วหันมามองน้ำอุ่นที่รีบถอยห่างไปยืนอีกฝั่งของห้อง “วันนี้รอดตัวไปนะ” เขาชี้หน้าคาดโทษ “แต่จำไว้เพียงรัก เกมนี้เพิ่งจะเริ่ม และฉันจะเป็นคนกำหนดกติกาเองทั้งหมด” พูดจบเขาก็เดินไปที่ประตู แต่ก่อนจะออกไป หันกลับมาทิ้งท้ายด้วยสายตาที่ทำให้น้ำอุ่นรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งตัว “อ้อ... วันนี้เธอสวยมาก สวยจนฉันอยากจะกระชากชุดบ้านั่นออกให้รู้แล้วรู้รอด” ปัง! ประตูปิดลง ทิ้งให้น้ำอุ่นยืนตัวสั่นเทาอยู่กลางห้อง ขาแข้งอ่อนแรงจนต้องทรุดนั่งลงบนโซฟา มือบางยกขึ้นทาบแก้มที่ร้อนผ่าว “ไอ้บ้า! ไอ้คนหยาบคาย! ไอ้...” เธอสบถด่าเขาไล่หลัง แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นแรงไม่หยุด ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสัมผัสเมื่อครู่และสายตาที่เขามองมา มันปลุกเร้าความรู้สึกบางอย่างในร่างกายของ ‘เพียงรัก’ ให้ตื่นขึ้น ความเกลียดชังยังคงอยู่ แต่ความปรารถนาลึก ๆ ที่ซ่อนเร้นใน DNA ของร่างกายนี้ ก็รุนแรงไม่แพ้กัน น้ำอุ่นสูดหายใจลึก พยายามเรียกสติกลับคืนมา “ไม่ได้... ห้ามหวั่นไหวเด็ดขาดน้ำอุ่น เขาคือศัตรู เขาคือตัวอันตรายที่จะมาพรากลูกไป” เธอลุกขึ้นคว้ากระเป๋า เดินไปที่กระจกบานใหญ่ ตรวจเช็กความเรียบร้อยของเสื้อผ้าและหน้าผม เติมลิปสติกสีแดงให้สดชัดอีกครั้ง แววตาในกระจกเปลี่ยนกลับมาเป็นนางพญาผู้เย็นชา “อยากได้คืนงั้นเหรอ ฝันไปเถอะ!” เธอมองเงาตัวเองในกระจกอย่างมุ่งมั่น ก่อนจะเดินเชิดหน้าออกจากห้องนั้นไป พร้อมที่จะทำสงครามประสาทกับอดีตสามีจอมวายร้าย ในยกต่อไป!
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม