ตอนที่ 2 สามีใจร้าย

1985 คำ
ความเงียบงันที่โรยตัวลงมาปกคลุมห้องพักฟื้นผู้ป่วยวีไอพีนั้นหนาหนักและอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ราวกับว่าอากาศภายในห้องถูกสูบออกไปจนหมดสิ้นทันทีที่สิ้นเสียงประกาศกร้าวของร่างบางบนเตียง สิบทิศยืนนิ่งงัน ร่างสูงใหญ่ประหนึ่งกำแพงหินผาแข็งทื่อไปชั่วขณะ ด้วยความคาดไม่ถึง วาจาขับไล่ไสส่งที่หลุดออกมาจากปากของหญิงสาวที่เคยศิโรราบให้เขามาตลอด เปรียบเสมือนหมัดหนัก ๆ ที่สวนเข้าปลายคางจนเขาตั้งตัวไม่ติด แต่นั่นเป็นเพียงอาการชะงักงันชั่ววูบ ก่อนที่พายุโทสะลูกใหม่จะก่อตัวขึ้นรวดเร็วยิ่งกว่าเดิม “หึ...” เสียงแค่นหัวเราะในลำคอดังขึ้น เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน หากแต่เต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม มุมปากหยักลึกของชายหนุ่มกระตุกยิ้มร้ายกาจ เขาขยับตัวก้าวเข้ามาประชิดขอบเตียงอีกครั้ง คราวนี้รัศมีอำมหิตแผ่ซ่านออกมารุนแรงจนพยาบาลสาวที่ยืนตัวสั่นอยู่มุมห้องต้องรีบก้มหน้าหลบสายตา “เล่นละครบทใหม่เหรอ เพียงรัก?” สิบทิศเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่กดลึก ร่างสูงโน้มลงมา ใช้แขนแกร่งทั้งสองข้างคร่อมร่างของคนป่วยไว้ กักขังเธอให้อยู่ในอาณาเขตของเขา ดวงตาคมวาวโรจน์จ้องมองลึกลงไปในดวงตากลมโตคู่สวยอย่างจับผิด “คราวก่อนแกล้งล้ม คราวนี้แกล้งจมน้ำเพื่อเรียกร้องความสนใจ พอไม่ได้ผลก็เปลี่ยนมาเล่นบทนางเอกผู้หยิ่งผยองงั้นสิ? คิดว่าทำแบบนี้แล้วฉันจะสนใจ? คิดว่าฉันจะมองว่าเธอมีค่าขึ้นมาหรือไง!” ถ้อยคำบริภาษที่สาดซัดใส่หน้าไม่ได้ทำให้แววตาของน้ำอุ่นสั่นไหวแม้แต่น้อย เธอมองการข่มขู่ของเขาด้วยสายตาว่างเปล่า... ว่างเปล่าจนน่าใจหาย สำหรับน้ำอุ่น ผู้ชายตรงหน้าไม่ได้น่าเกรงขามเลยสักนิด เขาก็แค่หมาบ้าที่เห่าเสียงดังเพื่อกลบเกลื่อนความพ่ายแพ้ในใจ เธอยกมือขึ้นกอดอก ปกป้องหน้าท้องนูน ๆ ของตัวเองโดยสัญชาตญาณ ก่อนจะเงยหน้าสบตาเขาตรง ๆ ริมฝีปากอิ่มสวยคลี่ยิ้มจาง ๆ เป็นรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา “คุณดูมั่นใจในตัวเองจังเลยนะคะ คุณสิบทิศ” น้ำเสียงของเธอราบเรียบ ไม่สะทกสะท้าน “คิดว่าโลกทั้งใบหมุนรอบตัวคุณหรือไง? คิดว่าผู้หญิงทุกคนบนโลกต้องยอมตายเพื่อขอความรักจากคุณงั้นเหรอ?” “ปากเก่งขึ้นเยอะนี่” สิบทิศกัดฟันกรอด นิ้วแกร่งเชยคางมนของเธอขึ้นมาบีบแน่น บังคับให้แหงนหน้ามองเขา “แต่เสียใจด้วยนะ ที่ฉันไม่ได้โง่พอจะหลงกลตื้น ๆ ของเธออีก ยิ่งเธอทำแบบนี้ ฉันยิ่งขยะแขยง!” ความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาที่ปลายคาง แต่น้ำอุ่นไม่ร้องสักแอะ เธอใช้มือปัดมือของเขาออกอย่างไม่ไยดี การกระทำที่แสนจะอุกอาจนั้นทำให้สิบทิศผงะไปอีกครั้ง “ถ้าขยะแขยงมาก... ก็ปล่อยสิคะ” น้ำอุ่นเอ่ยเสียงเรียบ ขยับตัวจัดท่าทางให้นั่งสบายขึ้น ก่อนจะเอ่ยประโยคถัดมาด้วยน้ำเสียงที่ชัดเจน หนักแน่น และเด็ดขาดที่สุดเท่าที่ร่างนี้เคยพูดมา “เราหย่ากันเถอะ” คำว่า ‘หย่า’ ดังก้องสะท้อนไปมาในความเงียบราวกับเสียงระเบิด สิบทิศนิ่งค้างไปอีกครั้ง คราวนี้เขาตกตะลึงอย่างแท้จริง คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนเป็นปม เขาหูฝาดไปหรือเปล่า? ผู้หญิงที่วางยามอมเหล้าเขา ยอมเอาตัวเข้าแลก ยอมโดนตราหน้าว่าเป็นเมียแต่งที่ไร้ค่า เพียงเพื่อจะได้ใช้นามสกุล ‘เกื้อสกุล’ ของเขา วันนี้กลับเป็นฝ่ายเอ่ยปากขอหย่าเอง? “เธอว่าอะไรนะ?” เขาถามย้ำ เสียงลอดไรฟัน “ฉันบอกว่า หย่า-กัน-เถอะ ค่ะ” น้ำอุ่นเน้นทีละคำอย่างชัดถ้อยชัดคำ ดวงตาคู่สวยฉายแววเบื่อหน่ายเต็มทน “ในเมื่อคุณก็เกลียดฉันเข้าไส้ ส่วนฉันเอง...” เธอเว้นจังหวะ กวาดสายตามองใบหน้าหล่อเหลาของเขาตั้งแต่หน้าผากจรดปลายคาง ก่อนจะแค่นยิ้มมุมปาก “...ฉันเองตอนนี้ ก็ไม่ได้รู้สึกพิศวาสอะไรในตัวคุณอีกแล้ว ออกจะรำคาญด้วยซ้ำที่ต้องมาทนฟังคุณเห่า เอ๊ย! บ่นด่าอยู่ได้ทุกวี่ทุกวัน สู้ต่างคนต่างอยู่ ให้มันจบ ๆ กันไปไม่ดีกว่าเหรอคะ?” “นี่เธอ...” สิบทิศชี้หน้าเธอด้วยความโกรธจัดที่ถูกเปรียบเปรยเหมือนสุนัข แต่ในความโกรธนั้นกลับมีความสับสนปะปนอยู่มหาศาล เขาพยายามมองหาแววตาลอกแลกหรือท่าทีลังเลของเธอ แต่กลับพบเพียงความแน่วแน่ดุจหินผา “จะมาไม้อะไรอีก? จะเรียกร้องเงินเพิ่มงั้นสิ?” เขาเหยียดยิ้มหยัน พยายามดึงเกมกลับมาเป็นของตัวเอง “คงกะจะฟันกำไรก้อนโตก่อนไปสินะ 50 ล้าน? หรือ 100 ล้าน? บอกตัวเลขมาเลยดีกว่า อย่ามาลีลาชักแม่น้ำทั้งห้า!” น้ำอุ่นถอนหายใจยาวพรืดอย่างสุดจะทน กลอกตามองบนอย่างไม่รักษาภาพพจน์กุลสตรี ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเอือมระอา “เก็บเงินของคุณไว้รักษาอาการหลงตัวเองเถอะค่ะ ฉันไม่ต้องการ” “ว่าไงนะ?” “ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องเหรอคะ? ฉันบอกว่า ฉัน-ไม่-เอา-เงิน” น้ำอุ่นย้ำเสียงแข็ง แววตาแข็งกร้าวขึ้น “ฉันขอแค่เซ็นใบหย่า แล้วต่างคนต่างไป ฉันจะออกจากคอนโดของคุณ ส่วนลูก...” มือบางลูบหน้าท้องนูนเบา ๆ สายตาที่มองลูกอ่อนโยนลงวูบหนึ่ง ก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวเมื่อมองหน้าพ่อของลูก “ฉันจะเลี้ยงของฉันเอง คุณไม่ต้องมารับผิดชอบ ไม่ต้องส่งเสีย และไม่ต้องมาเสนอหน้าแสดงความเป็นพ่อในวันที่เขาโตขึ้นด้วย เพราะในเมื่อคุณไม่ต้องการเขาตั้งแต่แรก ก็ให้มันเป็นแบบนั้นตลอดไปเถอะค่ะ” สิบทิศยืนนิ่งงันเป็นรูปปั้นหิน ความคิดในหัวตีกันยุ่งเหยิง นี่มันผิดคาดไปหมด เขาเตรียมใจมาเพื่อด่าทอ เตรียมเช็คมาฟาดหัวเธอให้เงียบปาก แต่กลับกลายเป็นว่าเขาถูกเธอตอกกลับจนหน้าชา แถมยังปฏิเสธเงินก้อนโตที่ใคร ๆ ก็อยากได้ “เธอแน่ใจนะที่พูดมันออกมาแบบนี้” สิบทิศถามเสียงต่ำ แววตาหรี่ลงอย่างอันตราย “ออกจากชีวิตฉันตัวเปล่า ไม่มีเงิน ไม่มีงาน แถมยังมีมารหัวขนติดท้องไปอีก คิดว่าจะรอดได้สักกี่วัน? สุดท้ายก็ต้องซมซานกลับมาขอเศษเงินฉันอยู่ดี!” น้ำอุ่นกำหมัดแน่นใต้ผ้าห่ม คำดูถูกนั้นจุดไฟโทสะในใจเธอให้ลุกโชน แต่มันกลับกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่ทำให้เธอฮึดสู้ เธอเชิดหน้าขึ้น จ้องตาเขาอย่างไม่ลดละ “นั่นมันเรื่องของฉันค่ะ ฉันจะมีปัญญาเลี้ยงลูกไหม จะอดตายหรือเปล่า มันก็ชีวิตของฉัน ไม่ใช่กงการอะไรของคุณ หน้าที่ของคุณมีแค่เซ็นชื่อลงในกระดาษแผ่นเดียว แล้วก็ไสหัวไปเสวยสุขกับชีวิตโสดของคุณซะ!” บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบขาดผึง สองสายตาประสานกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ไฟโทสะของสิบทิศปะทะกับกำแพงน้ำแข็งของน้ำอุ่น สุดท้าย สิบทิศเป็นฝ่ายหัวเราะออกมา เสียงหัวเราะที่แห้งแล้งและเย็นชา “ดี... ดีมาก!” เขาตบมือสองสามทีด้วยท่าทีกวนประสาท “ในเมื่อเธอต้องการแบบนี้ ฉันก็จะสงเคราะห์ให้! อย่ามาเสียใจทีหลังก็แล้วกัน เพราะคนอย่างสิบทิศ ให้โอกาสใครแค่ครั้งเดียว!” “ขอบคุณค่ะ ที่กรุณา” น้ำอุ่นตอบรับทันควัน น้ำเสียงประชดประชันไม่แพ้กัน สิบทิศหันขวับไปทางลูกน้องคนสนิทที่ยืนรออยู่หน้าประตูห้องมาสักพักแล้ว “เจษ! ไปเตรียมเอกสารการหย่ามาเดี๋ยวนี้ เอาให้ละเอียดที่สุด ระบุไปเลยว่าเธอไม่ขอรับสินสมรสและค่าเลี้ยงดูแม้แต่บาทเดียว!” “คะ... ครับนาย” เจษรับคำอย่างงง ๆ รีบวิ่งออกไปจัดการตามคำสั่ง สิบทิศหันกลับมามองหญิงสาวบนเตียงอีกครั้ง ดวงตาคมกริบกวาดมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ราวกับจะจดจำภาพผู้หญิงอวดดีคนนี้ไว้เป็นครั้งสุดท้าย “รีบรักษาตัวให้หาย แล้วไสหัวออกจากคอนโดฉันให้เร็วที่สุด ฉันไม่อยากให้กลิ่นสาบของเธอติดอยู่ที่นั่นนานไปกว่านี้” “ไม่ต้องห่วงค่ะ” น้ำอุ่นสวนกลับทันที รอยยิ้มเย็นเยียบแต้มที่มุมปาก “ทันทีที่หมออนุญาต ฉันจะไปทันที เสื้อผ้าข้าวของที่คุณเคยซื้อให้ ฉันจะไม่เอาไปแม้แต่ชิ้นเดียว ถือว่าทำบุญล้างซวย!” “เพียงรัก!!” สิบทิศตวาดลั่น เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความโกรธจัด เขาไม่เคยถูกผู้หญิงคนไหนฉีกหน้าขนาดนี้มาก่อน ยิ่งเป็นผู้หญิงที่เคยสยบแทบเท้าเขายิ่งทำให้ศักดิ์ศรีของมาเฟียหนุ่มถูกเหยียบย่ำแต่ก่อนที่เขาจะทันได้พุ่งเข้าไปบีบคอเธอ ประตูห้องก็เปิดออกอีกครั้ง พร้อมกับคุณหมอเจ้าของไข้และพยาบาลอีกสองคนที่เดินเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกกับเสียงตะโกน “เอ่อ... ขอโทษนะครับ ญาติคนไข้กรุณาลดเสียงลงหน่อยครับ คนไข้เพิ่งฟื้น ต้องการการพักผ่อนและความเครียดอาจส่งผลกระทบต่อเด็กในครรภ์นะครับ” คุณหมอเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงเกรงใจแต่ก็จริงจัง สิบทิศชะงัก สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์ เขาปรายตามองหน้าท้องนูนของน้ำอุ่นแวบหนึ่ง ก่อนจะสะบัดหน้าหนีอย่างหงุดหงิด “ฝากไว้ก่อนเถอะ” เขาชี้หน้าคาดโทษ “เซ็นใบหย่าเมื่อไหร่ เธอได้ตายสมใจแน่!” พูดจบร่างสูงใหญ่ก็หมุนตัวเดินออกจากห้องไป เสียงประตูปิดลงดังจนกรอบรูปบนผนังสะเทือน ความเงียบกลับคืนสู่ห้องพักฟื้นอีกครั้ง... น้ำอุ่นถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ร่างกายที่เกร็งเขม็งมาตลอดค่อย ๆ ผ่อนคลายลง ไหล่บางลู่ลงพิงกับพนักเตียงอย่างหมดแรง การปะทะคารมกับผู้ชายบ้าอำนาจอย่างสิบทิศใช้พลังงานมากกว่าการพรีเซนต์งานให้ลูกค้าเสียอีก “คุณเพียงรัก เป็นอะไรไหมคะ?” พยาบาลคนเดิมเดินเข้ามาถามด้วยความเป็นห่วง สีหน้าของเธอยังคงตกใจกับเหตุการณ์เมื่อครู่ น้ำอุ่นส่ายหน้าเบา ๆ ยกมือขึ้นกุมหน้าท้องตัวเอง สัมผัสถึงจังหวะหัวใจดวงน้อยที่เต้นตุบ ๆ อยู่ภายใน ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มออกมา คราวนี้เป็นรอยยิ้มที่มาจากใจจริง รอยยิ้มแห่งชัยชนะ “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันโอเค” เธอตอบเสียงเบา แต่ดวงตาเป็นประกายวาววับ “ดีกว่าที่คิดไว้เยอะเลย” เธอทำสำเร็จแล้ว ก้าวแรกของการปลดแอกตัวเองออกจากพันธนาการเฮงซวยนี้ ถึงแม้หนทางข้างหน้าจะลำบาก ถึงจะต้องเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ไม่มีเงินถุงเงินถัง แต่สำหรับน้ำอุ่นคนนี้ อิสรภาพและศักดิ์ศรีมีค่ามากกว่าเงินทองของนายมาเฟียนั่นเป็นไหน ๆ “เตรียมตัวไว้นะลูกรัก” เธอกระซิบกับหน้าท้องตัวเองเบา ๆ “แม่จะพาหนูไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ ชีวิตที่เราจะเป็นคนกำหนดเอง ไม่ต้องรอให้ใครมาบัญชา!” แววตาของหญิงสาวบนเตียงทอประกายมุ่งมั่น เด็ดเดี่ยว และทรงพลัง ราวกับนกฟีนิกซ์ที่พร้อมจะสยายปีกบินขึ้นจากกองเถ้าถ่านแห่งความเจ็บปวด เพื่อไปสู่ท้องฟ้าที่กว้างใหญ่กว่าเดิม
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม