อธิปมีงานสำคัญที่ว่าคือเขาจะต้องมาร่วมงานเปิดตัวบริษัทวางระบบคอมพิวเตอร์และโปรแกรมของ ดร.ศิวัชผู้เป็นบิดา ซึ่งงานจะมีในวันรุ่งขึ้นชายหนุ่มเกรงว่าหากปล่อยกรรณิการ์ไว้ที่ระนอง อาจจะมีปัญหากระทบกระทั่งกับกลุ่มเพื่อนเก่าอีก เขาจึงพาผู้ช่วยคนใหม่ติดสอยห้อยตามมาด้วย
ชายหนุ่มมาถึงบ้านของบิดามารดาในตอนเที่ยงคืนเศษ อรุณีมาลาให้คนจัดห้องให้กรรณิการ์ไว้แล้วตามคำบอกของลูกชาย ซึ่งพอมาถึงฝ่ายเจ้าของบ้านก็ให้คนพาหญิงสาวแยกขึ้นไปพักผ่อนได้เลย
“ยังไงล่ะเรา ถึงพาน้องมาด้วย”
อรุณีมาลาถามลูกชายที่นานๆ จะได้มีโอกาสมานั่งคุยกันสักที เหตุเพราะเจ้าตัวอ้างว่างานยุ่งมาก มากจนไม่มีเวลามาหาพ่อและแม่สักทีแต่วันนี้จู่ ๆ ก็มาแถมพาสาวมาด้วย
“ไม่มีอะไรหรอกแม่ ผมแค่ไม่อยากให้กรรณอยู่โน่นแล้วมีปัญหากับพวกเป็กกี้น่ะครับ” ชายหนุ่มไม่ได้เล่าเรื่องอะไรมาก เพราะรู้อยู่แล้วว่ามารดาต้องรู้มาจากคนอื่นเรียบร้อย ว่าตอนนี้บ้านที่ระนองเป็นอะไรอย่างไร
“นั่นก็อีกคน ตกลงเขาจะกลับมาวอแวกับเราทำไมนะต้นกล้า หรือว่าลูกไปให้ความหวังอะไรเขา” อรุณีมาลาไม่ชอบใจเพื่อนสาวกลุ่มนี้ของลูกชายนัก ระยะหลังเธอเริ่มได้ยินข่าวซุบซิบในงานสังคมว่าทางครอบครัวของพิรัลพัชรให้ข่าวจะกลับไปคบหากับอธิปอีกครั้งในฐานะคนรัก หลังจากที่แยกย้ายกันไปเติบโตมาระยะหนึ่ง
‘เป็นต้นไม้หรือยังไง ถึงต้องแยกกันไปเติบโต ใส่ปุ๋ยคอกด้วยไหมล่ะ’
นางเคยค่อนขอดอดีตคนรักของลูกชาย ตอนนั้นศิวัชผู้เป็นสามีได้ยินเข้าก็ยังหัวเราะไปหลายวัน
“ไม่หรอกครับแม่ ผมมันก็แค่นายหัวอยู่บ้านนอกคอกนา ไม่มีใครเขาอยากทิ้งชีวิตในเมืองมาอยู่ด้วยหรอก” อธิปหัวเราะเบาๆ พลางกอดเอวมารดาเตรียมพาท่านไปส่งบนห้องนอน
“อ๊ะ... นั่นไอ้หนุ่มที่ไหนมากอดเมียเราน่ะ” เสียงใครดังขึ้นมาพร้อมกับเสียงฝีเท้าที่ก้าวลงบันได
“เมียพ่อแต่นี่แม่ผม” เขาแกล้งว่าทำให้ชายวัยห้าสิบเศษแกล้งทำสีหน้าถมึงทึง
“ไปหาแฟนมากอดได้แล้วไป๊... ต้นกล้า พ่อให้ยืมแม่กอดหลายปีแล้ว”
“โธ่... พ่อแม่จะเร่งผมมีแฟนไปถึงไหน ผมยังอายุไม่ถึงสามสิบเลยนะครับ”
“อ้าว เห็นพาน้องกรรณมานึกว่าจะมีข่าวดี นี่พ่อกับแม่ตอนแรกว่าจะไปแก้บนที่เขาสามมุกแล้วนะ ว่าลูกหาแฟนได้แล้ว” ศิวัชแกล้งพูดหน้าตาเฉย
“ข่าวดงข่าวดีอะไรพ่อ น้องกรรณเป็นเลขาผมวันนี้ผมก็แค่พกน้องมาทำงานด้วยกันแค่นั้นเอง พ่ออย่าชงไม่สำเร็จหรอก” เขาดักคอ
ศิวัชหันไปทำหน้าเซ็งที่ถูกรู้ทันกับภรรยา แต่อรุณีมาลาหัวเราะเบาๆ ความที่เป็นแม่ทำให้รู้ว่าลูกชายทำอะไรที่แปลกไปจากเดิม หากเป็นคนอื่นอธิปเคยสนใจที่ไหนว่าลูกน้องจะไปมีเรื่องอะไรกับใครหรือไม่ อย่างมากเขาก็สั่งคนทางนั้นที่มีเยอะแยะให้ช่วยดู ไม่เห็นเคยให้ใครติดสอยห้อยตามมาขนาดนี้สักที
“เราคงลุ้นไม่ขึ้นแล้วล่ะออ พี่ว่าเราขึ้นนอนกันเถอะ เปลี่ยนจากไปแก้บนที่เขาสามมุขเป็นหาที่บนเพิ่มดีกว่า”
“นั่นสิคะ ที่ไหนดีพี่วัช ออว่าคราวนี้เราควรเปลี่ยนไปมูสายพญานาคดีไหม” อรุณีมาลาเออออด้วย
“พี่ว่าก็ดีเหมือนกัน หรือว่าจะไปศาลเจ้าแม่งูดี แค่พระรามสองเองไม่ต้องออกต่างจังหวัด” ศิวัชเสนอ
“พระรามสองแต่บ้านเราอยู่แจ้งวัฒนะค่ะด็อกเตอร์ ออว่าเราไปถึงอยุธยาจนกลับถึงบ้านแล้ว ยังเร็วกว่าขับรถไปพระรามสองอีก”
อธิปฟังอย่างงุนงง พ่อแม่เขาเป็นอะไรไปแล้ว ตั้งแต่เล็กจนโตเขาไม่เคยได้ยินเรื่องที่พวกท่านจะไปบนบานศาลกล่าวอะไรเลย โดยเฉพาะบิดาที่เป็นนักวิทยาศาสตร์เต็มตัว
“เดี๋ยวนะครับพ่อแม่จะบนอะไรกัน ผมงงแล้ว”
“จะอะไรอีกล่ะ พ่อเห็นลูกวันๆ อยู่แต่กับหอยมุกกับรังนก กลัวว่าจะไม่ได้ลูกสะใภ้เป็นคน ช่วงนี้เลยต้องเดินสายไปไหว้พระขอพรสักหน่อย กลัวว่าลูกจะลืมว่าพ่อแม่อยากมีหลานกะเขาบ้าง” ศิวัชตอบแทนอรุณีมาลา จากนั้นสองสามีภรรยาก็ควงแขนกันขึ้นข้างบน
เช้าวันต่อมากรรณิการ์ตื่นลงมาด้านล่างแต่เช้า หญิงสาวถือคติอยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดาย แม้ว่าจะปั้นวัวปั้นควายไม่เป็นแต่ก็คิดว่าน่าจะมีอย่างอื่นที่พอทำได้
เช่น...
“คุณกรรณคะ ป้าว่าให้เด็กๆ ในบ้านมันทำก็ได้นะคะ”
คุณแม่บ้านทำหน้าหวาดเสียวมองหญิงสาวที่กำลังตั้งท่าจะใช้มีดอีโต้ผ่าเปิดฝาลูกมะพร้าวน้ำหอม ทำเป็นเครื่องดื่มกาแฟน้ำมะพร้าวสูตรที่เธอแน่ใจว่า “เด็ด”
“อุ๊ย ไม่เป็นไรค่ะ กรรณทำได้สบายมาก”
ว่าแล้วเธอก็สับมีดลงไปบนลูกมะพร้าวอ่อนน้ำหอมที่ได้มาจากต้นหลังบ้าน คมมีดขาววับเฉือนลงไปบนเปลือกลูกมะพร้าวแต่เธอคงกะแรงผิดไปหน่อย เพราะมันกระเด็นไปโดนศีรษะคนที่กำลังเดินเข้ามาพอดิบพอดี
“โอ๊ย...” เสียงนั้นเป็นเพราะตกใจมากกว่าเจ็บ แต่หลายคนในบริเวณนั้นก็ตกใจมากเพราะว่าเป็นเสียงของ
“คุณต้นกล้า! มาทำอะไรคะ”
อธิปนิ่วหน้า มองคนที่เขาพามาด้วยจากใต้หลังจากที่เดินหากรรณิการ์ทั่วบ้าน
“กรรณทำอะไร มาเล่นซนอะไรข้างล่างเกะกะพวกพี่ๆ เขาหรือเปล่า”
“เปล่าค่าพี่กล้า กรรณจะมาหามะพร้าวอ่อนไปทำกาแฟมะพร้าวให้คุณลุงคุณป้าชิมค่ะ ท่านเคยบอกไว้ว่าอยากชิมสูตรกาแฟมะพร้าวของระนอง” กรรณิการ์ทำงานไปด้วย ตอบไปด้วย เธอเปิดมะพร้าวและเทน้ำใส่แก้วที่แม่บ้านยื่นมารองอย่างทันท่วงที ได้น้ำสองแก้วก็คิดว่าพอแล้วจึงวางมีดลง
“ที่เหลือขูดเนื้อมะพร้าวให้กรรณหน่อยนะคะ เนื้อหนากำลังดีเลย ไม่บางไม่หนาไป” กรรณิการ์ยกลูกมะพร้าวขึ้นส่องดูเนื้อด้านใน กิริยานั้นทำเอาอธิปส่ายหน้าไปมา
“เสร็จหรือยัง พี่จะพาออกไปซื้อของใช้ส่วนตัว”
กรรณิการ์มองนาฬิกาแล้วทำหน้าสงสัย
“ตอนนี้เพิ่งเจ็ดโมงเองค่ะ ห้างกรุงเทพฯ เปิดเร็วขนาดนี้เลยเหรอคะ” ให้ตายสิจะรีบไปไหนกัน ชีวิตเขาจะรีบทุกเรื่องเลยไหมหญิงสาวคิดในใจ
“เผื่อรถติด เผื่อไปหลายที่ ตื่นเช้าออกจากบ้านแต่เช้าน่ะดีแล้ว ไม่เคยได้ยินเหรอว่านกที่ตื่นเช้าคือนกที่จับหนอนได้เร็ว” อธิปว่าน้ำเสียงเข้มงวด
“เราเรียนมากันคนละโรงเรียนแน่ๆ ค่ะพี่กล้า ของกรรณเคยได้ยินว่านกที่ตื่นเช้า คือนกที่หิว หิวๆๆๆ เช่นตอนนี้กรรณหิวมากเลย”