ว่าด้วยเรื่องสังคมคนทำงาน

1285 คำ
ธุระที่กรุงเทพฯ ของอธิปเสร็จสิ้นลงอย่างเรียบร้อย ชายหนุ่มพากรรณิการ์กลับมาที่ใต้โดยลงเครื่องที่ภูเก็ตและเข้าสำนักงานที่กระบี่ต่อ เขาจะไปส่งเธอที่บ้านที่กระบี่แต่หญิงสาวปฏิเสธ “กรรณเข้าไปทำงานที่ออฟฟิศด้วยดีกว่าค่ะ พี่กล้าบอกว่ากรรณต้องมาทำงานที่นี่ด้วยเหมือนกันไม่ใช่เหรอคะ” “เอางั้นก็ได้ พี่คิดว่าเราจะเหนื่อยเลยจะให้เข้าบ้านก่อน ตามใจก็ดีเหมือนกัน” อธิปจึงมีเลขาคนใหม่ติดสอยห้อยตามมาที่สำนักงานที่กระบี่ด้วย ซึ่งจะอยู่ในตัวเมืองมีสถานที่ตั้งแยกออกจากส่วนของฟาร์มมุกอย่างชัดเจน ################## ดวงเนตร หัวหน้าแผนกธุรการทั่วไปประจำสำนักงานได้รับคำสั่งให้จัดหาโต๊ะทำงานให้กับเลขานุการคนใหม่ โดยที่คงเขตผู้ช่วยของอธิปเป็นคนแจ้งเธอมาหลายวันก่อน แต่หญิงสาววัยสามสิบห้ายังไม่ได้จัดการให้เรียบร้อยตามที่ได้หมายมอบมา “กรรณนั่งหน้าห้องพี่ พี่ให้คนจัดโต๊ะทำงานแยกให้จากนายเขตอีกชุดแล้ว อ้าว... ทำไมไม่มีโต๊ะ” อธิปพูดขณะก้าวนำกรรณิการ์ขึ้นมาที่ชั้นห้าซึ่งเป็นพื้นที่ของผู้บริหารแต่ก็ต้องชะงักเมื่อไม่พบสิ่งที่ควรมี ชายหนุ่มมองไปรอบๆ ก่อนจะเข้าไปในห้องแล้วเรียกหัวหน้าฝ่ายสำนักงานเข้าพบ “เอ่อ... คือว่าเรื่องโต๊ะของเลขาคนใหม่ ดิฉันจัดไว้แล้วค่ะที่ชั้นสี่จัดเสร็จตั้งแต่เมื่อวานนะคะคุณอธิป” ดวงเนตรอธิบาย “แต่นี่ตำแหน่งเลขาผม คุณช่วยคิดก่อนว่าผมจะให้ไปนั่งชั้นสี่ทำไม นี่คุณเพิ่งทำงานหรือยังไง” อธิปตำหนิตรงๆ “ดิฉันขอโทษค่ะ เห็นคุณคงเขตบอกว่าคุณเลขาจะมาเรียนงานก่อนเฉยๆ ก็เลยคิดไปว่าบอสอยากให้เรียนแผนกอื่นด้วย” ดวงเนตรมองไปทางกรรณิการ์ที่เพิ่งเดินกลับมาจากไปห้องน้ำ นึกเคืองที่เจ้าตัวเป็นต้นเหตุทำให้ตนถูกตำหนิในวันนี้ปนเสียหน้านิดหน่อยที่อธิปไม่ไว้หน้าเธอ “ขอโทษอีกครั้งค่ะ ดิฉันจะไม่ให้ผิดพลาดอีกแล้วถ้าบอสไม่มีอะไรแล้วดิฉันจะรีบจัดการให้นะคะ ขอตัวก่อนค่ะ” เธอรีบขอตัวไปแก้ไขงานพลางนึกไม่ชอบหน้ากรรณิการ์ เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ถูกเจ้านายหนุ่มว่าซึ่งเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยทำ “ทำไมขึ้นไปชั้นห้าแล้วทำหน้าแบบนั้น เป็นอะไรน่ะพี่ดวง บอสว่าอะไรเหรอ” นานาสาวร่างเล็กผิวคมเข้มตามแบบฉบับคนท้องที่ถามรุ่นพี่สาวที่ทำท่าอารมณ์ไม่ดี “ฮื่อ ก็เรื่องโต๊ะเลขาคนใหม่ เราจะไปรู้เหรอว่ารอบนี้บอสจะให้จัดโต๊ะข้างบนที่หน้าห้อง ก็รอบก่อนคุณอะไรนะที่มีคนฝากมาเป็นเลขาเราก็จัดไว้ที่หน้าห้อง แต่บอสสั่งให้ยกโต๊ะลงมาเพราะอยากให้เรียนงานอื่นๆ ก่อน” ดวงเนตรพูดถึงเคสในอดีตที่เคยมีผู้ใหญ่ที่ชายหนุ่มนับถือมาฝากลูกสาวเข้าทำงาน อธิปก็ใช้วิธีให้เธอคนนั้นลงมาทำงานข้างล่าง ให้ฝึกงานแผนกอื่นจนเธอถอดใจลาออกไปเอง หญิงสาวก็เข้าใจไปเองว่ารอบนี้จะเป็นแบบนั้นอีก “แต่ คุณเขตเขาย้ำแล้วว่าจัดที่ชั้นห้าหน้าห้องบอส นาก็บอกพี่แล้วแต่พี่ไม่เชื่อไง” นานาพูดทำให้อีกฝ่ายหันมามองแรง “จริง แต่รอบนี้คุณเลขาคนใหม่น่าจะสำคัญมาก เพราะตั้งแต่บอสทำงานมาไม่เคยเห็นดุพี่ดวงเลยสักครั้ง” ลันตาพนักงานสาวอีกคนกล่าวเสริม “แล้วพวกเธอจะย้ำทำไมว่าฉันผิดพลาด ไปเรียกคนมายกสิ แม่นั่นเขานั่งรอเชิดๆ สวยๆ อยู่ข้างบนแล้ว คนอะไรโต๊ะของตัวเอง ของใช้ของตัวเองไม่รู้จักจัดการให้คนอื่นมาลำบากเดือดร้อนด้วย” ดวงเนตรบ่นตามนิสัย แต่แล้วเธอก็เอะใจเมื่อทุกอย่างเงียบกริบ หญิงสาวหันหลังไปมองตามสัญชาตญาณก็ต้องสะดุ้งเมื่อเห็นคงเขตยืนมอง “อุ๊ย คุณเขตคะ คือว่า...” เธออ้ำอึ้ง “บอสไม่ชอบคนพูดมาก มากพอๆ กับคนที่ไม่รู้จักหน้าที่ตัวเอง คุณกรรณไม่ใช่แค่เลขาคนใหม่แต่เธอเป็นหลานนายหัวภาคย์ด้วย ทำอะไรก็ให้รู้ที่ทางของตัวเองถ้าคุณไม่อยากหางานใหม่ตอนนี้ ถือว่าผมเตือนแล้วกัน” คงเขตกล่าวจบโดยที่ทุกคนยังคงก้มหน้า ไม่มีใครกล้าสบตาเขาสักคนชายหนุ่มปรายตามองทุกคนก่อนจะผละห่างไป หากเขาไม่ลงมาดูโต๊ะทำงานที่ดวงเนตรบอกว่าจัดไว้ให้กรรณิการ์ก็คงไม่ได้ยินเรื่องนี้ ในมุมพนักงานชายหนุ่มก็เข้าใจความรู้สึกของพวกเธอ แต่ก็จำเป็นต้องปรามเพื่อให้ระวังคำพูดมากขึ้น ################## หลังจากที่กรรณิการ์ได้โต๊ะทำงานและจัดสถานที่เรียบร้อยแล้ว และได้ต่ออุปกรณ์ทั้งหมดพร้อมสำหรับการเรียนรู้งานใหม่ หญิงสาวจึงได้เริ่มงานในตำแหน่งเลขานุการทันที และในบ่ายวันนั้นมีแขกสำคัญมาขอพบอธิปคือกวินและแพรพิไลผู้เป็นภรรยา กวินเป็นเพื่อนสนิทกับคิรินทร์จึงพลอยคุ้นเคยกับอธิปมาตั้งแต่เด็กๆ เช่นกัน พวกเขามาคุยกันเรื่องธุรกิจตัวแทนร้านไข่มุกที่เชียงใหม่ของแพรพิไลที่จะเพิ่มสินค้าไปจำหน่ายมากขึ้น หลังจากที่คุยกันเสร็จแล้ว อธิปอาสาเลี้ยงอาหารเย็นกับคุณอาทั้งสองโดยที่มีกรรณิการ์ไปด้วย กรรณิการ์และแพรพิไลคุยถูกคอกันดีเพราะรู้จักกันมานานแล้ว ตั้งแต่สมัยที่นายหัวภาคย์ยังแข็งแรงและก่อนที่กรรณิการ์จะไปเรียนต่อที่อังกฤษ “อาแพรคะ อาแพรเป็นคนเชียงใหม่แท้ๆ เลยไหมคะ” กรรณิการ์คุยกับแพรพิไลในช่วงที่พวกเธอไปเดินดูขนม “ใช่จ้ะ เป็นสาวเหนือแท้ๆ เลย กรรณมีไรเหรอหรือว่าอยากไปเที่ยวเชียงใหม่” แพรพิไลเดา “อยากไปค่ะ แต่ว่ากรรณอยากถามว่าอาแพรรู้จักตรงนี้ไหมคะ” กรรณิการ์ส่งที่อยู่ที่หนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ให้อีกฝ่ายดู มันถูกเขียนลงบนกระดาษที่เก่าจนกรอบ แต่ยังดีว่ายังมองเห็นสีหมึกได้ชัดเจนดีอยู่ “แม่ริม ไม่ไกลจากบ้านอาจ้ะ ตามที่อยู่นี้น่าจะไปได้ไม่ยาก ทำไมเหรอกรรณนี่บ้านใคร” แพรพิไลถาม “ญาติกรรณน่ะค่ะ เราเคยอยู่ด้วยกันสมัยที่พ่อกรรณยังอยู่ พอพ่อเสียไปพี่เขาก็ย้ายไปอยู่ที่เชียงใหม่เป็นบ้านย่าน่ะค่ะ พี่เขาเคยเขียนจดหมายมาบอกที่อยู่ไว้ตั้งแต่ก่อนกรรณไปเรียนต่อที่อังกฤษ” จริงอยู่ที่พื้นเพว่าบิดาของกรรณิการ์เป็นคนพื้นที่แต่ว่ามารดาของเขาก็มาจากภาคเหนือ คุณย่าของกรรณิการ์เป็นคนเชียงใหม่แต่เธอไม่เคยไปที่นั่นเลย ญาติที่ว่าคือลูกพี่ลูกน้องอายุมากกว่าเธอสองปี ทั้งสองเคยโตมาด้วยกันแต่ช่วงที่บิดาเธอเสีย ญาติทางฝั่งแม่ของพี่สาวก็มารับเธอกลับไปอยู่เชียงใหม่ ส่วนกรรณิการ์ที่มีทรัพย์สมบัติติดตัวและหญิงสาวต้องมาอยู่ในการดูแลของภาคย์ตามพินัยกรรมของบิดา ทั้งสองสาวจึงติดต่อกันได้เพียงทางอีเมลและจดหมายเท่านั้น “ไม่เป็นไร เดี๋ยวอาให้คนช่วยดูให้” แพรพิไลสรุป
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม