Badass 1 | คำโกหก

1509 คำ
ความหมางเมินระหว่างเธอและเขาเกิดขึ้นหลังจากที่ออส‍โลขึ้นมอปลาย อย่างแรกที่มิ‍รินสังเกตได้คือการที่เขาไม่มาบ้านเธอเหมือนเมื่อก่อน เมื่อเธอตัดสินใจไปหาเขากับซิด‍นีย์‍ผู้เป็นทั้งน้องสาวของเขา และเพื่อนสนิทตนเองที่บ้านก็ได้ใจความสั้นๆ ว่า “พี่โลไม่อยู่ ออกไปกับป๊า” คนตัวเล็กเท่าๆ กันตอบกลับมาทั้งที่มือกำลังกดจอยคอลโทรลเลอร์ของเครื่องเกมเล่นอย่างสบายใจ ข้างๆ มีกัน‍ภัย‍ในวัยเดียวกันกับคนที่เธอมาหาคอยหยิบขนมป้อนเข้าปากเล็กของลูกสาวเจ้าของคฤหาสน์ไม่หยุด เวลาเห็นคนเอาอกเอาใจกันแล้วมันหงุดหงิดชะมัด! “แล้วจะกลับมากันกี่โมง?” “เย็นๆ ใกล้เวลามื้อเย็น” ซิด‍นีย์‍พูดจบก็คว้าจอยอีกอันวางบนตักเล็ก พยักพเยิดให้เพื่อนเล่นเกมด้วยกัน “เดี๋ยวก็กลับมา แกมาเล่นเกมกับฉันหรือมาหาพี่โลกันแน่” “ก็ทั้งสอง...” “เป็นสาวเป็นแส้ อย่าวิ่งตามผู้ชายให้มันได้ใจ โดยเฉพาะผู้ชายแบบพี่ชายฉัน” คำพูดออกมาจากปากเด็กสิบสี่ช่างน่าหมั่นไส้ โดยเฉพาะออกมาจากปากคนที่อยากได้ผู้ชายที่คอยป้อนขนมให้ตนเองจนตัวสั่นอย่างเพื่อนของเธอ “แกมีปัญหาอะไรกับพี่โลหรือเปล่า?” ซิด‍นีย์‍กดหยุดเกมแล้วหันมาถามเพื่อนจริงจังเมื่อเห็นว่ามิ‍รินเงียบไป แต่นั่นก็เป็นเพียงความใส่ใจชั่วครู่จากเพื่อนรัก เพราะซิด‍นีย์‍จดจ่อกับเธอได้พริบตาเดียวก็หันไปหยิบขนมขบเคี้ยวบังคับป้อนกัน‍ภัย‍ตามเดิม “ก็...ไม่แน่ใจ อาจจะไม่มีก็ได้” “อือฮึ แล้วคุยกันล่าสุดวันไหน?” คำถามของเพื่อนทำให้มือเล็กไถมือถือปัดขึ้นหาข้อความที่เขาตอบกลับมาล่าสุด ซึ่งมันก็เกินสามสิบวันแล้วอีกทั้งเธอยังส่งข้อความหาเขาฝ่ายเดียววันละหลายสิบข้อความทุกวัน ระบบจึงค้นหาข้อความสุดท้ายที่เขาตอบกลับมาไม่เจอ “ช่วงนี้เขาคงยุ่งๆ” “อืม...ก็คงอย่างงั้น เพราะพี่โลกับพี่กันกำลังจะเข้ามหาลัย ใช่ไหม?” คำพูดไม่มีหางเสียงไปคุยกับใครก็คงโดนด่า ยกเว้นกับกัน‍ภัย‍ เด็กในบ้านที่ยอมเพื่อนของเธอมาทั้งชีวิต “ครับ การเงินกับการจัดการต้องอ่านหนังสือค่อนข้างหนัก” เสียงทุ้มของคนอายุมากกว่าตอบกลับเนิบๆ มิ‍รินดูออกว่ากัน‍ภัย‍พยายามประนีประนอมสถานการณ์ช่วยเหลือออส‍โล ในเมื่อทั้งคู่จะเข้ามหาวิทยาลัยเอกชน จึงไม่จำเป็นต้องอ่านหนังสือเตรียมสอบด้วยซ้ำ แต่เอาเถอะ ถ้าอยากให้คิดแบบนั้น เธอก็จะหลับหูหลับตาเชื่อต่อไป ××× มิ‍รินนั่งรอออส‍โลกระทั่งพระอาทิตย์ตกดินก็ยังคงไร้วี่แววว่าเขาจะกลับถึงบ้าน สุดท้ายจึงตัดสินใจส่งข้อความเรียกให้คนขับรถมารับที่คฤหาสน์มา‍เฟียอย่างยอมจำนน “น้องมิ‍รินไม่อยู่กินข้าวกับน้าก่อนเหรอคะ?” นายหญิงของบ้านซึ่งเพิ่งกลับมาถึงเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น ท่านไม่ลืมที่จะเดินเข้ามาสวมกอดเธอทักทายดังเช่นทุกครั้งในเวลาที่เจอหน้ากัน “วันนี้คุณพ่อเข้าครัวเองค่ะ ถ้าไม่กลับไปกินข้าวที่บ้านต้องโดนงอนแน่ๆ” เธอตอบกลับไปพร้อมขยิบตาหยอกล้อกับท่านด้วยความสนิทสนม แต่ไม่ทันที่รถประจำบ้านจะมารับ รถยนต์ของมา‍เฟียใหญ่ก็จอดเทียบลานหน้าบ้าน เซนเปิดประตูลงจากรถเป็นคนแรกตามด้วยออส‍โล ทั้งคู่เดินเข้ามาหยุดอยู่บริเวณหน้าทางเข้าบ้าน ก่อนที่มา‍เฟียใหญ่จะเป็นฝ่ายเดินเลี่ยงลูกสาวของเพื่อนเข้าไปสวมกอดภรรยาด้วยความคิดถึง “แหม ปะป๊าขา~ มาถึงก็ไม่คิดจะทักทายลูกสาวผู้น่ารักเลยนะคะ ใช่ซี้~ แก้มซิด‍นีย์‍ไม่หอมเท่าหม่ามี้นี่” คำพูดแก่แดดเกินวัยถูกบิดาจัดการด้วยการใช้มือต่างกำปั้นเคาะกลางศีรษะทุยไปหนึ่งทีจนเบ้หน้า ก่อนที่ลูกสาวคนเล็กจะโผเข้ากอดบิดาเป็นการออดอ้อนกันอย่างที่มิ‍รินคุ้นตามาตลอด มิ‍รินลอบยิ้มออกมากับสายสัมพันธ์น่ารักของครอบครัวแฟนหนุ่ม พร้อมกับอดไม่ได้ที่จะลอบมองไปยังอีกคนที่เอาแต่ยืนนิ่งมองภาพเบื้องหน้า เขาไม่แม้แต่จะชายตามองเธอด้วยซ้ำ... เกิดอะไรขึ้นกับเขา...ไม่สิ เกิดอะไรขึ้นกับเรา “ไปนั่งพักเหนื่อยกันก่อนค่อยทานมื้อเย็นดีไหมคะ?” เซนพยักหน้ารับคำและเป็นฝ่ายโอบเอวภรรยาเข้าบ้าน โดยมืออีกข้างก็ไม่ลืมดึงแขนลูกสาวคนเล็กให้เดินตามกันเข้าไป โดยซิด‍นีย์‍เองก็ไม่ลืมที่จะดึงกัน‍ภัย‍เข้าไปในบ้านด้วยเช่นกัน ในตอนนี้จึงเหลือเพียงเธอและเขายืนอยู่หน้าบ้าน กับบรรยากาศที่แสนอึดอัด “พี่โลไปไหนมาเหรอคะ...” มิ‍รินถามอย่างไม่เต็มเสียงนัก ทั้งที่เป็นคำถามที่เธอถามเขามาทั้งชีวิตจนกลายเป็นความเคยชิน แต่คราวนี้เธอกลับรู้สึกว่ากำลังก้าวก่ายความเป็นส่วนตัวของเขา ทั้งที่ไม่น่าจะต้องรู้สึกแบบนั้นสำหรับคนที่เป็นแฟนกันเลย... “ไปทำธุระกับป๊ามาครับ” เขายังตอบเธอเหมือนทุกครั้งที่ถูกถาม ทว่าน้ำเสียงที่โต้ตอบกลับทำให้เด็กสาววัยสิบสี่น้ำตาคลออย่างไร้สาเหตุ เย็นชา เฉยเมย เพราะเหนื่อยหรือไม่อยากคุย? “งั้นพี่โลเข้าไปพักเถอะค่ะ เดี๋ยวน้าบูรณ์ก็มารับแล้ว” คนตัวเล็กพยายามกลั้นน้ำตาและพูดด้วยน้ำเสียงเป็นปกติ หวังว่าจะได้ฟังถ้อยคำเป็นห่วงเป็นใยจากเขาเหมือน เมื่อครั้งที่รถของที่ครอบครัวมารับช้ากว่ากำหนด เพราะรถเสียระหว่างทาง ‘พี่จะนั่งรอจนกว่ารถที่บ้านมารับ’ ‘ยัยซิด‍นีย์‍หิวข้าว เดี๋ยวก็กรี๊ดลั่นรถหรอกค่ะ’ ‘เงินก็มี หิวก็ไปเข้าร้านสะดวกซื้อ แหกปากแบบนั้นคงอิ่ม’ เขาที่ใจดีกับเธอเสมอต้นเสมอปลาย คนเดียวที่เธอให้ใจและไว้ใจมาตลอด ‘หรือจะโทรบอกน้าบูรณ์ให้กลับไปรอที่บ้าน แล้วเอารถบ้านพี่ไปส่ง’ ‘มะ ไม่เป็นไร...’ ‘เอาแบบนั้นดีกว่า มิ‍รินคงหิวเหมือนกัน พี่ไม่อยากให้กินอาหารสำเร็จรูป’ “มิ‍ริน...” เสียงเรียกของเขาพาเธอกลับมายังปัจจุบัน เสียงที่เปล่งเรียกชื่อทำให้เธอที่ ‘เหมือนเดิม’ คาดหวังว่าความรู้สึกของอีกฝ่ายจะยังเป็นแบบเดียวกัน “งั้นพี่เข้าบ้านก่อน ถ้ายุงกัดก็เข้าไปนั่งข้างในนะ” พูดจบเขาก็เดินตามหลังคนอื่นๆ เข้าไปในบ้านอย่างไม่แยแสความรู้สึกของเธอ ใจหนึ่งเจ็บปวดน้อยใจจนอยากถามออกไปโต้งๆ ว่าเป็นอะไร ทว่ากลับมีบางอย่างดึงความสนใจได้มากกว่าอาการหมางเมินของแฟนหนุ่ม เจ้าของดวงตากลมโตสังเกตเห็นบางอย่างในกระเป๋ากางเกงด้านหลังของคนที่กำลังเดินจากไป “พี่โล...สายห้อยโทรศัพท์ไปไหนเหรอคะ?” สายห้อยโทรศัพท์ที่ทำคู่กับเธอก่อนที่เขาจะขึ้นมอปลายช่วงที่ไปทะเลพร้อมกับครอบครัว ในกระเป๋าของเธอมีโทรศัพท์ห้อยสายสีแดงชื่อจริงของเขาว่า ‘Phatsarun’ แต่โทรศัพท์ของเขากลับไร้เงาของสายห้อยสีชมพูซึ่งเป็นชื่อของเธออย่าง ‘Wirunradee’ มือแกร่งคว้าโทรศัพท์ของตนเองขึ้นมาดูก่อนจะชะงักไปเล็กน้อย สีหน้าครุ่นคิดของออส‍โลทำให้เธอรอคำตอบจากเขาใจจดใจจ่อ ชั่ววูบหนึ่งมิ‍รินก็แอบตกใจความคิดของตนเอง เมื่อเธอคาดหวังฟังคำแก้ตัวจากปากเขา มากกว่าจะอยากฟังความจริง “มันคงหล่นหายไป เอาไว้พี่จะไปหาพรุ่งนี้” ออส‍โลตอบกลับมาเพียงแค่นั้น ก่อนจะเดินเข้าบ้านไปโดยไม่หันกลับมามอง ในขณะที่คนได้ฟังคำตอบกลับได้แต่ยืนแค่นหัวเราะ ที่มันหายก็เพราะว่าไม่รู้ว่าหายที่ไหนไม่ใช่หรือไง แล้วเขาจะเอามันกลับมาได้ยังไง หลังจากนั้นอีกไม่กี่วันที่โรงเรียน เธอก็เห็นว่าสายห้อยโทรศัพท์ชื่อตนเองกลับมาอยู่กับโทรศัพท์เครื่องสีดำของเขาอีกครั้ง ดูเหมือนออส‍โลจะตั้งใจให้เธอเห็น เพราะปกติเขามักจะเก็บของส่วนตัวในกระเป๋านักเรียน ไม่เอาออกมาวางบนโต๊ะตอนพักเที่ยงแบบนี้ ความพิเศษของมันสำหรับเธอที่เป็นคนประดิษฐ์มันขึ้นมาย่อมรู้ดี ว่ามันไม่ใช่อันเดิมที่นั่งทำด้วยกัน ออส‍โลต้องสั่งทำขึ้นมาใหม่เพื่อเลี่ยงที่จะทะเลาะกับเธอแน่ๆ
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม