ออสโลกลับไปเป็นคนเย็นชาและหมางเมินอย่างเดิมอีกหลังจากนั้น เขาขาดการติดต่อเป็นพักๆ จนกลายเป็นมิรินที่คอยส่งข้อความไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบ กระทั่งเด็กสาวอายุได้สิบแปดปีเต็ม ซึ่งมันเป็นการเข้าสู่วัยสิบแปดก่อนเรียนจบมัธยมปลายไม่กี่วัน
มิรินแอบออกมาซื้อของขวัญให้พ่อกับแม่ รวมถึงพี่สาวและแฟนหนุ่มในวันเกิดตนเองเช่นทุกปี ลูกสาวมาเฟียอาจจะเป็นคนไม่กี่คนบนโลกก็ได้ที่ชอบมอบของขวัญให้คนอื่นในวันเกิดตนเอง แทนที่จะแต่งตัวสวยๆ นั่งรอรับของขวัญ
เงินเก็บทั้งปีถูกนำมาใช้อย่างคุ้มค่าทุกบาท ของขวัญที่มอบให้พ่อกับแม่ปีนี้เป็นเข็มกลัดเนกไทและต่างหูผู้หญิงเข้าคู่กันเนื่องจากในระยะหลังท่านทั้งออกงานสังคมด้วยกันบ่อยขึ้น สำหรับของพี่สาวอย่างไข่หวานที่ช่วงนี้บินไปต่างประเทศบ่อยๆ ก็เป็นหูฟังตัดเสียงรบกวนที่สามารถใส่นอนได้ ส่วนของเพื่อนสนิทยิ่งเดาง่ายลิปสติกสีปังๆ สำหรับคนรักสวยรักงามสักแท่งก็กระโดดกอดกันจนตัวลอย
มิรินรู้หมดว่าใครชอบอะไรและไม่ชอบอะไร ยกเว้นเสียแต่ของขวัญสำหรับแฟนหนุ่มของตนเอง
นี่คงเป็นอีกปีที่เธอไม่รู้ว่าควรให้อะไรเขาดี...
สองเท้าเล็กหยุดยืนอยู่ที่หน้าร้านน้ำหอมหลากหลายแบรนด์ เรื่องเมื่อวันสอบกลางภาคหลายเดือนก่อนแวบเข้ามาในหัวชวนให้ใจเต้นรัวอีกครั้ง
กลิ่นหอมสโมกจากพืชให้กลิ่นละมุนนิดๆ คล้ายขนมหวาน ชวนให้รู้สึกว่าเจ้าของกลิ่นเป็นคนลึกลับยังฝังแน่นในใจแฟนสาวที่เพิ่งกลายเป็นสาวสะพรั่งเต็มตัว
มิรินรวบรวมความกล้าเดินเข้าไปในร้านพร้อมกับใบหน้าแดงระเรื่อ ใช้เวลาอธิบายไม่นานพนักงานก็นำน้ำหอมที่คาดว่าออสโลใช้มาให้เธอทดสอบกลิ่น
“กลิ่นนี้เลยค่ะ รับหนึ่งขวดค่ะ”
“รับทราบค่ะ คุณผู้หญิงต้องการบริการห่อของขวัญจากทางร้านหรือไม่คะ?”
“รับค่ะ”
“ผู้รับเป็นบุรุษนะคะ”
“ค่ะ”
“รับทราบค่ะ เชิญทางนี้ค่ะ”
จ่ายเงินและนั่งรอทางร้านห่อของขวัญไม่นาน ถุงสีดำเรียบหรูซึ่งภายในมีกล่องน้ำหอมถูกห่ออย่างดีอยู่ข้างใน มิรินรับพร้อมกับกล่าวขอบคุณ จากนั้นจึงเดินหิ้วของพะรุงพะรังออกจากร้านด้วยใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความสุขเมื่อนึกถึงสีหน้าของเจ้าของน้ำหอม
เพียงเท่านี้ของขวัญสำหรับทุกคนก็พร้อมส่งมอบในงานคืนนี้
ปึก!
เพราะมัวแต่ก้มดูถุงใส่น้ำหอมอย่างไม่ระมัดระวัง ร่างเล็กกะทัดรัดจึงชนเข้ากับใครบางคนอย่างไม่ได้ตั้งใจจนเกือบหงายหลังล้มลง โชคยังดีที่ใช้มือค้ำผนังเอาไว้ได้ทันเสียก่อน
“ขะ ขอโทษ...ค่ะ”
คนตรงหน้าไม่ใช่ใครที่ไหน เจ้าของน้ำหอมที่เพิ่งซื้อล่าสุดกับผู้หญิงอีกคนในชุดนักศึกษามหาวิทยาลัยเดียวกัน แถมมือเรียวของนักศึกษาสาวคนดังกล่าวยังเกาะแขนของคนหวงตัวที่สุดในโลกแนบแน่น
แขนนั้นไม่ได้มีแค่เธอเหรอที่มีสิทธิ์จับ
“พี่โล...” เสียงเล็กๆ เรียกชื่อแฟนหนุ่มอย่างพยายามข่มอารมณ์
บางทีอาจจะเป็นญาติฝ่ายพ่อ! ฝ่ายแม่! ของเขาที่เธอไม่รู้จัก...
ไม่รู้จักก็บ้าแล้ว! เธอลืมตาดูโลกและมีเขาอยู่ในความทรงจำตั้งแต่รู้ภาษา ญาติโกโหติกาทั้งหลายแหล่ก็รู้จักกันหมด
แล้วอีนี่ใคร!!
“ใครคะออสโล?” ผู้หญิงอีกคนหันมามองเธอด้วยความสงสัยหลังจากทำเสียงออเซาะใส่ผู้ชายของเธออย่างมีจริตจะก้าน
เธอก็สงสัยความสัมพันธ์ของหล่อนกับเขาเหมือนกันนั่นแหละ!
ดวงตากลมโตเงยหน้ามองแฟนหนุ่มของตนเองอย่างรอเอาคำตอบเช่นเดียวกัน
เขาตัวสูงมาก หนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตรไม่มีขาดมีเกินจนทำให้สาวน้อยที่สูงเกือบถึงอกแกร่งเชิดหน้ามองอย่างลำบาก
ออสโลไม่เพียงแต่จ้องหน้าของเธอตอบกลับมา ทว่าริมฝีปากหนักยังให้คำตอบที่ชวนปรี๊ดจนต้องหัวเราะดังเหอะ!
“เพื่อนของน้องสาว” น้ำเสียงเย็นเยียบบ่งบอกว่าตอบออกมาอย่างคนไม่รู้สึกอะไรกระแทกใจคนฟังจนชาวาบไปทั้งตัว “ไปกันเถอะ หนังจะเริ่มแล้ว”
ทั้งคู่เดินผ่านเธอราวกับเป็นตัวประกอบชาวบ้านหนึ่ง
ได้สติก็รีบหันขวับตะโกนใส่เสียงดังอย่างไม่คิดยอมแพ้ง่ายๆ
“เมื่อกี้พี่โลพูดว่าอะไรนะคะ?” ขาเล็กๆ ก้าวฉับๆ มาดักด้านหน้า เธอจะไม่ยอมให้ใครได้ไปไหนทั้งนั้นจนกว่าจะเคลียร์ “เพื่อนน้องสาว? อ้อ...นี่ลดสถานะกันเหลือแค่เป็นเพื่อนน้องสาวแล้วเหรอ?”
“อะไรกั...”
“เงียบ!” นิ้วชี้เรียวชี้หน้าผู้หญิงอีกคนพร้อมกับส่งสายตาดุดันจนอีกฝ่ายหุบปากฉับ “เธอบอกว่าเค้าเป็นเพื่อนน้องสาวเธอเหรอออสโล!!”
เกิดก่อนสามปีไม่มีผลเวลาถูกความโกรธครอบงำ แต่อีกฝ่ายก็ยังคงเอาแต่เบือนหน้าไปทางอื่นไม่สนใจน้ำเสียงเกรี้ยวกราดของเธอด้วยซ้ำ
“ออสโลอย่าเงียบ!!”
แม้กระทั่งการแผดเสียงใส่แบบที่ซิดนีย์ชอบทำก็ไม่มีผล มาเฟียหนุ่มยังเอาแต่ยืนนิ่งเบือนหน้าหนีไม่สนใจเธออยู่อย่างนั้น
“เออ!!”
ปึก!!
สิ้นเสียงกระแทกแดกดัน ร่างเล็กก็เดินกระแทกไหล่สาวข้างกายแฟนหนุ่มตนเองเดินดุ่มๆ ลงบันไดเลื่อน
ให้ตาย...ทุเรศชะมัด
ในหัวมีแต่คำด่าเต็มไปหมด
สารเลว เสียเวลาชีวิต และอีกมากมายประเดประดังเข้ามาในหัวจนเท้าที่เดินนิ่งๆ ค่อยๆ ก้าวเร็วขึ้นเพื่อไปให้พ้นจากห้างแห่งนี้
ยืนรอรถของที่บ้านฝั่งประตู A ไม่นาน ลัมโบร์กินีสีแดงกาลิณีก็ขับมาจอดตรงหน้าพร้อมกับไอ้บ้าที่ไม่อยากเจอมากที่สุดตอนนี้!
พรึ่บ!
“ปล่อยเค้านะ!”
ออสโลไม่พูดอะไรสักคำ เปิดประตูเดินดุ่มๆ มาคว้าเอวเล็กจับยัดประตูฝั่งที่นั่งคนขับ พร้อมกับชี้หน้าข่มขู่เธอไม่ให้ลงจากรถผ่านกระจกด้านหน้าระหว่างที่เดินอ้อมมานั่งประจำตำแหน่ง
เสียงเครื่องยนต์หนึ่งพันแรงม้าดังกระหึ่มรอบคันรถ ก่อนที่เจ้าของรถจะขับปาดหน้ารถทุกคันออกไปจากอาณาบริเวณห้างสรรพสินค้าด้วยกัน
“นัดกันดูหนังไม่ใช่หรือไง! แล้วมาวุ่นวายกับเค้าทำไม!!” ประโยคตัดพ้อเปล่งออกมาอย่างเหลืออด “เธอจะเทผู้หญิงคนนั้นเพื่อไปส่งเพื่อนของน้องสาวหรือไง!?”
มิรินทั้งโกรธกับเรื่องที่เจอ ทั้งหัวเสียที่ออกไปจากตรงนี้ไม่ได้ ก่อนที่หยาดน้ำตาแห่งความอดทนหลายปีจะค่อยๆ พรั่งพรูออกมาพร้อมเสียงสะอึกสะอื้น
“ฮึก เธอทำเราทำไม ทำไมเราไม่เลิกกันก่อน...” ไม่มีใครปรารถนาอยากถูกคนรักนอกใจ
แม้แต่เด็กสาววัยสิบแปดปีตรงนี้ก็ตาม!
สิ่งที่ได้แทนคำตอบคือความเงียบเสมอ เขาคิดว่าความเงียบสยบได้ทุกอย่าง แต่ลืมไปอย่างหนึ่งว่าความเงียบสามารถเป็นคำตอบที่ชัดเจนได้เช่นกัน
“เธอขา...ฮึก วะ วันนี้วันเกิดเค้า” คนตัวเล็กอ้อนวอนแฟนหนุ่มของตนเองตลอดทางอย่างสิ้นหวัง “นะ นี่คือของขวัญวันเกิดครบรอบสิบแปดปีของเค้าจากเธอเหรอ ฮือๆ”
คนถูกถามไม่ตอบสักคำ ไม่นานนักเสียงเครื่องยนต์ก็หยุดอยู่หน้าคฤหาสน์ใหญ่เซฟโซนเดียวของคนตัวเล็กในเวลานี้
ออสโลมาส่งเธอที่หน้าบ้านอย่างปลอดภัยทั้งๆ ที่เพิ่งทำร้ายจิตใจเธอแทบเป็นแทบตาย และตอนนี้เขาไม่แม้แต่จะมองหน้าเธอด้วยซ้ำ
“ค่อยคุยกันวันหลัง...”
เสียงทุ้มแอบแฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างเอ่ยขึ้นจนคนฟังใจสลายไปอีกขั้น
“เราเพิ่งจับได้ว่าเธอนอกใจเรา แต่เธอบอกว่าวันหลังค่อยคุยเหรอ!”
“มิริน...”
“อย่ามาทำเสียงแบบนั้นข่มเค้า! เธอทำแบบนี้มานานแล้วใช่ไหม!?” ความอดทนมากมายพังลงในพริบตาจนควบคุมสติไม่อยู่ มือเล็กคว้าแขนกำยำของอีกฝ่ายให้มองหน้าตนเองด้วยความโกรธเกรี้ยว “เพราะเราไม่พร้อมเหรอ!?”
คนตัวโตหันขวับมามองเมื่อถูกเปิดประเด็นด้วยเรื่องนั้น การจิ๊ปากด้วยความรำคาญตามนิสัยยิ่งทำให้ความรู้สึกของเด็กสาวแย่ลงคนกู่ไม่กลับ
“เพราะเราไม่พร้อมเธอเลยต้องมีคนอื่นเหรอ? คะ ความผิดเราเหรอออสโล?” เธอทั้งเสียงดังและสั่นเครือเพราะควบคุมอารมณ์ไม่อยู่
แฟนหนุ่มที่มองน้ำตาหลายสายไหลรินออกมาอย่างเลือดเย็นกลับไร้การตอบรับหรือปฏิเสธ
นั่นยิ่งทำให้สิ่งที่ลูกสาวมาเฟียเก็บงำเอาไว้ถูกระบายออกมาอย่างเหลืออด
“สะ สายคล้องโทรศัพท์ เค้ารู้มาตลอดว่ามันไม่ใช่อันเดิม เค้าก็ทน...”
“...”
“ตะ ตัวเองรู้ไหมว่าวันที่เธอเบี้ยวนัดดูหนังเค้า เค้าเกือบถูกข่มขืน...”
“...!!”
สีหน้าตกใจจากอีกฝ่ายพร้อมกับร่างกายที่ขยับเข้ามาใกล้ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น
ใจเธอพังแล้ว ต่อให้พยายามรักษาขนาดไหนก็คงไม่หายดี
“เค้าพอแล้วออสโล”
ปึง!
ประตูลัมโบร์กินีสีแดงถูกปิดกระแทกตามแรงอารมณ์ ร่างเล็กวิ่งเข้าไปในบ้านตนเองโดยไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองที่รถ
รู้ตัวอีกทีถุงน้ำหอมที่อุตส่าห์ซื้อเป็นของขวัญก็ไม่ได้เอาติดมือมาด้วย มันคงอยากอยู่กับเจ้าของใหม่มัน
ก็ดี...จะได้ไม่ต้องมีอะไรให้คิดถึงกันอีก!