เช้าวันต่อมามิรินนั่งคุยโทรศัพท์กับอานนท์แต่เช้า เธออยากขอโทษเพื่อนสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน
แม้บิดาจะไม่ได้พูดจารุนแรง แต่สายตาของท่านและคนอื่นๆ บ่งบอกว่าไม่ต้อนรับเพื่อนของเธอ
นั่นเป็นเรื่องเข้าใจผิดกันเท่านั้น
“มิรินขอโทษอีกครั้งนะนนท์” คนตัวเล็กนั่งหย่อนขาอยู่ที่ปลายเตียงขอโทษเพื่อนอีกรอบ
นั่นทำให้เธอได้ยินเสียงทุ้มหัวเราะออกมาอย่างคนไม่คิดมาก ก่อนที่ปลายสายจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงสุภาพผิดจากเวลาปกติ
(ไม่เป็นไรครับ มิรินอย่าคิดมากนะ)
“อื้ม แล้ว...ยังอยู่ที่บ้านหรือเปล่า?” คำถามผ่านน้ำเสียงเบาเกรงว่าเสียงตนเองจะทำให้คนอื่นซึ่งอยู่อีกฟากฝั่งได้ยิน
(ใช่...วันนี้ต้องไปออกงานกับคุณพ่อด้วย ไม่อยากไปเลย)
น้ำเสียงส่งผ่านมาบ่งบอกว่าอีกฝ่ายกำลังกังวลสุดขีด แต่เธอเองก็ช่วยอะไรเพื่อนไม่ได้เช่นกัน
“ไม่สบายใจก็โทรมานะ ดึกแค่ไหนก็จะรับ”
(น่ารักแบบนี้ไงถึงได้รักที่สุด เอาไว้นนท์ย้ายไปอยู่คอนโดเรียบร้อยแล้วเราออกไปกินข้าวด้วยกันนะ)
“ได้เลย ฮิๆ มิรินไม่กวนแล้ว รีบไปเลือกชุดหล่อๆ ออกงานเถอะ”
คนตัวเล็กวางสายก่อนจะเดินออกจากห้อง ป่านนี้บิดาคงออกไปทำงานแล้ว ส่วนไข่หวานพี่สาวของเธอก็กลับไปพักที่โรงแรมพร้อมกับสามี ที่บ้านตอนนี้คงเหลือแค่มารดากับแม่บ้าน
“อ้าว! คุณมิรินลงมาแล้ว ส้มกำลังจะขึ้นไปตามพอดี” แม่บ้านที่กำลังจะเดินขึ้นบันไดเงยหน้าเห็นเธอเดินลงมาจากชั้นสองก็ยิ้มให้พร้อมรายงาน “มีคนมาหาค่ะ รอตั้งแต่เช้าแล้ว”
“อ้าว! ใครกัน ไม่รีบมาบอก”
“เขาบอกว่ารอได้ค่ะ เผื่อคุณมิรินเหนื่อยอยากพักผ่อน ตอนนี้ส้มให้รออยู่ที่ห้องอาหารค่ะ”
“ขอบคุณนะคะ”
ร่างบอบบางเดินไปยังห้องอาหาร แปลกใจไม่น้อยที่แม่บ้านพาแขกไปรอที่ห้องอาหาร แต่เมื่อเห็นใบหน้าของแขกที่ว่าก็ถึงกับกลอกตา
หมาที่กัดเธอเมื่อคืนนั่นแหละ
“มาทำไม” น้ำเสียงที่เปล่งออกไปเย็นชาใช้ได้ อีกฝ่ายที่ได้ฟังก็หน้าเจื่อนไปเล็กน้อย
“เค้าทำข้าวต้มสมุนไพรเจ็ดชนิดมาให้” ดวงตาสีเข้มหลุบมองถ้วยข้าวต้มชามใหญ่ พร้อมเครื่องเคียงหลายอย่างเต็มโต๊ะ “เค้ารู้ว่าตัวเองไม่ชอบผักเลยสับละเอียดให้กินง่าย”
“ไม่กิน แล้วก็กลับไปได้แล้ว”
“กินเสร็จไปชอปปิงกันไหม? เค้าจ่ายให้เอง”
“ไม่ไปจะอยู่บ้าน”
“งั้นเค้าอยู่ด้วย”
“เอ๊ะ!”
มิรินย่างสามขุมเข้าไปใกล้คนนั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ตั้งใจจะคว้าเอาแขนของอีกฝ่ายลากออกไปโยนนอกบ้านแต่ออสโลกลับรู้ทัน เพราะนอกจากเขาจะเบี่ยงแขนหลบจนเธอแทบหน้าคว่ำใส่โต๊ะ ยังคว้าเอวบางเข้ามากอดแล้วจับนั่งคร่อมตักหันหน้าชนกัน
“ยังเมื่อยอยู่เหรอถึงไม่อยากออกไปไหน เค้านวดไหล่ให้เอาไหม?”
ออสโลไม่ได้แค่เพียงถาม มือหยาบยังคงบีบไหล่บีบแขนนวดเธอประหนึ่งนักมวยเตรียมขึ้นชกไม่ปาน
“ปล่อยนะ!!”
มิรินปัดมือของเขาออกเป็นพัลวัน เธอพยายามลุกจากการขึ้นคร่อมอีกฝ่ายแต่มาเฟียหนุ่มกับกอดรัดร่างเล็กเอาไว้แน่นด้วยมือข้างเดียว
ยักษ์วัดแจ้งชัดๆ ตัวใหญ่อย่างกับหมีป่า
“อย่าดิ้นสิ ดิ้นมากโดนนมนะ” ตาของเขาหลุบมองหน้าอกใต้เสื้อสีน้ำตาลอ่อนไม่วางตา
“ทุเรศพี่โล!! อย่ามาจับ!”
“งั้นมิรินจับพี่แทน” ออสโลเป็นฝ่ายดึงมือของเธอมาจับข้อมือทั้งสองข้างของตนเอง จากนั้นก็ยกขึ้นเหนือศีรษะแล้วเอียงคอบีบน้ำตาอย่างมีจริตจะก้าน “กระทำชำเราพี่ได้ตามอำเภอใจเลยค่ะ”
คนฟังหน้าแดงแปร๊ด คำพูดคำจาสำส่อนไม่มีใครเกิน
“น่าเกลียด!! จะฆ่าชิงทรัพย์น่ะสิ”
“ก็ทำสิ ปลดเลย ถอดเลย” คนนอนเอนหลังกับพนักเก้าอี้ยักคิ้วยียวนท้าทายเธอเสียเหลือเกิน
คนตัวเล็กนั่งกัดฟันกรอด เงยหน้าขึ้นมองมือที่กำลังทำท่าประหนึ่งถูกเธอกดเอาไว้ ทั้งที่ความจริงมิรินลดมือออกจากข้อมือหนาของเขานานแล้ว
แหวนทุกนิ้วถูกเธอยืดตัวขึ้นไปปลดออกมาวางบนโต๊ะจนหมด ตามด้วยสร้อยข้อมือเลสสีเงินแบรนด์ดังและปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีดำเพื่อเอาสร้อยที่คอ
“หนูเอาของพี่ไปหมดหรือยาง~”
มาเฟียหนุ่มยังคงนอนเอนกายให้เธอนั่งทับตัวอยู่อย่างนั้น รอยยิ้มเล็กๆ แสดงออกมาว่ากำลังสนุกกับการได้กลั่นแกล้งอดีตแฟนสาวยามเช้า
“บอกว่าอย่าท้า...”
“พี่ท้าอะไรหนูคะ?”
ปึก!
มือเล็กๆ กำเป็นกำปั้นทุบกลางอกของเสียงดังจนเจ้าตัวสำลัก เหลือบตามือเข็มขัดวาเลนติโน่สายหนังจึงเอื้อมมือลงมาปลดเป็นชิ้นถัดมา
จะเอาให้แก้ผ้าเดินกลับบ้านเลยคอยดู!
“คุณหนูคะ!!”
เสียงตะโกนจากแม่บ้านดังขึ้นขัดจังหวะ ลูกสาวมาเฟียหันขวับไปมองด้วยความตกใจ ต่างจากคนกำลังโดนปลดที่จิ๊ปากใส่เมื่อมีก้างขวางคอ
“ขึ้นไปทำข้างบนดีกว่าค่ะ เดี๋ยวบอดีการ์ดมาเห็น”
คำพูดของส้มทำให้มิรินหันกลับมามองการกระทำและท่วงท่าตนเอง
ตอนนี้เธอนั่งคร่อมตักออสโลในท่าหมิ่นเหม่ แถมยังเพิ่งปลดหัวเข็มขัดกางเกงของอีกฝ่ายสำเร็จแล้วกำมันไว้ในมือแน่น
“กรี๊ด~!!”
คนตัวเล็กแผดเสียงกรีดร้องออกมายกมือฟาดอกแกร่งดังตุ๊บๆ หลายครั้ง จากนั้นจึงรีบถดกายลงจากเก้าอี้ตัวเดียวกันมานั่งหน้าชามข้าวต้ม
ดวงตากลมโตตวัดสายตาดุแม่บ้านวัยกลางคนที่พูดจาไม่เหมาะสม ส้มจึงรีบเดินเอาน้ำผลไม้มาวางให้เธอและออสโลก่อนจะกลับเข้าไปทำหน้าที่ในครัว
“กลับไปเลยนะ วุ่นวาย” ปากเธอไล่ แต่มือกำลังตักข้าวต้มสมุนไพรเจ็ดอย่างบ้าบอของเขาเข้าปาก
มันช่วยไม่ได้เพราะทั้งโต๊ะมีแต่ของกินเคียงกับข้าวต้มที่เขานำมา
“ตอนเย็นไปเยาวราชกันไหม?” คนตัวสูงเท้าคางมองเธอกินอาหารฝีมือตนเองด้วยแววตาเปี่ยมสุข ออกปากชวนไปข้างนอกโดนไม่สนใจว่าเธอออกปากไล่ตนเองเป็นหนที่ร้อย “ตัวเองอยากกินปลาหมึกย่างไหม หม่าล่า ขนมจีบ ติ่มซำ เป็ดย่าง”
สารพัดอาหารที่ถูกนำมาหลอกล่อให้ออกไปข้างนอกด้วยกันทำเอาคนตัวเล็กกลืนน้ำลายอึก เธออยากกินมาก แต่ไม่ได้อยากไปกับเขา
“ซิดนีย์ท้องได้เดือนเศษๆ คงออกไปไหนด้วยไม่ได้” เสียงทุ้มกล่าวดักทางอย่างรู้ใจ “หรือเราจะไปนั่งกินแจ่วฮ้อนกันดี แล้วสั่งปลาเผากับน้ำตกคอหมูย่างมาเพิ่ม ส้มตำที่ใส่ขนมจีนชื่ออะไรนะที่มิรินชอบกิน...อ้อ ตำซั่วๆ แต่รู้หรือเปล่าว่าเดี๋ยวนี้เขากินแบบตำใส่เส้นเล็กด้วยนะ นัวอย่าบอกใคร”
มิรินถือช้อนค้างกลางอากาศ จินตนาการถึงอาหารที่อีกฝ่ายพูดแล้วนึกถึงบรรยากาศที่เคยไปกินกันตอนเด็กๆ ได้ดี
รู้ตัวอีกทีมือใหญ่ก็กำลังจะเอื้อมมือจับมือเธออีกรอบ เธอจึงเป็นฝ่ายรีบเบี่ยงตัวหลบมือเขาเอาคืนบ้าง
“มะ ไม่! ไม่อยากกิน!!” ใบหน้าบึ้งตึงแสดงออกมาอย่างไม่ชอบใจการกระทำของอดีตแฟนหนุ่ม “ห้ามจับตัวมิริน จะทำอะไรต้องขออนุญาตก่อน เราไม่ได้เป็นอะไรกัน”
เธอเน้นย้ำว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกัน มือของมาเฟียหนุ่มจึงหดกลับไปเท้าคางตนเองมองมายังร่างเล็กอย่างแง่งอน
“กอดต้องขอไหม?”
“ขอ”
“จูบ?”
“ขอ”
“จับมือ?”
“ขอ”
“หอมแก้มด้วย?”
“ขอ!”
“ขอแต่งงาน”
“ขอ...เอ๊ะ! อย่ากวนนะ” ใบหน้าเล็กผินหน้าหนีเพราะเผลอไผลจนพูดอะไรงี่เง่าออกมา
“แต่งงานกัน”
“ไม่!”
“งั้นขอป้อนข้าวได้ไหม?”
“ไม่”
“งั้นป้อนพี่หน่อย”
“ไม่มีมือเหรอ”
“ไม่มี โดนมัด” ออสโลก่อกวนด้วยการทำท่าเอามือไพล่หลังกับเก้าอี้ทำทีถูกมัด อ้าปากรอให้เธอมาป้อนข้าว
คนจะกินข้าวแล้วไม่ได้กินสักทีก็เริ่มออกอาการโมโห แล้วไหนจะกระดุมเสื้อบนอกนั่นอีก
โตแล้วยังจะติดกระดุมผิด
“พี่ติดกระดุมผิดเม็ด”
“ไหน? ถูกแล้ว”
“มันผิด! ตาถั่วหรือไง”
“ไม่ผิด” คนตัวโตหลุบตามองและเขาเห็นแล้วว่ากระดุมมันอยู่ผิดที่ เพียงแต่ยังแสร้งเมินเฉย ทำท่าเอามือไพล่หลังอ้าปากรอต่อไป
ช้อนในมือถูกวางเคร้งลงในถ้วย มิรินลุกเดินไปฟาดต้นแขนกำยำของมาเฟียหนุ่มดังเพียะข้อหาเถียง ก่อนจะก้มหน้าลงไปปลดกระดุมเพื่อติดให้ถูกต้องด้วยความรำคาญ
“คุณหนูคะ!! พวกคุณท่านจะเสียใจเอานะคะ ไปทำบนห้องเถอะค่ะ เดี๋ยวโดนคุณพ่อดุ”
แม่บ้านเดินกลับมาเห็นลูกสาวคนเล็กของนายใหญ่กำลังปลดกระดุมผู้ชายก็เอ่ยขึ้นด้วยความเป็นห่วง แต่แล้วก็ต้องหุบปากฉับรีบวางจานผลไม้ลงบนโต๊ะ รีบแจ้นหายเข้าไปในครัวอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นสายตาเกรี้ยวกราดของคุณหนู
“กรี๊ด!!”
วันบ้าวันบออะไรของเธอเนี่ย!!