หลายวันต่อมา
‘➢Sydney : พรุ่งนี้เก้าโมงเช้า จะมีรถไปรับออกไปลองชุดเพื่อนเจ้าสาว ช่วยยกตูดออกจากที่นอนด้วย’
ข้อความที่คุยกันประโยคสุดท้ายก่อนเข้านอนคือสาเหตุให้มิรินตื่นแต่เช้ามานั่งรอรถที่ว่า ประจวบกับบิดาและมารดาเดินควงแขนกันลงมาจากชัั้นสองของคฤหาสน์พอดี ลูกสาวคนเล็กอย่างเธอจึงอดแซวความสวีตของสองสามีภรรยาประจำบ้านไม่ได้
“คุณวัศริศร์กับคุณขจารินจะออกไปเดตกันที่ไหนแต่เช้าคะ?” ใบหน้าที่เท้าคางกับที่พักแขนโซฟายิ้มแป้นกับความน่ารักของทั้งคู่
เธออยากมีผู้ชายที่รักเธอเท่าชีวิตแบบนี้บ้างสักคน
“ไปมูลนิธิค่ะ น้องมิรินอยากไปกับคุณแม่ไหมคะ?”
“วันหลังนะคะ วันนี้มิรินนัดกับซิดนีย์ไว้ว่าจะไปลองชุดเพื่อนเจ้าสาว” ตอบเสร็จก็ยิ้มให้ท่านทั้งสองจนตาหยี
ก่อนที่จะมุ่ยหน้าเมื่อฝ่ามือใหญ่ของบิดาตรงเข้ามายีผมสีบลอนด์ของตนเองจนฟูฟ่อง
“คุณพ่ออะ!”
“มันเขี้ยว”
“น่ารักก็บอกว่าน่ารักสิคะ มันคงมันเขี้ยวอะไรกัน” เธอจับมือของท่านมาแนบแก้มด้วยความคิดถึง “หลังงานแต่งของซิดนีย์ วิรัลรดีจะรบกวนให้ท่านประธานสอนงานนะคะ”
“มาเถอะ อย่าร้องไห้วิ่งหนีกลับฝรั่งเศสรอบสองแล้วกัน” มาเฟียใหญ่หัวเราะกึ่งเอ็นดูกับท่าทางร่าเริงของลูกสาว ไม่ลืมจะพูดบางอย่างที่ทำให้หัวใจของมิรินอุ่นวาบไปทั้งใจ “มีอะไรก็มาบอกพ่อนะ อย่าเก็บไว้คนเดียว”
เธอเข้าใจว่าท่านอาจหมายถึงเมื่อเข้าไปทำงานในบริษัท คงกลัวว่าลูกสาวจะคิดมากแล้วเก็บมาปวดหัวทีหลัง
“รับทราบค่ะท่านประธาน!” คนตัวเล็กหยัดกายลุกขึ้นยืนตัวตรง โค้งคำนับแสดงความเคารพเลียนแบบบอดีการ์ด “ขอเข็มกลัดตัววี (V) มาเสริมบารมีด้วยนะคะ”
บริษัทลงทุนข้ามชาติวีกรุปที่ใครก็อยากให้โปรยเงินลงบนกิจการของตนเอง แล้วรอเก็บเกี่ยวกินผลกำไรที่ลงทุนไป
มิรินเดินออกไปส่งท่านทั้งสองถึงรถ เพียงแค่รถตู้ของบ้านขับออกไปไม่นานเฟอร์รารี่ เอสเอฟ90 สไปเดอร์เปิดประทุนสีทองก็ขับมาจอดเทียบแทนที่จุดที่รถตู้เพิ่งจอดเมื่อครู่
เพราะเป็นรถนำเข้า พวงมาลัยจึงอยู่ฝั่งซ้าย ทำให้เห็นได้ชัดเจนว่าเจ้าของรถคันนี้คือใคร
ออสโลในชุดสีดำสวมแว่นกันแดดสีเดียวกันนั่งโดดเด่นอยู่บนที่นั่งคนขับ ก่อนจะดับเครื่องวีแปดลงมาหาเธอด้วยท่าทีร่าเริง
แต่งตัวไม่ดูแดดเมืองไทยเลยพ่อคู้ณ
“มาทำไม...เดี๋ยวนะ” คำถามที่เพิ่งถามเขาไปทราบคำตอบด้วยสัญชาตญาณตนเองเพียงเสี้ยววินาที “รถที่ยัยซิดนีย์บอกว่าจะมารับไปลองชุดคือรถพี่โล?”
“ไปกันเถอะ หรือมิรินอยากแวะทานอะไรก่อน?” มือหนาเอื้อมไปเปิดประตูรถให้อย่างอารมณ์ดี
แต่การกระทำของเขาจุดความหงุดหงิดของเธอขึ้นมาแต่เช้า
ไม่เคยเปลี่ยนเลย นิสัยแบบไหนตอนนี้ก็ยังเป็นแบบนั้น
“อย่ามาเมินนะ ทำไมตอบไม่เคยตรงคำถามเลย”
น้ำเสียงไม่พอใจของคนตัวเล็กทำให้มาเฟียหนุ่มชะงักนิ่งไป ก่อนจะยิ้มออกมาแล้วขยับเข้าไปยืนใกล้ๆ จนความสูงของเธอเสมอแผ่นอกของเขา
“พี่ขอโทษ ซิดนีย์ให้พี่มารับมิรินไปลองชุดครับ”
“มิรินไปเองดีกว่า เดี๋ยวไปขอพิกัดร้านกับซิดนีย์”
“แต่เราไม่ได้ไปลองชุดที่ร้านนะ ซิดนีย์ท้องอยู่เลยเรียกร้านไปวัดชุดที่บ้าน”
“บ้านซิดนีย์เหรอ?”
“ก็...บ้าน”
เขาทำท่าอึกอักไม่อยากบอก คงกลัวว่าเธอจะไม่ไปด้วย
นิสัย!
“ไม่ต้องลำบากมาเป็นธุระให้ก็ได้ เราไม่ได้เป็นอะไรกัน คนอื่นจะเข้าใจผิด” เธอไม่อยากกลับเข้าไปเป็นหนึ่งในผู้หญิงของเขาอีก
ไม่อยากไปไหนมาไหนให้คนเห็น ก็เหมือนกับเมื่อก่อนที่เขาเองก็ไม่อยากไปไหนมาไหนกับเธอให้คนอื่นเห็น
“ทำไมทำหน้าแบบนั้น” สองฝ่ามือใหญ่ประกบหมับเข้ากับแก้มของคนคิดอะไรเพลินๆ โดยไม่ทันตั้งตัวจนมิรินสะดุ้งรีบปัดออก
“ทำหน้าแบบไหน พูดดีๆ นะ”
“ทำหน้าเหมือนกำลังจะร้องไห้...” เขาดื้อจับแก้มเธอใหม่ แม้คราวนี้จะเป็นเพียงการจับด้วยมือข้างเดียว แต่กลับรู้สึกอบอุ่นไม่ต่างจากเมื่อครู่ “อย่าร้องไห้...”
พรึ่บ!
“จะไปส่งก็ไป” น้ำเสียงกระฟัดกระเฟียดบ่งบอกว่าไม่สบอารมณ์กับคำพูดเมื่อกี้นี้
มิรินเข้าไปนั่งในรถพร้อมคาดเข็มขัดนิรภัยโดยไม่ต้องรอให้ใครมาสอน สองมือเล็กกอดอกตนเองมองออกไปด้านนอกรถเพราะไม่อยากสนทนากับคนที่เพิ่งมานั่งประจำที่คนขับ
“ร้อนหรือเปล่า ปิดหลังคาดีไหม?”
เงียบ...
เธอใจแข็งกว่าที่คิด เป็นมุมที่ออสโลไม่เคยเห็น คนตัวโตจึงได้แต่ทำหน้าจ๋องก่อนจะกดปุ่มเอาหลังคาลงเงียบๆ แต่ถึงอย่างนั้นก็มิวายยกมือขึ้นบังเหนือศีรษะเล็ก กลัวว่ามันจะกระแทกชนหัวของน้อง
มิรินรับรู้ตลอดเวลาที่อยู่บนรถว่าเขาแอบลอบมองเธอ ซึ่งเอาแต่นั่งหันหลังให้แล้วมองไปด้านนอกรถ ราวกับมันมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากมายนับตั้งแต่ไปอยู่ต่างประเทศ
“เค้กที่มิรินชอบกินแถวบ้านป๊าไม่มีแล้วนะ”
จู่ๆ ออสโลก็พูดทำลายความเงียบขึ้นมา คำพูดนั้นมันทำให้คนที่เอาแต่นั่งตะแคงข้างหันขวับมามอง
“ทำไม”
“เจ้าของร้านเขาเสีย ไม่มีคนทำต่อ”
“คุณป้าน่ะเหรอ” ใจเธอหายวูบ คุณป้าใจดีที่ซื้อเท่าไหร่ก็ชอบมีของแถมให้ “เขามีลูกนี่คะ”
เธอจำได้ว่าเขามีลูกชายวัยเดียวกับคนตรงหน้า นึกว่าผู้ชายคนนั้นจะมาสานต่อร้านเพราะเห็นว่ามาช่วยขายของบ่อยๆ
“ลูกชายเขาทำงานออฟฟิศ ไม่ได้ทำกิจการที่บ้าน”
“รู้ดีจังนะ”
“รู้สิ ก็พี่ไปงานศพแม่เขา” สายตาของมิรินมองมาอย่างไม่เชื่อ โทรศัพท์ในกระเป๋าจึงถูกหญิงขึ้นมาพร้อมกับกดบางอย่างส่งให้คนตัวเล็กดู “ลูกชายเขามาทำงานกับพี่ช่วงที่แม่เขาเริ่มป่วย”
“ทำงาน...”
เสียงเธอเบาหวิวเมื่อเห็นภาพของลูกชายเจ้าของร้านเค้กในชุดบอดีการ์ดแบบเดียวกับลูกน้องของออสโลใส่ มิรินหันไปมองคนที่กำลังขับรถอย่างไม่เข้าใจถึงการกระทำนั้น
“คนขาดจนต้องไปดึงคนธรรมดามาเกี่ยวเลยเหรอ? พี่ไม่รู้สึกอะไรเลยใช่ไหม ถ้าวันหนึ่งลูกชายคุณป้าเขาตายเพราะต้องรับกระสุนแทนพี่!!”
ถึงเธอจะเป็นลูกมาเฟีย แต่ไม่เคยบอกว่าชอบลักษณะงานลับๆ ที่มาเฟียทำ แม้พ่อจะไม่เคยบอกว่านอกจากธุรกิจการลงทุนกับมาเฟียคนอื่นๆ ที่เรียกว่าพันธมิตรแล้วยังมีอะไรอีกที่ทำร่วมกัน แต่เธอรู้ทุกอย่าง ทั้งอาวุธ ทั้งข่าวกรอง ไหนจะกาสิโนในหลายๆ พื้นที่นั่นอีก
คนที่มาเล่นมีแต่ผีพนัน ฆ่ากันตายเป็นผักเป็นปลาตายแบบวันต่อวัน
“ถ้ามันตายเพราะรับกระสุนแทนพี่ก็คงไม่รู้สึกอะไร”
คำพูดแสนเย็นชาออกมาจากปากตามคาด เธอคิดไว้ไม่ผิด ออสโลไม่เคยเปลี่ยน การกระทำที่แสร้งทำดีต่อกันมากมายเพราะต้องการรักษาผลประโยชน์ทางธุรกิจตนเอง
“เพราะมันเป็นคนมาขอทำงานเอง”
“...”
“แม่มันป่วยแล้วไม่มีเงินรักษา มันต้องใช้เงินจำนวนมาก”
“ก็แค่ให้เงินเขาไปสิ ทำไมต้องให้เขามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วย” น้ำเสียงสะบัดติดความขุ่นเคืองเปล่งออกมาอย่างควบคุมไม่อยู่
เธอไม่เคยเข้าใจอะไรเขาเลย ไม่เคยรู้อะไรสักอย่าง เพราะเขาเองก็เอาแต่เงียบ
“แล้วพี่ต้องให้เงินอีกกี่คนถึงจะไม่มีใครมาขอทำงานด้วย งานพวกนี้มันเป็นงานปากต่อปาก คนพวกนั้นต่างก็ลากญาติโกโหติกาของตนเองมาขอทำงาน!”
“...” มิรินนิ่งไปกับการตอบโต้เสียงแข็งจากอีกฝ่าย วูบหนึ่งแววตาสีเข้มของเขามันสะกดให้เธอนิ่งและตั้งใจฟัง ราวกับว่าเขามีอะไรอีกมากมายที่อยากบอกให้เธอรับรู้
“พี่แค่อยากเล่าให้ฟังเรื่องร้านเค้ก ไม่ได้อยากชวนทะเลาะกัน” เสียงของเขาเบาลงหลังจากรู้ตัวว่าเพิ่งเสียงดังใส่ “เรายังมีอะไรหลายๆ อย่างที่ไม่เข้าใจกัน ต่อไปพี่จะพยายามอธิบายให้มิรินฟังมากขึ้น”
รถซูเปอร์คาร์ขับเข้ามาจอดที่คฤหาสน์สไตล์อังกฤษในที่สุด แต่ถึงอย่างนั้นมาเฟียหนุ่มก็ยังไม่ดับเครื่องยนต์และปล่อยเธอลง
ร่างแกร่งโน้มตัวไปปลดเข็มขัดนิรภัยให้อย่างใจเย็น แต่กลับไม่ขยับตัวถอยห่างไปนั่งตัวตรงอย่างเดิม ฝ่ามือร้อนลูบไล้แก้มนวลด้วยความทะนุถนอม ก่อนที่จะมีแรงดึงดูดมหาศาลให้ริมฝีปากหยักของชายหนุ่มประกบแนบแน่นลงบนกลีบปากนุ่มของอดีตแฟนสาว