ออสโลไม่ได้จูบอย่างนุ่มนวลหรือดุดัน แต่เป็นการจูบที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความปรารถนาและความคิดถึง เมื่อผ่านไปเกือบนาทีเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้แสดงอาการผลักไสหรือรังเกียจ จึงเริ่มตวัดเกี่ยวเรียวลิ้นเล็กมาเชยชิมด้วยความรู้สึกล้ำลึก
คราวนี้น้องสะดุ้งเล็กน้อยกับสัมผัสจาบจ้วงไม่ทันตั้งตัว หากแต่ถูกคนตัวโตกว่าใช้แรงกดไหล่มนติดพนักเบาะมอบจูบเอาแต่ใจให้ซ้ำจนสิ้นฤทธิ์
ริมฝีปากนุ่มถูกดูดดึงอย่างเอาแต่ใจ เสื้อที่สวมใส่ถูกเลิกขึ้นจนเห็นหน้าอกใหญ่เกินขนาดถูกห่อหุ้มด้วยควิกบราตะขอหน้า มือหยาบตะโปมบีบความนุ่มหยุ่นเร้าอารมณ์คนตัวเล็กด้วยทักษะช่ำชองจนได้ยินเสียงคราง ‘อือ’ ผ่านลำคอระหงเบาๆ
เฮือก!!
มิรินใจหายวาบ เมื่อจู่ๆ ตะขอบราก็ถูกนิ้วเขี่ยปลดมันทิ้งจนสัมผัสได้ถึงความเย็นของเครื่องปรับอากาศ ปลายนิ้วชี้กดลงบนปุ่มนูนบนหน้าอกของเธออย่างย่ามใจ พอๆ กับรสจูบที่ทวีความดุดันขึ้นจนคนไร้ประสบการณ์นอนเอาหลังแนบเบาะ
เมื่อริมฝีปากหนาปล่อยปากหวานเป็นอิสระ มิรินก็ถึงกับเชิดหน้าครางในลำคอเมื่อถูกอุ้งปากร้อนดูดดุนยอดอกจนได้ยินเสียงดังลามก
“อ๊ะ อื๊อ~ ปะ ปล่อย”
ร่างเล็กห่อไหล่ลงตามสัญชาตญาณ ทว่ามือร้อนกลับรุกรานเธอด้วยการบีบขย้ำเนินเนื้ออูมเบื้องล่างผ่านร่มผ้าจนต้องแอ่นอกเข้าหาปากมาเฟียหนุ่มอีกรอบ
“อื๊อ อึ๊ย...”
คราวนี้เขากินมันได้ดิบเถื่อนยิ่งกว่าเดิม ยิ่งรับรู้ว่าเจ้าของร่างกำลังพยศกับสัมผัสวาบหวามที่ปรนเปรอให้ ออสโลยิ่งออกแรงดูดยอดอกสองข้างสลับกันไปมาหนักหน่วงจนจุกเล็กแข็งเป็นไตและเริ่มแดงจากแรงมือชาย
คนตัวโตเท่ายักษ์ผ่อนปรนน้ำหนักลงเมื่อร่างน้อยนอนนิ่ง เลื่อนริมฝีปากขึ้นมาประกบกลีบปากหวานจูบกันดูดดื่มแทบขาดใจ
กระทั่งสามัญสำนึกกระชากมาเฟียหนุ่มให้หยุดตะโปมจูบใส่อดีตแฟนสาวตัวเล็กให้เธอได้หายใจ ทุกอย่างจึงกลับเข้าสู่สภาวะปกติ
และ...
เพียะ!
“สกปรก!”
ปึง!
ถูกเธอด่าตามระเบียบหลังจากตบหน้าฉาดใหญ่จนหน้าหัน มิรินติดตะขอบราตนเองลวกๆ ตามด้วยเสียงปิดประตูดังปึงกระแทกหน้า บ่งบอกว่าโกรธขนาดไหนที่ถูกเขาฉวยโอกาสในตอนที่หวั่นไหว
ออสโลรีบลงจากรถหวังตามไปคุยให้เข้าใจ แต่เธอเดินนำไปก่อนหลายก้าว กว่าจะเดินเข้าไปถึงข้างในบ้าน ซิดนีย์ กันภัย และคนอื่นๆ ก็หันมามองหน้าสลอนจนเป็นเขาเสียเองที่ทำตัวไม่ถูก
“มองหน้าทำไม?” ตีเนียนด้วยการกวนประสาทน้องสาวพลางชะเง้อหาคนที่มาด้วยกัน
“พี่โลทำอะไรมิรินหรือเปล่า?” ยัยตัวแสบเค้นถามเขาพร้อมกับเดินดุ่มๆ มาเอาเรื่อง
“...ไม่ได้ทำ” ใครจะยอมรับว่าทำ ต่อให้ทำก็ไม่ใช่เหตุที่จะมาบรรยายให้คนอื่นรับทราบ “แล้วมิรินไปไหน?”
“ไปเข้าห้องน้ำ มาถึงก็ถามทางเข้าห้องน้ำเลย บอกว่าคลื่นไส้”
คำพูดไม่ประสีประสาของน้องสาวทำเอาคนเป็นพี่ทำหน้าจ๋อย
แอบยกมือพิสูจน์ลมหายใจตนเองก็พบว่าไม่มีอะไรผิดปกติ เขาสะอาดและตัวหอมฟุ้ง ปากก็หอมเพราะอมลูกอมระงับกลิ่นปากจนหอมไปถึงลำไส้ใหญ่
“มาอ้าปากอะไรตรงนี้ เมื่อเช้าไม่ได้แปรงฟันเหรอ?” ยัยตัวแสบเห็นการกระทำของเขาก็รีบยกมือขึ้นปิดจมูกอย่างรังเกียจ
ก่อนที่จะถูกฝ่ามือหนาผลักศีรษะเบาๆ ด้วยความรำคาญ
“ไอ้กัน มายกลูกกับเมียมึงกลับก่อนที่กูจะจับโยนลงสระอีก” เขากวักมือเรียกอดีตลูกน้องคนสนิทมารับตัวซิดนีย์กลับไปนั่งที่
กันภัยในตอนนี้ เป็นถึงผู้อำนวยการฝ่ายการเงินของลูซโซเอเชีย ทำงานงกๆ หาเงินเลี้ยงน้องสาวที่ขี้เกียจตัวเป็นขนไม่ยอมทำงานทำการ
“บี๋มานี่ครับ” กันภัยยังคงฟังคำสั่งของเขาไม่เปลี่ยนแปลง รีบมาประคองร่างเล็กกลับไปนั่งที่โซฟา
หมั่นไส้แค่สรรพนามที่ใช้เรียกกัน
“เหอะ! เบบี๋ แดดดี๊” มาเฟียหนุ่มที่เดินตามหลังน้องสาวเบะปากพูดล้อเลียนสรรพนามที่ทั้งคู่เรียกกันจนซิดนีย์หันขวับ
“กลับไปเลยนะ พี่หมดประโยชน์แล้ว” หน้าบึ้งทำให้แก้มกลมของยัยตัวแสบขึ้นมากองจนอยากบีบแก้มน้อง “อิจฉาเค้าน่ะสิ ตัวเองเป็นได้แค่อดีต แฟนเก่าครับ แฟนเก่าขา~”
“ไม่ติดว่ามีหลานอยู่ในท้องนะ...” ร่างสูงกัดฟันกรอดย่างสามขุมจะเข้าไปเอาเรื่อง
แต่ยัยตัวแสบกรีดร้องโวยวายหาตัวช่วยก่อน แถมยังเป็นคนที่เขาไม่กล้าสู้
“มิริน กรี๊ด! ช่วยด้วย!!”
“อะไรๆ”
ยัยตัวเล็กที่ไม่รู้เรื่องรีบวิ่งออกมาจากทางห้องน้ำหน้าตื่น ก่อนจะหยุดฝีเท้าเมื่อเห็นว่าเป็นเพียงการแกล้งกันระหว่างพี่น้อง คงคิดว่าเพื่อนสนิทหกล้มหรือต้องการความช่วยเหลือจริงๆ
“มิรินไล่พี่โลกลับไปสิ ไล่เลย ชิ่วๆ” ซิดนีย์ออกปากยุแยงเพื่อนสนิทให้ไล่พี่ชายตนเอง
หรือความจริงอาจจะแค่อยากทดสอบว่าเธอกล้าออกปากไล่เขาตามน้ำไปหรือเปล่า ซึ่งมิรินก็ไม่ได้ปริปากขับไล่เขาแม้แต่น้อย เธอเดินไปนั่งที่โซฟาข้างเพื่อนสนิทตนเองทำเป็นทองไม่รู้ร้อน
“บ้านซิดนีย์ ซิดนีย์ก็เป็นคนไล่สิ”
ยัยเด็กแสบที่ได้ฟังจึงเปลี่ยนเป็นซบหน้าอ้อนสามีหงิงๆ แทน ส่วนออสโลก็ถือวิสาสะมานั่งที่โซฟาตัวเดียวกับอดีตแฟนสาวจนไหล่แทบชนกัน
“พี่โลจะมานั่งเบียดกันทำไมสามคน โซฟามีตั้งหลายตัว...หรืออยากนั่งใกล้ใคร” ซิดนีย์เริ่มเปิดศึกยกสองกับตนเองพร้อมกับเหล่ตามองเพื่อนสนิท
ยัยเด็กนี่เป็นงาน รู้จักชงให้ สงสัยงานแต่งคงให้ของขวัญเป็นกระเป๋าอย่างเดียวไม่พอ ต้องแถมเช็คเงินสดใส่ซองอีกเท่าตัว
“ก็...เมื่อย อยากเหยียดแขน” ว่าแล้วก็ยกแขนทั้งสองข้างพาดกับพนักพิงโซฟา แอบใช้ปลายนิ้วเขี่ยไหล่มนเล่นจนถูกเธอจิกตาดุใส่ให้หยุด
“แกลองชุดเสร็จแล้วเหรอ?” คนตัวเล็กเลิกสนใจเขาแล้วถามเจ้าของบ้านแทน พยายามไม่สนใจแม้ว่ากำลังถูกมาเฟียร้ายก่อกวนด้วยการม้วนผมเล่น
“เรียบร้อยแล้ว แค่มาไฟนอลชุดว่าไม่ได้ท้องโตขึ้นจนใส่ชุดไม่ได้” ว่าแล้วมือเล็กของคุณแม่มือใหม่ก็จับมือเพื่อนสนิทมาลูบท้องตนเอง “ลูกฉันน่ารักใช่ไหมล่ะ~”
“เห่อเกิ๊น เพิ่งจะเดือนเศษๆ”
“แกไม่เข้าใจหรอก ว่าการได้เป็นแม่คนมันวิเศษขนาดไหน”
“ก็ไม่ใช่ว่าไม่เข้าใจ แต่แกรู้เพศลูกแล้วหรือไงถึงบอกว่าลูกสวย ลูกอาจจะหล่อแบบพี่กันก็ได้” มิรินเงยหน้ามองคนที่นั่งบนที่พักแขนโซฟา คอยโอบประคองเพื่อนสนิทของเธอเอาไว้ “มิรินตกใจนะ ที่พี่กันยอมเป็นสามียัยตัวแสบนี่”
“น้อยๆ หน่อยแกน่ะ พี่กันเขาตาถึง เขาเรียกว่าตาถึง” มือของซิดนีย์รีบกระตุกแขนของกันภัยยิกๆ หาพรรคพวก โดยที่อีกฝ่ายได้แต่ส่ายหน้ายิ้มเอือมกับคำพูดคำจาของภรรยาตนเอง
“จ้า~”
“ไม่ต้องมาจ้าเลย แกต้องรีบมีลูกมาเข้าโรงเรียนพร้อมลูกฉัน” ซิดนีย์หันมือลูบท้องบางของเพื่อนอย่างถือวิสาสะ “แกรีบท้องภายในเดือนสองเดือนนี้นะ ไม่งั้นลูกฉันต้องไม่มีคนให้ลอกการบ้านแน่เลย”
“พูดบ้าๆ” มิรินบ่นอุบอิบเบือนหน้าหนีเพื่อน แต่เพราะหันมาเจอเขาจึงชักสีหน้าแล้วหันกลับไปมองเพื่อนตนเองอย่างเสียไม่ได้
“ไม่บ้า เอาจริง” มือของน้องสาวมุดผ่านหลังเพื่อนสนิทมาสะกิดแขนเขาพร้อมกับชูมือสองนิ้ว
ระบบอัตราการแลกเปลี่ยนภายในครัวเรือนของตระกูลปาลาดินีที่รู้กันดีว่าลงท้ายด้วยหลักแสน ซึ่งมาเฟียหนุ่มก็รีบพยักหน้าตอบรับอย่างรวดเร็ว
“แกก็ลองเปิดใจมองๆ แถวนี้ดู บางทีอะไรๆ มันอาจจะเปลี่ยนไปแล้วก็ได้” ซิดนีย์คว้ามือเพื่อนไปจับด้วยพร้อมแสดงสีหน้าจริงจัง “เอาหน้าตากับมันสมองลูกไว้ก่อน สันดานมันอาจจะไม่ได้ติดมาจากพ่อของลูกก็ได้”
ออสโลชำเลืองตามองน้องสาวอย่างคาดโทษ จะช่วยก็ช่วยไม่สุด ต้องแวะมาแว้งกันกันตามประสาคนเกิดมาแย่งมรดกกองเดียวกันอีก
แต่ยังไม่ทันจะได้หันไปสังเกตปฏิกิริยาของอดีตแฟนสาวตัวน้อย โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงก็แผดเสียงขึ้นพร้อมกับสายที่ไม่รับไม่ได้
‘Patricia’
แวบหนึ่งเห็นหางตาของมิรินเหลือบมองหน้าจอตนเองก่อนจะแน่นิ่งไป แต่ออสโลไม่มีเวลาถามเหตุผล เขาต้องรีบรับสายและมันก็สำคัญตามคาด
“ซิดนีย์ ให้คนไปส่งมิรินกลับบ้านด้วยนะ พี่ต้องรีบไปดูแพทริเซีย” ร่างสูงผลุนผลันลุกขึ้นกลางวงสนทนา ก่อนจะหันมามองหน้าอดีตคนรักที่นั่งเงียบไม่พูดไม่จา “พี่ขอโทษนะ ติดธุระสำคัญมากจริงๆ”
เขาพูดกับเธอแค่นั้นและวิ่งไปขึ้นรถพันแรงม้า บึ่งออกจากคฤหาสน์ด้วยความเร็วที่ยิ่งกว่าตอนมาที่นี่
ออสโลกลับไปแล้ว ทว่าบรรยากาศภายในบ้านยังคงเงียบ ซิดนีย์หันไปส่งสายตาให้ช่างตัดชุดช่วยกอบกู้บรรยากาศ ก่อนที่เสียงของช่างจะดังขึ้นตามหน้าที่
“เอ่อ คุณมิรินมาวัดสัดส่วนก่อนนะคะจะได้เอาชุดไปลอง แล้วเราค่อยมาดูกันว่าต้องแก้ตรงไหนบ้าง”
คนตัวเล็กพยักหน้ารับแล้วหยัดกายลุกขึ้นเดินไปหาช่าง ไม่ปริปากพูดอะไรออกมาสักคำจนเพื่อนสนิทร้อนใจ
“มิรินโกรธที่พี่โลไม่ได้พากลับหรือเปล่า คือ...”
“มิรินได้ยินที่เขาบอกแล้ว” เธอพูดสวนก่อนที่เพื่อนจะพูดจบด้วยซ้ำ “ไม่มีอะไรหรอก มิรินไม่เคยเป็นคนแรกที่เขานึกถึงอยู่แล้ว”
“ไม่ใช่แบบนั้น...”
“ไม่ต้องแก้ตัวแทนพี่ชายตัวเองเลยนะ แล้วอีกอย่างตอนนี้เราก็ไม่ได้อยู่ในฐานะที่ต้องใส่ใจกัน”
“อะ อือ” สองแสนที่พี่ให้ ซิดนีย์คงช่วยได้เท่านี้ เธอเองก็ไม่กล้าออกหน้ามากเพราะไม่รู้ว่าพี่ชายทำอะไรเพื่อนสนิทของตนเองเอาไว้บ้าง “เอาแบบที่มิรินโอเคนั่นแหละ...วันงานมาแต่งหน้าที่โรงแรมด้วยกันนะ จ้างช่างไว้แล้ว”
คนตัวเล็กชวนคุยเรื่องอื่นให้เพื่อนใจเย็นลง ก่อนจะมองหน้าสามีหนุ่มของตนเองอย่างขอตัวช่วย
“เอาแบบนั้นแหละ”
“สาวๆ อยากทานอะไรกันไหมครับ จะได้สั่งมาทานที่บ้าน”
“เอาๆ ซิดนีย์อยากกินขนมจีนน้ำเงี้ยว ไม่ได้ไปบ้านคุณตาของมิรินนานแล้วเลยไม่ได้กินอีกเลย”
“กินด้วย มิรินก็เอาขนมจีนน้ำเงี้ยว”
“ได้ครับ แต่ไม่รู้ว่าร้านในกรุงเทพจะอร่อยเท่าที่ไร่หรือเปล่านะ” กันภัยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดสั่งลูกน้องของตนเอง
บรรยากาศมาคุดีขึ้นทันตาเมื่อเปลี่ยนหัวข้อสนทนา แต่แล้วคำถามจากพนักงานร้านเสื้ออีกคนที่ดูจะอ่านบรรยากาศไม่ออกก็ทำให้ทั้งบ้านเงียบอีกครั้ง
“แล้วของคุณออสโลล่ะพี่ คราวก่อนให้แก้ตรงไหล่มา ไม่รู้จะแก้ตรงไหนอีกหรือเปล่า”
อดีตแฟนสาวที่ได้ยินชื่อของมาเฟียหนุ่มก็ถึงกับเบ้ปากคว่ำ หากจะมีอะไรที่คนอย่างพัทธ์ศรัณย์ ปาลาดินีต้องแก้อีกก็คงจะเป็น
สันดาน...