บทที่ 2 หล่อแต่ชั่ว

1040 คำ
บทที่ 2 หล่อแต่ชั่ว "อีพวกบ้า! มหาวิทยาลัยแท้ ๆ ยังกล้าทำเรื่องอุจาดตาอีก" หลังจากที่ฉันอารมณ์เสียก็ต้องกลับมาคิดทบทวนการเข้าหาทั้งสองคนใหม่ ตอนแรกตั้งใจว่าจะแค่ตีสนิทและขอความช่วยเหลือ แต่ดูเหมือนว่าทั้งสองคนจะเป็นพวกจิตวิตถาร "มานั่งเหม่อแบบนี้เป็นอะไรจ๊ะสาว" มาเบลหรือยัยเบลเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของฉัน นางเป็นเพื่อนที่โคตรรู้ใจ และเข้าใจว่าตอนนี้ครอบครัวของฉันกำลังเจอปัญหาอะไรบ้าง "คิดปัญหาเรื่องที่บ้านน่ะสิ" "เฮ้อ... ฉันเข้าใจแกนะยัยฝัน ครอบครัวของแกมาไกลเกินที่จะกลับไปยืนอยู่จุดนั้นแล้ว แต่ถ้าพวกมันเล่นวิธีสกปรกกับแก แกจะไปทำอะไรได้ บางอย่างถ้ามันหนักเกินไปแกควรจะปล่อยให้พวกผู้ใหญ่ตัดสินใจเอง" "ฉันแค่ไม่อยากให้ที่บ้านต้องไปทำธุรกิจสกปรกอีก ว่าแต่แกรู้จักรุ่นพี่วิศวะที่ชื่อสิบทิศกับปฐพีไหม?" "อืม... ขอนึกแป๊บ อ๋อ เคยเจอที่ผับ พวกนี้เป็นลูกคนมีอิทธิพลเข้าถึงยากมากนะ" "ฉันให้ลูกน้องสืบมาจนรู้ว่าสองคนนี้ค่อนข้างมีอิทธิพล ถ้าฉันเข้าหาคนมีอิทธิพลให้มาช่วยเรื่องนี้แกคิดว่ามันจะเป็นยังไง" "วุ่นวายจ้าาา ฉันบอกได้เลยว่ามีแต่ความวุ่นวายแน่ ๆ คนพวกนั้นไม่มีทางทำอะไรโดยไม่หวังผลตอบแทน ฉันรู้ว่าเรื่องเงินครอบครัวแกไม่มีปัญหา แต่มันคุ้มไหมกับการที่ต้องเอาเงินไปให้พวกฟอกเงินพวกมีอิทธิพลจัดการกับพวกมีอิทธิพลอีกที" "มันก็น่าลอง ถ้าเกิดสองคนนั้นรับข้อเสนอและช่วยให้ไอ้พวกบ้าอำนาจทั้งหลายเลิกวุ่นวายกับครอบครัวฉัน แค่นี้ฉันก็พอใจแล้ว ฉันไม่อยากให้พ่อต้องไปทำอะไรเสี่ยง ๆ อีก" ครั้งนี้ฉันจริงจัง และฉันคิดว่ายังไงครอบครัวของฉันจะต้องไม่กลับไปยืนในจุดที่สุ่มเสี่ยงอีกแล้ว จะไม่ไปเป็นแหล่งฟอกเงินให้ใครเพราะพวกรถหรูทั้งหลายล้วนแต่เป็นแหล่งฟอกเงินทั้งนั้น ช่วงพักกลางวันฉันเดินมาที่โรงอาหาร มันเป็นโรงอาหารรวม ปกติแล้วฉันไม่ค่อยมาทานข้าวพี่โรงอาหารนี้ แต่ที่ฉันมาวันนี้เพราะสายของมาเบลบอกว่ารุ่นพี่วิศวะมักจะมารวมตัวกันอยู่ที่นี่ "ฉันล่ะเหนื่อยใจกับแกจริง ๆ เลยยัยพาฝัน!" "ถึงแกจะบอกให้ฉันหยุดแต่ตอนนี้มันคงยาก ถ้าแกมาอยู่ในจุดที่ฉันยืนแกก็ต้องทำแบบนี้ ถ้าแกมีน้องสาวที่โคตรใสซื่อบริสุทธิ์แกจะเข้าใจ" "ตามใจแกแต่ฉันจะอยู่ช่วยแกเอง แกอยากได้ข้อมูลอะไรก็บอกมา เดี๋ยวฉันจะให้กิ๊กคณะวิศวะสืบให้" "ฉันอยากรู้ว่าสองคนนี้สถานะโสดหรือไม่โสด การเข้าถึงควรอยู่ในระดับไหนฉันจะได้ประเมินอีกที เกิดเข้าไปทำความรู้จักโดนเมียเขาตบกลับมาก็ไม่คุ้ม" "ได้ งั้นวันนี้แค่สืบ ๆ ดูลาดเลาก่อนก็แล้วกันนะ" "อืม" ระหว่างที่พวกฉันสองคนนั่งทานข้าวกันเงียบ ๆ สายตาก็เริ่มล่อกแล่กมองหาเป้าหมาย จนกระทั่งมีบอดี้การ์ดเดินเข้ามาประมาณสิบคน ใช่แล้วพวกเขามีบอดี้การ์ดคนละห้าคนคอยดูแล ก่อนจะมาทานข้าวพวกบอดี้การ์ดเหล่านั้นจะเดินมาตรวจความเรียบร้อยให้เจ้านายตัวเอง นักศึกษาที่นั่งอยู่บางคนก็เริ่มลุกหนี แต่บางคนก็ให้ความสนใจ บางคนก็มองเป็นเรื่องปกติ สำหรับฉันฉันมองว่ามันเป็นเรื่องปกติเพราะตัวฉันเองไม่ว่าจะไปที่ไหน ก็จะมีบอดี้การ์ดไปดูแลไม่ต่างกัน "นั่นไงรุ่นพี่ปฐพี กิ๊กฉันบอกว่าคนนี้คุยง่ายกว่าพี่สิบทิศ ถึงแม้นิสัยจะพอ ๆ กัน" ฉันมองหน้ามาเบล นิสัยพอ ๆ กันมันคือแบบไหน "คือ?" "หล่อแต่เลวอะเข้าใจไหม" เลวแบบไหนฉันไม่รู้ แต่ถ้าโรคจิตวิตถารฉันคิดว่าน่าจะพอ ๆ กัน ระหว่างที่นั่งทานข้าวฉันพยายามแอบมองทั้งสองคนอยู่บ่อยครั้ง จนสายตาของฉันดันไปสบตากับคนชื่อปฐพี เขามองฉันแล้วสะกิดให้คนชื่อสิบทิศหันมามองตาม แค่ทั้งสองคนหันมาจ้องมองฉัน บอดี้การ์ดก็ขยับเข้าไปหาทั้งสองคนนั้นเพื่อรายงานบางอย่าง ฉันสัมผัสได้ถึงความฉิบหาย ฉิบหายแน่นอนค่ะ "เบลไปกันเถอะ" "อ้าวทำไมรีบ ฉันกินไปได้ไม่กี่คำเองนะ" "เหมือนสองคนนั้นจะรู้ตัวแล้วว่าฉันมอง" "เออ ๆ งั้นไปกันเถอะ" มาเบลมันก็กลัวไม่ต่างกัน ออกมาจากโรงอาหารพวกฉันก็กลับมาที่ตึกบริหาร วันนี้ยอมถอยเพื่อมาวางแผนกันใหม่ แต่ฉันไม่จบแค่นี้แน่ ยังไงฉันก็จะดำเนินการตามแผนต่อไป "แกคิดว่าสองคนนั้นจะสืบเรื่องพวกเราสองคนไหมยัยฝัน" "สืบแน่แกไม่ต้องห่วงหรอก แต่แกคงไม่มีอะไรนอกจากฉันนี่แหละ เผลอ ๆ ป่านนี้ดูเรื่องราวธุรกิจครอบครัวฉันแล้ว" ฉันรีบส่งข้อความหาบอดี้การ์ดเพื่อรายงานเรื่องราวของวันนี้ บอดี้การ์ดจึงให้ฉันอยู่เฉย ๆ เดี๋ยวพวกเขาจะช่วยสืบอีกทางว่าสองคนนั้นส่งคนมาตามดูฉันหรือเปล่า "บอดี้การ์ดแกว่ายังไงบ้างยัยฝัน" "บอกให้อยู่เฉย ๆ ก่อน บอดี้การ์ดฉันจะช่วยเช็กอีกทีว่าสองคนนั้นส่งคนมาตามดูฉันหรือเปล่า แต่แกไม่ต้องกลัวหรอกพวกนั้นคงไม่ยุ่งกับแก" "ฉันเป็นห่วงแกมากกว่ายัยฝัน ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาจะทำยังไง เรายังไม่รู้เลยว่านิสัยสันดานของสองคนนั้นมันเลวขนาดไหน" "อืม..."
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม