บทที่ 7
แสบจัด
มหาวิทยาลัยเอกชน
ฉันเดินลงจากรถมาเบลก็รีบวิ่งมาหาสีหน้าตกอกตกใจจนฉันพลอยตกใจไปด้วย ทำเหมือนมีใครตาย ถ้าไม่ใช่เรื่องใหญ่ฉันจะหยิกแขนให้เขียวเลย
"แกกกก!!"
"โอ๊ยแกจะเสียงดังทำไม ฉันยิ่งหงุดหงิดอยู่นะมาเบล!"
"วันนี้แกได้หงุดหงิดกว่านี้แน่"
"อะไรอีก ใครตาย?"
"แกนั่นแหละจะตาย วันนี้มีประกาศจากมหาวิทยาลัยเรื่องกีฬาสี"
"แล้วยังไงต่อ" หงุดหงิดแล้วนะกับอีแค่กีฬาสีทำเป็นเรื่องใหญ่ไปได้ ฉันตัดความรำคาญหิ้วหนังสือเรียนเดินหนีออกมาจากที่จอดรถ มาเบลก็ยังเดินตามมาติด ๆ
"ปีนี้มันไม่เหมือนปีก่อน ๆ แกอย่าลืมว่าตัวแกเป็นดาวคณะ ส่วนอีพี่สิบทิศเป็นเดือนมหาวิทยาลัย"
ฉิบหาย!
"หลังจากนี้ทางมหาวิทยาลัยจะมอบหมายให้พวกเดือนกับดาวมหาวิทยาลัยคอยประสานงาน อ๋อ! อีกอย่างหนึ่งนะ แกต้องไปทำกิจกรรมกับพวกคณะอื่นด้วย รู้สึกว่าจะเป็นงานของมหาวิทยาลัยในสายทั่วประเทศ"
ฉิบหาย!
"แกแน่ใจนะ?"
"แน่ใจสิ ฉันอ่านใบประกาศที่ติดอยู่หน้าลิฟต์มาเมื่อกี้ นี่ไงฉันดึงมาให้ด้วย"
ฉันกวาดสายตาอ่านมันทุกบรรทัด ทุกอย่างเป็นเรื่องจริงทั้งหมด กิจกรรมของมหาวิทยาลัยฉันไม่ได้สนใจ แต่ฉันแค่ตกใจว่าดาวคณะกับเดือนดาวมหาวิทยาลัย ต้องไปอบรมบ้าบอคอแตกที่ไหนอีก
"เป็นไงเหมือนที่ฉันบอกแกไหม"
"ฉันยังรู้สึกเสียหน้าเรื่องเมื่อคืนอยู่เลย"
"ถ้าคิดอีกมุมแกอาจจะได้แก้แค้นอีพี่สิบทิศก็ได้นะ"
จริงด้วย! ฉันลืมคิดเรื่องนี้ไปเลย
"อืม ช่างมันเถอะ ว่าแต่วันนี้มีกิจกรรมอะไรไหม ฉันจะได้เตรียมตัว"
"ช่วงเช้าเรียนปกติแต่ช่วงบ่ายแกอาจจะต้องไปประชุมกับพวกพี่ ๆ เรื่องกิจกรรมกีฬาสี ส่วนฉันในฐานะเพื่อนรักของแก ฉันขอให้แกโชคดี^^"
"เหอะ ขอบใจนะ!"
ฉันสองคนเดินมาที่ลิฟต์เพื่อเตรียมตัวขึ้นเรียน บอดี้การ์ดของฉันก็โทรมารายงานว่าวันนี้อีตาสิบทิศและคู่หูอย่างอีตาปฐพีมารับ
รุ่นพี่ปี 3 ออกไปข้างนอกแล้ว ปลายทางน่าจะเป็นโรงแรมใกล้ ๆ
มหาวิทยาลัย
คนพวกนี้เกิดมาคิดจะใช้หำอย่างเดียวเลยใช่ไหม สมงสมองไม่คิดจะใช้มันบ้างเลย อีพวกบ้ากาม!
ช่วงเช้าฉันเรียนตามปกติ เริ่มมีสมาธิกับการเรียน ก่อนหน้านี้ฉันแทบไม่มีสมาธิที่จะเรียน แถมยังโดนจี้ประสาทด้วย
"แกฉันได้ข่าวจากน้องนายว่าพี่สองคนนั้นหิ้วอาจารย์ไปกินจริงไหมวะ"
"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน คืนนั้นน้องนายก็บอกฉันแบบนี้ แกคิดว่าไงถ้าทำขนาดนั้นฉันกลัวว่าฉันจะไม่รอด"
"แต่ฉันคิดว่าอาจจะเป็นเรื่องจริงก็ได้นะ รู้สึกว่าสองคนนี้กินไปทั่ว ยิ่งพักหลังเริ่มมีอำนาจต่อจากครอบครัว ฉันถึงไม่อยากให้แกเอาตัวเองไปพัวพันมาก เกิดอะไรขึ้นมาฉันช่วยเหลือแกไม่ทันนะ"
"ฉันรู้ว่าแกห่วง แต่บางครั้งคนเรามันก็ต้องเสี่ยง ตอนนี้พ่อฉันเหมือนจะยอมกลับไปทำงานแบบเดิม ซึ่งฉันไม่อยากให้เรื่องมันเป็นแบบนั้น ถ้าเกิดพ่อฉันหมดประโยชน์ขึ้นมาติดคุกตอนแก่มันไม่สนุกนะ"
ยิ่งพูดแบบนี้ฉันก็ยิ่งเครียด ช่วงพักกลางวันทานข้าวเสร็จก็เดินแยกออกมานั่งที่ใต้ต้นไม้ อยู่กับธรรมชาติเผื่อว่าสมองของฉันมันจะคิดอะไรออกมาบ้าง
บรื้นนน~
เสียงท่อรถสปอร์ตสองคันขับมาจอดข้างสวนหย่อม ทั้ง ๆ ที่รถสามารถปรับโหมดเสียงได้ก็ไม่ปรับ คนพวกนี้ไม่รู้จักมารยาททางสังคมกันเลย
"นั่นพี่สิบทิศนี่เปลี่ยนรถใหม่อีกแล้ว"
"อืม"
"ป๊าดด แก ผู้หญิงที่ลงจากรถของพี่สิบทิศคือพี่รหัสแกนี่นา!"
"จริงด้วย"
"แบบนี้ถ้าแกเข้าไปยุ่งฉันว่าแกน่าจะมีปัญหาแล้วล่ะ แกก็รู้นิสัยพี่รหัสแกดี กล้าได้กล้าเสียแถมยังบ้าผู้ชายอย่างกับอะไร"
พูดอีกก็ถูกอีก ฉันได้แต่มองอีพี่สิบทิศเปิดกระจกโยนก้นบุหรี่ทิ้ง แถมยังมองหน้าฉันเหมือนผีสัมภเวสีเจ้ากรรมนายเวร ส่วนพี่ปฐพีส่งผู้หญิงเสร็จก็ขับรถออกไปไม่มองฉัน หรือว่ามองไม่เห็นก็ไม่รู้
"ทำไมต้องมองแบบนั้น แกไปเยี่ยวใส่หัวเขาหรือไงวะ ยิ่งเห็นยิ่งขึ้น!"
"ฉันว่าอีตาสิบทิศน่าจะมีปัญหาเกี่ยวกับระบบประสาท วัน ๆ ถึงได้มีความอคติกับคนอื่นไปทั่ว ไม่เคยมองใครในแง่ดี"
"แกก็พูดแรงแต่ก็อาจจะจริง รู้สึกว่าใครเข้าหาก็โดนด่าหมด แต่ถ้าเกิดเขาอยากได้ใครแค่ขยับนิ้วกระดิก ผู้หญิงก็วิ่งเข้าหาแล้ว"
"ถ้าฉันเป็นผู้ชายที่มีหน้าตาเป็นอาวุธ มีเงินทองขนาดนั้น ฉันว่าบางทีฉันก็คงไม่ต่างกัน พวกคนรวยบางคนก็ไม่ได้เลี้ยงลูกด้วยสมองเลี้ยงด้วยเงินอย่างเดียว"
"แต่แกไม่ใช่แบบนั้น ถึงบ้านแกจะรวยมีทรัพย์สมบัติมากมาย แต่ครอบครัวของแกเลี้ยงแกมาดีมากเลยนะ ฉันจำได้ตอนปี 1 ฉันถูกพวกรุ่นพี่แกล้ง แกเป็นคนแรกที่กล้าบวกกับคนพวกนั้น"
"ทำไมต้องกลัวพวกมันด้วย ถึงจะอายุต่างกันแต่ก็มีความเป็นคนเท่าเทียมกันหมด ฉันทนไม่ได้ถ้าต้องเห็นเพื่อนมนุษย์ถูกรังแก"
เมื่อรถของอีตาสิบทิศขับออกไป ฉันก็ชูนิ้วกลางตามตูดไปเลย ฉันรู้ว่าอีตาสิบทิศเห็น จู่ ๆ มันก็เร่งเครื่องยนต์ใส่ฉันจนนักศึกษายกมือขึ้นปิดหูกันหมด
"คิดว่ามีรถคนเดียวหรือไง คอยดูเถอะฉันจะเล่นงานให้อีตาสิบทิศสยบแทบเท้าฉันให้ได้เลยคอยดูสิ!"