EP 2 - เข้ามหาลัย

2710 คำ
ระหว่างนั้น ชีวิตของอลิซก็วนลูบเหมือนเดิมทุกวัน เช้าไปเรียน เรียนเสร็จ ก็สอบ สอบเสร็จก็ติว ติวเพื่อไปสอบในเมือง กลับบ้านมา ร้องไห้ทุกวัน เพียงแต่ เขากับเธอยังคงติดต่อกันอยู่ ไม่ได้เลิกกันเด็ดขาดซะทีเดียว มันวกวนอยู่แบบนั้น จนกระทั่งอลิซจบมอหก หลังจากเรียนจบมอหกก็เหลืออีกหนึ่งเดือน ก่อนจะเข้าเรียนมหาวิทยาลัย อลิซยันยืนสิทธิ์ไปแล้ว เธอเลือกเรียนคณะศิลปาศาสตร์ สาขา ภาษาอังกฤษ ซึ่งมหาลัยที่เลือก เป็นที่เดียวกันกับที่ม่อนเรียนอยู่ โดยไม่มีใครรู้อะไรเลย ร่างเล็กยังเอาแต่คิดถึงชายหนุ่มที่นอกใจ อลิซแอบหวังลึกๆว่า ขอให้ได้เจอเขาในมหาลัยสักครั้งก็ยังดี แต่บางครั้งเธอกลับรู้สึกเกลียดเขาขึ้นมาที่เอาแต่ดูถูกเธอว่าทำไม่ได้อยู่เรื่อย และแล้วก็ถึงวันที่อลิซต้องไปเรียนต่อในกรุงเทพฯ เธอเก็บของขึ้นรถก่อนพ่อกับแม่จะขับพาไปส่งที่หอ “เอาของมาครบไหมลูก เตรียมให้มันครบนะ” แม่ถามขึ้นอย่างเป็นห่วง เพราะถ้าลืมจริงๆกลับไปเอาตอนนี้ยังทันอยู่ “ไม่ลืมค่ะ” อลิซตอบ ก่อนจะหันหน้าหันไปดูวิวข้างนอกหน้าต่างรถ เธอต้องไปจริงๆแล้วสินะ ต่อจากนี้ ต้องใช้ชีวิตอยู่คนเดียวแล้ว อลิซทั้งตื่นเต้นและรู้สึกเศร้าในเวลาเดียวกัน ตั้งแต่อกหักมา อารมณ์ความรู้สึกของเธอก็ยุ่งเหยิงไปหมด แชต : ปลา ปลา : มึง ออกเดินทางยัง อลิซ : กำลังเดินทาง ปลา : ขอให้เดินทางปลอดภัยนะ อย่าลืมกูล่ะ ถ้ามีปัญหาอะไร รีบทักกูมานะ ทักได้ตลอดเลย กูเป็นห่วงมึงนะ ดูแลตัวเองดีๆด้วย หญิงสาวยิ้มให้กับหน้าจอ ขณะที่เห็นข้อความของเพื่อนส่งมา อย่างน้อยก็ยังมีเพื่อนคนนี้แหละนะที่คอยเป็นห่วง อลิซ : เออน่า..รู้แล้ว ขอบคุณมากนะมึง ปลา : เป็นห่วงนะ ปลาตอบกลับหญิงสาวด้วยความจริงใจ อลิซจึงกดส่งสติ๊กเกอร์รูปหัวใจตอบกลับ ก่อนจะปิดหน้าจอโทรศัพท์ลงและเผลอหลับอยู่บนรถจนกระทั่งถึงกรุงเทพฯ แม่ปลุกอลิซให้ตื่นขึ้นมา หลังจากนั้นก็ขับรถพาไปส่งที่หอ เธอตื่นเต้นมากเพราะไม่เคยมากรุงเทพฯเลยตั้งแต่เล็กจนโต มันมีตึกสูงๆหลายชั้น มีรถเต็มท้องถนน มีคนที่อยู่ในเมืองอย่างแน่นหนา ใดๆคือ..คนกรุงเทพฯเดินเร็วมาก อลิซคิดในใจว่าพวกเขาจะรีบเดินกันไปไหน ซึ่งหอที่เธออยู่ไม่ได้ไกลจากมหาลัยมากนัก เพียงแค่นั่งรถสองแถวไปห้าบาทก็ถึงแล้ว อลิซยกของที่จำเป็นขึ้นไปบนหอชั้นสาม โดยมีพ่อกับแม่ช่วยยกด้วย ซึ่งห้องที่เธออยู่ข้างๆติดกับห้องของอา พ่อกับแม่บอกเธอว่า ถ้ามีปัญหาอะไรก็เรียกหาอาที่อยู่ข้างห้องได้เลย หอพัก ร่างเล็กเก็บของที่จำเป็นออกจากกระเป๋ามาจัดเรียงในห้องให้เป็นระเบียบ ก่อนจะรื้อกระเป๋าเสื้อผ้าและชุดนักศึกษาออกมารีดแล้วเอาไปแขวนไว้บนราวจนเสร็จเรียบร้อย เธอหยิบหมอนกับหมอนข้างมาใส่ปลอก และปูผ้าปูที่นอน ที่พ่อกับแม่ซื้อมาให้ แม้ในห้องจะไม่ได้ดูหรูหรามากนัก แต่นอนแล้วสบายตัวและไม่ได้น่ากลัวสำหรับที่ใหม่ๆ ในที่สุดก็ถึงวันปฐมนิเทศ อลิซได้รับอีเมลจากมหาลัยเมื่อสามวันก่อน พร้อมกับตารางจัดกิจกรรมและเพลงมาร์ชของมหาลัย มหาลัย วันแรกที่เข้าไปอลิซยื่นบัตรนักศึกษาให้รุ่นพี่ที่ยืนอยู่หน้าประตูทางเข้ามหาวิทยาลัยดู ก่อนจะได้รับอนุญาตให้เดินเข้าไปข้างใน เธอสังเกตเห็นสองข้างถนน มีรุ่นพี่คณะต่างๆที่ยืนชูป้ายคณะต้อนรับน้องๆอยู่ ในตอนนั้น อลิซเหลือบไปเห็นป้ายคณะวิศวะและมีผู้ชายใส่เสื้อช้อปหลายคนที่ยืนรอรับน้องอยู่ แต่มีหนึ่งคนที่อลิซรู้สึกสะดุดตามาก และจำเขาได้ในทันที “อ้าวว!..อลิซ..เรียนที่นี่หรอ?” ม่อนถามขึ้นอย่างประหลาดใจ ขณะเห็นอลิซก้าวเดินเข้ามาภายในมอ ชายหนุ่มคาดไม่ถึงว่าเธอจะมาเรียนที่นี่ อลิซไม่ได้พูดอะไร เธอเมินหน้าหนีและทำเป็นมองไม่เห็นเขาอยู่ในสายตา ก่อนจะเชิดหน้าแล้วเดินผ่านไปเหมือนกับม่อนเป็นเพียงอากาศ ขาเรียวรีบก้าวเดินพลางคิดในใจว่า วันแรกก็เจอม่อนเลย นี่มันบังเอิญหรือยังไง อลิซรีบเดินไปที่ตึกสิบสอง พลางดูแผนที่มหาวิทยาลัยในมือถือไปด้วย หลังจากเดินหาอยู่พักใหญ่ ก็เหลือบไปเห็นตึกที่คนกำลังมุงกันเยอะๆ มันทำให้เธอมันใจได้ทันทีว่า นี่แหละตึกสิบสองหอประชุมสำหรับปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ “ขอโทษนะคะ มารอปฐมนิเทศที่ตึกนี้เหมือนกันใช่ไหม?” เธอเดินเข้าไปถามนักศึกษาที่นั่งอยู่แถวนั้น “ใช่ค่ะ ขึ้นไปลงทะเบียนข้างหน้าก่อน แล้วค่อยลงมานั่งรอข้างล่าง พอดีงานเริ่ม 9 โมง” หลังจากลงทะเบียนเสร็จก็เดินกลับลงมานั่งข้างๆเพื่อนใหม่แล้วเอ่ยถามขึ้น.. “เอ่ออ..อยู่ปี 1 เหมือนกันไหมคะ?” “ใช่ แล้วเธอล่ะ” “เหมือนกันเลย แล้วเธอชื่ออะไรหรอ” “เราชื่อ ออมสิน เรียนคณะบริหารน่ะ” “อ่อ เราชื่อ อลิซนะ อยู่คณะศิลปาศาสตร์” “งี้ก็อยู่กันคนละคณะเลยดิ..” เพื่อนใหม่ทำหน้าหงอยๆ “ไม่เป็นไร เป็นเพื่อนกันได้” อลิซบอกพลางยิ้มให้คนที่อยู่ตรงหน้า พอถึงเวลา ทั้งคู่ก็เดินไปต่อแถวเข้าห้องประชุม ภายในห้องจะแยกแถวนั่งของแต่ละคณะออกจากกัน อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย เธอกับออมสินจึงต้องแยกกันไปนั่งตามสาขาของตัวเองอย่างเลี่ยงไม่ได้ ระหว่างที่อธิการบดีมากล่าวเปิดงาน อลิซก็นั่งสัปหงกไปหลายรอบเพราะเธอตื่นเช้ามาก แล้วก็ต่อด้วยรุ่นพี่ขึ้นมาเล่นดนตรีเลยทำให้เธอรู้สึกตื่นตัวขึ้นมาหน่อย หลังจากจบงาน ก็มีรุ่นพี่แต่ละสาขาพาน้องๆเดินต่อแถวกันออกไปข้างนอก เพื่อจะไปทานข้าวที่โรงอาหาร พอทานเสร็จ รุ่นพี่ก็เรียกรวมตัวกันอีกครั้ง คราวนี้ ขึ้นไปเลือกวิชาเรียนบนตึก โดยให้นักศึกษาชั้นปีที่หนึ่ง เขียนวิชาที่เลือกลงไปในกระดาษแผ่นเล็กๆ ก่อนจะนำไปหย่อนลงในกล่องตามวิชาที่เขียนลง อลิซเลือกเรียนภาษาอังกฤษกับจิตวิทยา ในเวลาเดียวกันอาจารย์ก็ประกาศว่า ให้เอารหัสนักศึกษาไปเข้าดูในเว็บไซต์ ว่าเรียนตึกไหน เวลาเท่าไหร่ หลังจากทุกคนเลือกกันจนครบ อาจารย์ก็ปล่อยกลับ อลิซรู้สึกตื่นเต้นมากและทำตัวไม่ถูก เพราะเพื่อนแต่ละคนดูเก่งๆทั้งนั้นเลย อีกอย่างเธอค่อนข้างจะกังวลเพราะยังหาเพื่อนไม่ได้นี่แหละ ระหว่างนั่งรถกลับห้อง หญิงสาวแวะเดินตลาดซื้อกับข้าวกลับมากินด้วย อลิซนั่งกินข้าวเงียบๆคนเดียวในห้องเปิดการ์ตูนดูไปด้วย พลันนึกถึงหน้าของม่อนเมื่อเช้า ไม่คิดว่าเขาจะจำเธอได้ทันที พอมาคิดดูอีกที ก็คบกันมาเป็นปี จำไม่ได้นี่สิแปลก ยิ่งคิดมาถึงตรงนี้ เธอก็รู้สึกขยะแขยงม่อนขึ้นมา คืนนั้นเป็นคืนแรกที่อลิซต้องนอนคนเดียว อีกไม่นานก็เตรียมตัวจะนอนแล้ว เพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นไปเรียนแต่เช้า จู่ๆ ก็มีคนมาเคาะประตูห้องของเธอ นั่นทำให้อลิซประหลาดใจมาก ในตอนนั้นเธอคิดว่าน่าจะมีคนเคาะห้องผิดแน่ๆ แต่ทันทีที่เปิดประตูออกก็เห็นอายืนอยู่หน้าห้อง “คุณอา มีอะไรรึเปล่าคะ?” อลิซถามอย่างสงสัย “อาซื้อเครปมาฝาก เพิ่งไปตลาดมา ไม่รู้ว่าชอบรึเปล่า” “ขอบคุณค่ะ” อลิซยื่นมือไปรับของจากอาและยกมือไหว้ขอบคุณอีกครั้ง ถึงจะไม่ค่อยสนิทกันและเพิ่งเจอกันวันนี้ แต่เขาก็ยังนึกถึงเธอที่อยู่ห้องข้างๆ มันทำให้รู้สึกดีอยู่ลึกๆ “เอ่อ เกือบลืมเลย แฟนอาฝากมาถามว่าหนูอยากทำงานพาร์ทไทม์ไหม?” “งานพาร์ทไทม์หรอคะ ทำที่ไหน?” เธอถามกลับอย่างสงสัย “ในห้างตรงข้ามนี่เอง วันไหนหนูว่างก็ลองเข้าไปดู แฟนอาก็ทำอยู่โซนนั้น” “ได้เลยค่ะ เสาร์-อาทิตย์เดี๋ยวหนูลองเข้าไปสมัครดูนะคะ” “ได้ ยังไงก็ทักไลน์อามานะ” “ขอบคุณมากๆค่ะ” อายิ้มให้หลานสาวอย่างเอ็นดูก่อนจะกลับเข้าห้องตัวเองไป ส่วนอลิซก็รู้สึกชื่นใจเมื่อได้ฟังแบบนั้น อย่างน้อย ถ้ามีงานทำในวันหยุดคงจะแบ่งเบาภาระพ่อกับแม่ลงไปได้บ้าง เธอเข้าดูตารางเรียนในเว็บไซต์ก็พบว่า พรุ่งนี้มีเรียนคาบเช้าหนึ่งวิชาและคาบบ่ายอีกหนึ่งวิชา ตามที่เธอลงเรียนไป หัวใจมันกลับตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก เธอได้แต่ขอให้ถึงพรุ่งนี้ไวๆ หลังจากทำธุระส่วนตัวเสร็จ อลิซก็ล้มตัวลงนอน แล้วค่อยๆข่มตาให้หลับลงด้วยความอ่อนเพลีย ตอนเช้า เธอรีบลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวจนเสร็จเรียบร้อยตั้งแต่เช้า ก่อนจะเดินออกไปเรียกวินมอเตอร์ไซค์ที่อยู่หน้าปากซอยให้มารับ หลังจากนั้นเธอก็เดินข้ามทางม้าลายไปขึ้นรถสองแถวของฝั่งตรงข้าม อลิซมาถึงมหาลัยก่อนจะเข้าเรียนประมาณหนึ่งชั่วโมง เธอเดินเข้าไปในโรงอาหารที่รุ่นพี่พามาเมื่อวาน แล้วก็เดินไปสั่งข้าวราดแกงสองอย่างมานั่งกินที่โต๊ะ ราคากับข้าวที่นี่มีทั้งร้านที่ราคาถูกไปจนถึงราคาแพง แต่เธอชอบอาหารในโรงอาหารที่นี่เพราะมันราคาถูกมาก สองอย่างแค่สามสิบบาท อร่อยและประหยัดด้วย เมื่อถึงเวลา อลิซก็เดินเข้าไปปข้างในตึกที่จะเรียน อาคารนี้มีถึงสิบสองชั้น เธอกดขึ้นไปบนชั้นสิบเอ็ดซึ่งเป็นชั้นที่เธอต้องเรียนนั่นเอง ทันทีที่ถึงชั้นสิบเอ็ด ลิฟต์ก็เปิดออก ขาเรียวก้าวเท้าเดินออกไปพลางรู้สึกว่ามันเงียบผิดปกติเกินไปไหม ไม่มีแม้แต่คน มันรู้สึกวังเวงยังไงชอบกลหรือว่าเธอขึ้นมาผิดชั้น เธอคิดแบบนั้นพลางก้าวเท้าเดินตรงไปยังหน้าประตูที่เปิดแงมอยู่นิดหน่อย ก่อนจะผลักเบาๆเข้าไปข้างใน เห็นเพื่อนสี่ถึงห้าคนที่กำลังนั่งอยู่ในห้องเรียน วันแรกอลิซแทบจะเรียนไม่รู้เรื่องเลย อาจเป็นเพราะเธอยังใหม่กับสถานที่นี้ หญิงสาวปรับตัวยังไม่ได้เพราะเพิ่งเข้ามา หลังจากเรียนคาบเช้าเสร็จ อลิซก็กลับลงไปกินข้าวเที่ยงที่โรงอาหารและรอเรียนอีกทีช่วงบ่าย วันนี้ทั้งวัน ตั้งแต่เช้ามาเธอยังไม่ได้เอ่ยปากพูดกับใครเลยซักคำ เพื่อนก็ไม่มี เข้าหาใครก็ไม่ค่อยจะเก่ง ยิ่งบ้านนอกๆอยู่ด้วย อลิซบ่นตัวเองอยู่ในใจ ช่วงบ่ายเรียนจิตวิทยา จริงๆอลิซรู้สึกชอบวิชานี้มากเพราะมันเกี่ยวข้องกับความรู้สึกนึกคิด และพฤติกรรมต่างๆของคน แต่ก็ไม่ได้เรียนอะไรมากมายในคาบแรก อาจารย์แค่แนะนำหัวข้อและทำความรู้จักกับนักศึกษาเท่านั้น ในเวลาต่อมาอาจารย์ก็ปล่อยนักศึกษาเลิกชั้นเรียน เธอเดินข้ามสะพานลอยไปยืนรอรถสองแถวเหมือนเดิม หญิงสาวแวะเดินตลาดหาซื้อของกินก่อนจะกลับถึงห้อง วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่รู้สึกเหงาๆ เบื่อๆบางครั้งอลิซก็ไม่รู้คำตอบว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่ ขณะที่อลิซนั่งๆนอนๆอยู่นั้น ก็มีสายโทรเรียกเข้ามา หญิงสาวจำได้ทันทีถึงจะไม่ได้เมมเบอร์เขาไว้ โทร : ม่อน “ฮัลโหล..” หญิงสาวยกหูโทรศัพท์ขึ้นพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ (สรุปมาเรียนที่นี่เองหรอ?) ม่อนเอ่ยถามขึ้น โดยที่เธอยังไม่ทันได้ตั้งตัว “ใช่ ถึงพี่จะบอกว่ามาไม่ได้ แต่หนูก็มาแล้ว” อลิซตอบกลับด้วยน้ำเสียงประชด (เธอจะเรียนไหวไหมล่ะ แต่อย่างว่าแหละคณะที่เธอเรียนมันเรียนง่าย เรียนยังไงก็จบไม่ได้เรียนยากเหมือนวิศวะกับพยาบาล) คำพูดของเขา หนีไม่พ้นการกดให้คนอื่นดูต่ำลง แต่อลิซก็อึ้งจนพูดอะไรไม่ออก จึงพยายามพูดบางอย่างออกไป “เรียนได้สิ ถ้าพี่บอกว่ามันเรียนง่าย” อลิซในตอนนี้ เธอรู้ว่าชายคนนี้กำลังดูถูกเธออยู่ หญิงสาวไม่ได้อยากต่อปากต่อคำกับเขา “แล้วโทรหาหนู แฟนใหม่พี่ไม่ว่าหรอ” (ช่วงนี้ไม่ค่อยได้คุยกัน เขายุ่งๆเรื่องเรียน) “อ่อ แบบนี้เอง ก็เลยวนกลับมาหาหนูสินะ?!” อลิซบอกเขาด้วยน้ำเสียงที่ประชดประชัน (แล้วนี่พักอยู่แถวไหน) ม่อนพยายามเปลี่ยนเรื่องคุยกับเธอเพราะไม่อยากทะเลาะ “ก็อยู่ไม่ได้ไกลจากมหาลัยหรอก อยู่ตรงข้ามกับห้างแถวๆนี้แหละ” (อยู่ตรงนั้นเองหรอ พี่เที่ยวมาหมดแล้วที่แถวนั้น) ม่อนพยายามพูดจาโอ้อวดอีกเหมือนเดิม แต่อลิซก็ไม่ได้สนใจอะไร ปล่อยให้เขาพูดไป “ใช่แล้ว..” เธอตอบส่งๆไปก่อนจะวางสายจากเขา อลิซรู้สึกได้ว่าเธอไม่ชอบความสัมพันธ์แบบนี้ เธอเอาแต่ยึดติดว่าเขาคือรักครั้งแรก แต่โคตรจะเกลียดผู้ชายที่เห็นแก่ตัวแบบนี้เลย ในคืนนั้น อลิซนอนหลับไม่ค่อยสนิทเลย เพราะเอาแต่คิดเรื่องเขา ทั้งๆที่มันควรจะพอได้แล้ว การที่อลิซตามเขามาเรียนที่นี่ก็เพราะอยากเอาชนะแค่นั้น แต่เรื่องของเขามันกลับกวนใจเธอไม่น้อย บางครั้งเธอไม่รู้ว่าจะวิ่งตามเขามาทำไม แค่อยากเอาชนะหรือลบคำดูถูกพวกนั้นเองหรอ.. ในห้องเรียนวันที่สอง “มีคนนั่งไหมคะ นั่งคนเดียวหรอ?” “ใช่ค่ะๆ นั่งได้เลยไม่มีคนนั่ง” อลิซตอบพร้อมบอกให้เพื่อนใหม่นั่งข้างเธอ “ขอบคุณค่ะ” สาวสองคนเอ่ยขอบคุณเธอด้วยแววตาที่จริงใจ แต่ก็ไม่ได้พูดคุยอะไรกันมากมายนัก อาจารย์ก็เดินเข้ามาเช็คชื่อและเริ่มสอนทันที อาจารย์แจกชีทให้ทำในห้องเรียนหลังจากสอนเสร็จ พร้อมกับสั่งการบ้านไปด้วย ต้องส่งภายในเดือนหน้า ให้นักศึกษาจับคู่ทำงานกับเพื่อน หลังจากนั้นให้ไปดูภาพยนตร์เรื่องใดก็ได้มาหนึ่งเรื่อง เขียนความรู้สึกของตัวละครในแต่ละตัวละครว่ารู้สึกอย่างไร อลิซหันไปหาเพื่อนที่อยู่ข้างๆ เขาก็จับคู่ด้วยกันหมดแล้ว เหลือแต่เธอคนเดียวที่ไม่มีใคร เธอเลยค่อนข้างคิดหนักเพราะไม่มีเพื่อนเลย ขณะอลิซกำลังคิดอยู่ว่าจะหาเพื่อนจากที่ไหน อาจารย์ก็สั่งเลิกคลาส เพื่อนๆก็เริ่มทยอยเดินกันออกจากห้องเรียนไปเรื่อยๆ เธอลุกขึ้นแล้วเดินออกไปเงียบๆ สมองก็ฉุกคิดขึ้นได้ว่าต้องหาใครซักคนก่อนออกจากห้องนี้ ไม่งั้นถ้าออกจากห้องเธอจะจำใครไม่ได้เลย “คู่กับเราไหม?” เสียงหวานเอ่ยถามด้วยใบหน้าแดงก่ำ ไม่คิดว่าหันหลังกลับมาจะเป็นผู้ชายตัวสูงที่เดินตามหลังมา “หืม อะไรนะ?” ชายหนุ่มทำหน้างงไม่รู้ว่าเธอพูดเรื่องอะไร “ก็ที่อาจารย์สั่งการบ้านในห้องเมื่อกี้ไง” “อ่อ..ยังเลย” “งั้น..ทำด้วยกันไหม แบ่งกันทำก็ได้” “ได้สิ ยอมคู่ด้วยก็ได้..” อลิซยิ้มกว้างออกมาทันที เธอคิดในใจว่าโล่งแล้ว หลังจากนั้น เขาและเธอขอแลกคอนแทคไว้ติดต่อกันก่อนจะแยกย้ายไป
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม