“คิดถึงไหม…”
เสียงทุ้มเข้มของเขาดังแผ่วเบา ติดชิดกับใบหูของมีนา ลมหายใจร้อนผ่าวรดต้นคอ ทำให้เธอรู้สึกได้ทันทีโดยไม่ต้องสงสัยอีกต่อไป เขาคือคนคนนั้นจริง ๆ คนที่ทำให้เธอเสียตัวเมื่อสามเดือนก่อน
“อะ…อาจารย์” มีนาเอ่ยเสียงสั่นแผ่วเบา สายตาอ้อนวอนมองขึ้นไปทั้งที่รู้ดีว่าในความมืดสนิทแบบนี้ เขาคงมองไม่เห็นแววตาเธอ
“เรียกพี่!” เสียงเข้มสั่งการพร้อมกับเร่งจังหวะนิ้วที่กำลังเคลื่อนไหวเร็วและหนักหน่วงขึ้น
แจ๊ะ! แจ๊ะ! แจ๊ะ!
“เวลาที่อยู่ด้วยกันสองคน…ให้เรียกพี่”
หัวใจของมีนาเต้นแรง ร่างกายตอบสนองต่อความใกล้ชิดนั้นโดยไม่อาจปฏิเสธ เธอกลืนน้ำลายอย่างยากเย็น ก่อนจะยอมเอ่ยตามที่เขาต้องการ
“อื้อ~…พี่ธาดา”
คำเรียกนั้นเหมือนทำให้บรรยากาศในห้องเงียบลงชั่วขณะ เขาหัวเราะในลำคอเบา ๆ เสียงทุ้มสะเทือนผ่านระยะห่างเพียงเสี้ยวลมหายใจ
“ครับ…”
สิ้นเสียงของเขา นิ้วมือทั้งสามก็เร่งจังหวะเร็วและหนักหน่วงขึ้นทันที จนมีนาต้องยกมือขึ้นปิดปากตัวเองอย่างรีบร้อน กลัวว่าเสียงครางที่กำลังจะหลุดออกมาจะดังลั่นจนคนนอกห้องได้ยิน
“อย่าปิด ร้องออกมา” เขาพูดเสียงทุ้มต่ำสั่งการ พร้อมกับมืออีกข้างปัดมือเธอออกอย่างเด็ดขาด
“อื้อออ~” เสียงครางหวานแผ่วเบาของมีนาหลุดออกมา จนคนที่กำลังใช้นิ้วเคลื่อนไหวอย่างชำนาญต้องเงี่ยหูฟัง รอยยิ้มบาง ๆ ผุดขึ้นที่มุมปากของเขาทันที แสดงถึงความพึงพอใจอย่างลึกซึ้ง
เพราะตลอดสามเดือนที่ผ่านมา เขาเองก็ทรมานหัวใจไม่แพ้กัน หลังจากคืนนั้น เขาพยายามปลดปล่อยด้วยการมีวันไนท์กับผู้หญิงคนอื่นสองสามคืน พร้อมใช้ถุงยางอย่างปลอดภัยทุกครั้ง
แต่ไม่ว่ายังไงก็ไม่เคยเหมือนคืนนั้นเลยสักครั้ง… ความรู้สึกที่แท้จริง ความอบอุ่น ความแนบแน่น และความเสียวซ่านที่ได้จากร่างกายของมีนา มันฝังลึกจนเขาไม่อาจลืม
จนกระทั่งพักหลัง ๆ เขาเริ่มเปลี่ยนไป จากที่เคยออกไปเที่ยวกลางคืนบ่อย ๆ กลับกลายเป็นอยากอยู่แต่ในห้องคนเดียว เปิดคลิปวิดีโอเสียวที่เขาแอบถ่ายไว้ในคืนนั้น ภาพของเธอกับเขาที่กำลังมีอะไรกันอย่างดุเดือด แล้วนั่งดูซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนเขาเองก็ต้องใช้วิธีชัก หรือ ช่วยตัวเอง
“ยังแน่นเหมือนเดิมเลย…” เสียงทุ้มเบาหวิวของเขาแผ่วจนแทบไม่ได้ยิน ดังขึ้นพร้อมกับที่นิ้วทั้งสามขยับเร่งจังหวะเร็วและลึกกว่าเดิม
“อื้อออ~ อา…อาจารย์~” เสียงครางหวานของมีนาหลุดออกมาไม่ขาดสาย แต่เขากลับขมวดคิ้วแน่นเป็นปมใหญ่ ท่าทางไม่พอใจชัดเจน
“บอกให้เรียกพี่” เขาพูดเสียงเข้มต่ำ ก่อนจะแช่นิ้วทั้งสามไว้ลึกสุดชั่วครู่ แล้วค่อย ๆ ดึงออกช้า ๆ ก่อนจะแทงกลับเข้าไปใหม่อย่างหนักแน่น เขาวนเวียนทำแบบนี้ซ้ำ ๆ อยู่นาน
จนมีนาเริ่มทนไม่ไหว ร่างกายสั่นระริก เธอจึงยื่นมือทั้งสองข้างมาจับข้อมือใหญ่ของเขาไว้แน่น แล้วเป็นฝ่ายเร่งจังหวะเอง กระชากนิ้วของเขาให้เข้าออกเร็วและแรงขึ้น
“อ๊ะ~ อื้ออออออ….”
มือทั้งสองข้างของมีนาจับข้อมือใหญ่ของเขาไว้แน่น แล้วเป็นฝ่ายเร่งจังหวะเองอย่างหิวกระหาย เธอกระชากนิ้วทั้งสามให้เข้าออกเร็วและลึกขึ้นเรื่อย ๆ เสียงครางหวานระเรื่อของเธอดังขึ้นไม่ขาดสาย แข่งกับเสียงน้ำเนื้อกระทบกันดังลั่น
แจ๊ะ! แจ๊ะ! แจ๊ะ!
เขาปล่อยให้มีนาเป็นฝ่ายเร่งจังหวะเองได้เพียงชั่วครู่ ก่อนที่เขาจะผลักร่างเธอนอนราบลงกับโต๊ะอีกครั้งอย่างรวดเร็ว แล้วดึงนิ้วทั้งสามออกช้า ๆ ก่อนปรับท่าทางใหม่
เขาก้มตัวลงต่ำ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายของเขาจ่อใกล้ช่องรักเปียกชุ่มของเธอ มองผ่านความมืดสนิทด้วยสายตาที่ร้อนแรง
และในไม่ช้า…
ลิ้นร้อนผ่าวของเขาก็ค่อย ๆ ถูไถไปตามรอยแยกเนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำของเธออย่างช้า ๆ ละเมียด มีนาสะดุ้งเฮือกทันทีเมื่อรู้สึกถึงสัมผัสแปลกปลอมแต่เสียวซ่านนั้น
เธอเงยหน้ามองลงระหว่างขาของตัวเอง แม้ในความมืดจะมองเห็นเพียงราง ๆ แต่เธอก็รู้ดี… ว่าตอนนี้คนตรงหน้ากำลังก้มหน้าก้มตาใช้ปากและลิ้นเลียเม็ดเธอ ดูดดื่มร่องรักของเธออย่างหิวกระหาย
“อืมมม~” มีนาหลุดครางออกมาอีกครั้ง ร่างกายแอ่นอกขึ้นสูงด้วยความเสียวซ่านที่ถาโถม ก่อนจะบีบขาเข้าหากันแน่นเพราะมันเสียวจนแทบทนไม่ไหว เธอยอมรับในใจว่านี่คงเป็นครั้งแรกที่มีคนใช้ลิ้นเลียร่องรักของเธออย่างนี้
และเธอต้องยอมรับอีกครั้งว่า…เขาเก่งเรื่องใช้ลิ้นจริง ๆ เก่งจนน่ากลัว ลิ้นร้อนชุ่มนั้นวนเลีย ดูดดื่ม และกดทับเม็ดเสียวของเธออย่างชำนาญ จนเธอรู้สึกว่าน้ำหวานกำลังจะทะลักออกมาเต็มที่ เกือบจะแตกใส่ปากเขาแล้ว
แต่ไม่นานนัก มีนาก็ต้องยอมแพ้และปล่อยน้ำหวานอุ่น ๆ ของตัวเองพุ่งทะลักเข้าปากเขาเต็ม ๆ เพราะเหมือนเขารู้ดีว่าเธอกำลังพยายามกลั้นสุดชีวิตไม่ให้แตกใส่ปากเขา
เขาจึงรัวลิ้นร้อนชุ่มนั้นเร็วและแรงขึ้น วนเลีย ดูดดื่ม และกดทับเม็ดเสียวอย่างไม่ยอมให้เธอพักหายใจ จนสุดท้ายความเสียวซ่านที่ถาโถมก็รุนแรงเกินต้านทาน
มีนาร่างสั่นเทิ้ม แอ่นสะโพกขึ้นสูง แล้วปล่อยน้ำหวานออกมาเต็มปากเขาแบบไม่เหลือซาก
จากนั้น เขาดูดดื่มน้ำหวานของมีนาจนหมดทุกหยด ลิ้นร้อนชุ่มของเขายังวนเลียรอบ ๆ อย่างละเมียดเพื่อเก็บคราบสุดท้าย ก่อนจะค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น ร่างใหญ่ของเขาลงจากโต๊ะเรียนช้า ๆ แล้วยืนมองภาพตรงหน้าอย่างพึงพอใจ
แม้ในความมืดสนิทจะมองเห็นเพียงเงาราง ๆ ของร่างเธอที่นอนแผ่หราบนโต๊ะ ผมยุ่งเหยิง เสื้อผ้าคลายตัว
เขาขำในลำคอเบา ๆ เสียงทุ้มต่ำดังก้องในอก
“หึ!”
จากนั้น เสียงฝีเท้าของเขาก็ค่อย ๆ ห่างออกไปช้า ๆ มีนาหันขวับไปตามเสียง พอดีกับที่ประตูห้องเรียนถูกผลักเปิดออก แสงสลัวจากโถงทางเดินด้านนอกสาดเข้ามาเล็กน้อย
เผยให้เห็นร่างสูงใหญ่กำยำของเขาก้าวออกไปอย่างไม่รีรอ ประตูปิดลงดังปังเบา ๆ เหลือเพียงความเงียบและความมืดในห้องอีกครั้ง
มีนานอนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง สติเพิ่งค่อย ๆ กลับมา ร่างกายยังสั่นระริกจากจุดสุดยอดเมื่อครู่ เธอจึงรีบลุกขึ้นนั่ง มือกุมอกที่ยังหอบกระชั้น ก่อนจะพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงงง ๆ ปนโมโหและอึ้งสุดขีด
“เชี่ยไรว่ะ… แล้วทิ้งไว้แบบนี้เลยเหรอ? ไอบ้าเอ๊ย”
มีนารีบลงจากโต๊ะเรียนอย่างรวดเร็ว ขายังสั่นเทาเล็กน้อย เธอรีบกวาดสายตาไปรอบ ๆ มองหากางเกงด้านในของตัวเองที่ถูกเขาดึงออกไป
แต่ในความมืดสนิทแบบนี้ เธอไม่รู้เลยว่ามันหลุดไปตกอยู่ตรงไหน เธอคุกเข่าลง คลำหากับพื้นและใต้โต๊ะ แต่ยิ่งหายิ่งหาไม่เจอ
“อยู่ไหนวะ…” เธอพึมพำเสียงหงุดหงิด มือหนึ่งยกขึ้นขย้ำผมตัวเองอย่างหัวเสีย ความโกรธปนความอายแล่นขึ้นมาพร้อมกัน
เธอคลำหาไปทั่วบริเวณโต๊ะเรียน ก้ม ๆ เงย ๆ อยู่ในความมืด แต่ยิ่งหาเท่าไร ก็ยิ่งไม่เจอ
เวลาผ่านไปเกือบสิบนาที ความร้อนในอกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความหงุดหงิดเต็มรูปแบบ
แล้วจู่ ๆ ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมา
“ไฟฉาย… ทำไมฉันไม่เปิดไฟฉายโทรศัพท์หาว่ะ”
แสงสว่างจ้าจากไฟฉายโทรศัพท์สาดออกมาทันทีที่เธอกดเปิด เธอกวาดแสงไปรอบ ๆ บริเวณโต๊ะเรียน ใต้โต๊ะ ข้าง ๆ และพื้นใกล้เคียง
แต่ก็ไม่มี…
จากนั้น มีนาก็รู้ได้ทันทีว่ากางเกงในตัวนั้นไม่ได้อยู่ในห้องนี้แล้ว เธอรีบนึกย้อนไปถึงภาพเมื่อครู่
เงาร่างใหญ่ของเขาที่เดินออกจากห้อง ประตูเปิดออก แสงสลัวสาดเข้ามาเล็กน้อย…
และใช่เลย! มือข้างหนึ่งของเขาดูเหมือนกำลังถืออะไรบางอย่างไว้แน่น เธอเพิ่งนึกออกตอนนี้เอง นั่นมันกางเกงในของเธอแน่ ๆ เขาเอาไปด้วย!
และภาพเมื่อสามเดือนก่อนก็ผุดขึ้นในหัวอีกครั้ง คืนนั้นเธอก็หากางเกงในตัวเองไม่เจอเหมือนกัน ต้องเดินออกจากห้องแบบเปลือยเปล่าด้านล่าง ด้วยความงงและอายสุดขีด
“เชี่ยยย… โรคจิตป่ะวะเนี่ย”
เธอพึมพำเสียงสั่น หัวเสียปนตกใจ มือกำโทรศัพท์แน่นจนข้อนิ้วซีด ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความอึ้งอัดใจ
มีนาเลยต้องรีบจัดชุดให้เรียบร้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ เธอจัดกระโปรงทรงเอที่ยาวเลยเข่าเล็กน้อยให้เข้าที่ พร้อมกับความรู้สึกโล่งวาบ ๆ ภายใน
เพราะตอนนี้ไม่มีกางเกงในปกปิดอะไรเลยแม้แต่น้อย มีเพียงผ้าบาง ๆ ของกระโปรงที่ผ่าข้างเล็กน้อย พอให้ลมพัดผ่านก็รู้สึกได้ถึงความเปราะบางและเสียวซ่านที่ยังค้างอยู่ในร่างกาย
มีนาค่อย ๆ เดินออกจากห้องเรียนด้วยท่าทางพยายามให้ดูปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ หลังตรง ก้าวเท้าไม่รีบร้อน หน้าตาเรียบเฉย แต่ลึก ๆ แล้วมันไม่ปกติเลยสักนิด
ขาเธอยังสั่นเบา ๆ ทุกก้าว รู้สึกถึงความโล่งวาบ ๆ ใต้กระโปรงที่ไม่มีอะไรปกปิด กระโปรงทรงเอผ่าข้างเล็กน้อยยิ่งทำให้ลมเย็น ๆ พัดผ่านทุกครั้งที่ก้าวเท้า เธอต้องเกร็งตัวเพื่อไม่ให้เดินโงนเงน
ตอนนี้เธอเข้าใจคำพูดของแม่การะเกดมาก ๆ เลยจริง ๆ
“ไม่ใส่แล้วมันโหล่งเหลง อายแผ่นดินตายเลย”
ใช่… เธอกำลังอายแผ่นดินตายจริง ๆ อายจนอยากหายตัวไปจากโลกใบนี้ อายที่ตัวเองเพิ่งถูก “ทำ” กลางห้องเรียน อายที่ถูกทิ้งไว้แบบนี้โดยไม่มีกางเกงใน
อายที่ยังรู้สึกว่าน้ำหวานของตัวเองยังชุ่มฉ่ำอยู่ระหว่างขา และอายที่สุดที่…ลึก ๆ แล้วเธอก็ยังรู้สึกเสียวซ่านค้างอยู่ในตัวไม่ยอมหาย
ตอนนี้มีนาคิดได้อย่างเดียว เธอต้องกลับห้องให้เร็วที่สุด
ยิ่งอยู่ในตึกนี้นานเท่าไร ความทรงจำเมื่อครู่ก็ยิ่งชัดเจนขึ้นเท่านั้น ทั้งเสียง ทั้งกลิ่น ทั้งสัมผัสที่ยังติดอยู่กับผิวราวกับลบไม่ออก
เธอก้าวเร็วขึ้นโดยไม่รู้ตัว เดินผ่านบันไดลงตึกออกสู่ลานด้านหน้าอย่างแทบไม่มองใคร มือหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเรียกรถทันที นิ้วแตะหน้าจอเร็วเกินปกติเล็กน้อยเหมือนกลัวว่าจะมีใครเปลี่ยนใจเธอ
รถรับจ้างแสดงเวลาถึงในอีกไม่กี่นาที
มีนายืนรออยู่ริมทาง ลมหายใจยังไม่สม่ำเสมอดี เธอเม้มปากแน่น พยายามจัดระเบียบความคิดที่ยุ่งเหยิง
และไม่นานนัก รถที่เธอเรียกก็มาถึงหน้าตึกพอดี
มีนาเปิดประตูขึ้นไปนั่งอย่างรวดเร็ว เอ่ยบอกจุดหมายปลายทางสั้น ๆ ก่อนจะเอนหลังพิงเบาะ ราวกับเพิ่งผ่านสนามรบเล็ก ๆ มาหมาด ๆ
ตลอดทาง มีนานั่งเกร็งขาเข้าหากัน พยายามไม่ให้กระโปรงเลิกขึ้นหรือลมพัดผ่านส่วนที่โล่งวาบนั้น
เธอจ้องออกไปนอกหน้าต่าง มือกำขอบกระโปรงแน่น ใจยังเต้นไม่เป็นจังหวะจากเหตุการณ์เมื่อครู่ ความอาย ความโมโห และความเสียวซ่านที่ยังค้างอยู่ในตัวผสมปนเปกันจนสับสนไปหมด