ตอนที่ 4
เมื่อสามีไม่มีเวลาให้
หลังจากบทสวาทริมอ่างล้างจานจบลง ชลธารที่อิ่มเอมก็ขอตัวไปจัดการงานค้างต่อในห้องทำงาน ทิ้งให้วรรณานั่งพักเหนื่อยอยู่บนโซฟาเพียงลำพัง หญิงสาวถอนหายใจยาวพลางหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาเลื่อนดูโซเชียลแก้ฟุ้งซ่าน แต่แล้วเธอก็ต้องชะงัก
ติ้ง!
เสียงแจ้งเตือนข้อความไดเรกเมสเสจ (DM) ดังขึ้น มือเรียวหยิบขึ้นมาดูด้วยความสงสัย ก่อนจะพบว่ารูปโปรไฟล์นั้นคือคนใกล้ตัวที่เพิ่งแยกจากกันไปครู่เดียว
ชลธีร์: "ฮันแน่... มีคนมาแอบส่องผมด้วย"
วรรณาตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ นิ้วเรียวรีบพิมพ์ตอบกลับไปทันทีด้วยอาการลนลาน
วรรณา: "น้าเปล่านะคะ"
ชลธีร์: "เปล่าอะไรกันครับ มันขึ้นทนโท่ว่าน้าแอบส่องสตอรีผม เดี๋ยวนี้ระบบมันมีแจ้งเตือนแล้วนะ ต่อให้ไม่ได้ติดตาม... ชื่อมันก็ขึ้นโชว์ครับ"
วรรณาอ่านข้อความแล้วหน้าซีดเผือดทันที มือที่ถือโทรศัพท์สั่นเทาจนแทบหลุดมือ เธอแอบส่องสตอรีของลูกเลี้ยงบ่อย ๆ เพื่อมองดูมัดกล้ามและผิวพรรณหนุ่มแน่นของเขา แต่ไม่คิดว่าชลธีร์จะรู้ตัว แถมยังกล้าทักมาทวงถามกันตรง ๆ แบบนี้
ยังไม่ทันที่เธอจะหาข้อแก้ตัวได้ ข้อความถัดมาก็ถูกส่งมาขยี้ความอายของเธอให้จมดิน
ชลธีร์: "สรุปน้ามาดูอะไรในสตอรีผมเหรอครับ? ดูหน้า... หรือว่าแอบดูอย่างอื่นกันแน่?"
วรรณาลอบกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก เธอจำได้ติดตาว่าสตอรี่ล่าสุดที่ชลธีร์ลง คือรูปที่เขาเพิ่งอาบน้ำเสร็จและมีเพียงผ้าขนหนูพันกายหมิ่นเหม่ผืนเดียว แถมตรงกึ่งกลางกายยังนูนเด่นจนเห็นร่องรอยความยิ่งใหญ่ชัดเจน
เธอนั่งจ้องหน้าจอนิ่ง ความเงียบในบ้านยิ่งทำให้อัตราการเต้นของหัวใจเธอดังสวนทาง รอยสีกุหลาบบนคอที่สามีเพิ่งทำไว้ยังไม่ทันจาง แต่ตอนนี้ความปรารถนาที่มีต่อลูกชายของเขากลับพลุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้งเพราะตัวหนังสือเพียงไม่กี่คำ
‘ไม่ได้นะวรรณา นั่นลูกเลี้ยงเธอ’
ยังไม่ทันที่จะได้รวบรวมสติเพื่อพิมพ์ข้อความตอบกลับ ข้อความแจ้งเตือนก็ดังขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ใช่ตัวหนังสือ... แต่มันคือ ‘รูปภาพ’ มือเรียวค่อย ๆ กดเปิดภาพดู แล้วดวงตากลมโตก็ต้องเบิกกว้างด้วยความตกใจ ภาพตรงหน้าคือชลธีร์ที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จใหม่ ๆ ร่างกายกำยำของเขาเปียกชื้นเกาะพราวด้วยหยดน้ำที่สะท้อนแสงไฟในห้องนอน
และใช่... ครั้งนี้เขาไม่มีผ้าขนหนูพันกายแม้แต่ผืนเดียว
ชลธีร์จงใจถ่ายมุมสูงลงมา เผยให้เห็นแผงอกกว้างที่อุดมไปด้วยมัดกล้ามเนื้อแน่นปึกที่ถอดแบบมาจากคนพ่อเป๊ะ ๆ แต่ทว่ามันดูหนุ่มแน่นและดุดันกว่าหลายเท่า รอยสักรูปนกอินทรีสยายปีกที่หน้าอกข้างซ้าย รอยสักที่วรรณาเผลอมองอย่างหลงใหลบ่อยครั้ง เด่นหราสู้สายตาเธอ
ไล่ต่ำลงมายังท้องน้อยที่ราบเรียบแต่แข็งแกร่ง มีเส้นขนอ่อนสีเข้มลากไล้จากใต้สะดือหายลับเข้าไปในขอบภาพที่เขาจงใจดึงลงต่ำจนหมิ่นเหม่จนวรรณาแทบสำลักน้ำลาย
ใบหน้าคมสันของชลธีร์ที่จ้องมองกล้องด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ มันช่างดูเถื่อนและดิบกว่าใบหน้าที่อ่อนโยนของชลธารหลายเท่า ทุกอย่างของเขามันคือความสมบูรณ์แบบที่วรรณาถวิลหามาตลอด
ชลธีร์: "สรุปน้าอยากดูตรงไหนครับ?"
ข้อความทิ้งท้ายที่ถูกส่งมาพร้อมรูปภาพมันเหมือนบ่วงบาศที่รัดคอวรรณาไว้แน่น เธอจ้องมองภาพนั้นตาเป็นมัน ความต้องการที่สะสมมานานมันเริ่มพลุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้ง ตรงกลางกายเริ่มกลับมาแฉะชื้นและคันยุบยิบจนเธอแทบจะทนไม่ไหว
‘เด็กคนนี้... กะจะให้เราร่านจนตายเลยใช่มั้ย’
วรรณารีบเก็บโทรศัพท์มือถือลงกระเป๋าอย่างลนลานหลังจากเห็นภาพที่ชลธีร์ส่งมา ความร้อนรุ่มที่กึ่งกลางกายมันทวีความรุนแรงจนเธออยู่เฉยไม่ได้
ร่างบางลุกจากโซฟา เธอตัดสินใจพุ่งตรงไปยังห้องทำงานของสามีทันที หวังจะใช้ของจริงที่ถูกกฎหมายดับไฟสวาทที่ลูกเลี้ยงเพิ่งจุดทิ้งไว้ วรรณาเปิดประตูเข้าไปโดยไม่เคาะ พลางเดินเข้าไปสวมกอดชลธารจากด้านหลังขณะที่เขากำลังจดจ่ออยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์
“คุณธารคะ... พอจะวางงานก่อนได้ไหม”
เธอซุกหน้าลงกับไหล่หนา พลางเลื่อนมือเรียวลงมาลูบไล้แผงอกของสามีอย่างยั่วยวน ลมหายใจหอบถี่ของเธอเป่ารดต้นคอเขาหวังจะปลุกอารมณ์รักให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง ชลธารชะงักไปครู่หนึ่ง เขาลูบมือเมียสาวเบา ๆ แต่สายตายังไม่ละจากกองเอกสารตรงหน้า
“ที่รัก... ตอนนี้ไม่ได้จริง ๆ ครับ งานต้องเคลียร์ให้เสร็จก่อนพรุ่งนี้เช้า”
ชลธารเอ่ยเสียงเรียบพลางหันมาหอมแก้มเธอเร็ว ๆ หนึ่งทีเพื่อเป็นการปลอบขวัญ แต่เขากลับไม่รับรู้ถึงกระแสความต้องการที่รุนแรงของภรรยาเลยสักนิด
“แต่คุณ... ณาอยาก...” คนงามพยายามจะอ้อนวอน มือเริ่มเลื้อยต่ำลงไปยังเป้ากางเกงของสามี แต่ชลธารกลับคว้ามือนั้นไว้เสียก่อน
“ไปรอที่ห้องก่อนนะครับเดี๋ยวดึก ๆ ผมตามไป... นะครับคนดี ตอนนี้ผมไม่มีสมาธิเลยจริง ๆ”
คำปฏิเสธที่แสนสุภาพแต่นิ่งเฉยของสามีทำเอาวรรณาชาวาบไปทั้งตัว ความต้องการที่กำลังพุ่งสูงถูกเบรกกะทันหันจนกลายเป็นความอัดอั้น ชลธารกลับไปสนใจงานต่อทันที ทิ้งให้เมียสาวพราวเสน่ห์ยืนเคว้งคว้างอยู่กลางห้องทำงาน
เธอมองแผ่นหลังของสามีที่ดูเฉยชา ต่างจากภาพมัดกล้ามหน้าท้องของลูกเลี้ยงที่เพิ่งเห็นในโทรศัพท์ ความหงุดหงิดและความเหงาเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความดื้อรั้น วรรณาเม้มปากแน่นก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องทำงานไป
วรรณาเดินกระฟัดกระเฟียดออกมาจากห้องทำงานของสามีด้วยอารมณ์ที่คั่งค้างและหงุดหงิดจนถึงขีดสุด แต่ทว่าเพียงแค่ก้าวพ้นขอบประตู เธอก็ต้องชะงักกึกเมื่อพบกับร่างกำยำของชลธีร์ ที่ยืนกอดอกพิงกำแพงดักรออยู่ก่อนแล้ว
ใบหน้าหล่อเหลายกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ สายตาคมกริบที่จ้องมองมามันดูเป็นต่อ จนอีกฝ่ายต้องหน้ามุ่ยใส่ด้วยความโมโหที่โดนรู้ทันไปเสียทุกเรื่อง
“ยังไงซิ... เขาไม่ยอมเอาใจน้าอีกแล้วใช่ไหมครับ?”
คำพูดจาบจ้วงที่แทงใจดำทำเอาวรรณาของขึ้น เธอเชิดหน้าตอบกลับเสียงแข็ง
“ไม่ใช่ธุระอะไรของคุณธีนี่คะ!”
ความหงุดหงิดทำให้เธอพาลใส่เขาไม่รู้ตัว แต่เธอก็ไม่สนแล้ว... ก็ไม่ใช่เพราะเขาหรือที่ปั่นหัวเธอจนกระเจิง และไม่ใช่เพราะเขารึเปล่าที่ทำให้เธอต้องบึ่งไปหาผัวจนโดนปฏิเสธกลับมาแบบนี้
แต่อีกฝ่ายแทนที่จะโกรธที่โดนตวาดใส่ ชลธีร์กลับหัวเราะในลำคอเบา ๆ เขาขยับกายเข้าหาจนแผงอกเกือบจะชนกับหน้าอกอวบอัดของเธอ วรรณาถอยหนีจนแผ่นหลังพิงกับผนังบ้าน มือหนาของลูกเลี้ยงเอื้อมมาเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาบังใบหน้าสวยไปทัดไว้ที่ใบหูอย่างแผ่วเบา ก่อนจะก้มลงกระซิบชิดริมหูด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่ชวนให้ขนลุกเกรียวไปทั้งตัว
“ที่น้าหงุดหงิดอยู่นี่... เพราะพ่อ... เพราะผม... หรือว่าเพราะ ‘อารมณ์ค้าง’ กันแน่ครับ?”
สัมผัสจากลมหายใจร้อน ๆ และกลิ่นกายหนุ่มที่รุนแรงกว่าคนเป็นพ่อ ทำเอาวรรณาขาอ่อนแรงจนแทบจะยืนไม่อยู่ เธอเม้มปากแน่นพยายามหลบสายตาที่เหมือนจะลอกคราบเธอออกมาประจานกลางบ้าน
“ถ้าพ่อไม่ว่าง... ผม ‘ว่าง’ เสมอสำหรับน้านะครับ อยากพิสูจน์ไหมว่าในรูปกับของจริงที่อยู่ตรงหน้าน้าตอนนี้... อะไรมันจะ ‘ถึงใจ’ กว่ากัน”
ชลธีร์จงใจขยับสะโพกเข้าไปบดเบียดกับหน้าท้องของแม่เลี้ยงสาว จนเธอสัมผัสได้ถึงความแข็งขึงที่พร้อมจะปะทุอยู่ใต้กางเกงของเขาอย่างชัดเจน
***
***ตัวอย่างตอนต่อไป***
“คุณธีร์... อย่าทำรอย เดี๋ยวคุณธารเห็น...”
วรรณาปรามเสียงสั่นพร่า ร่างกายสั่นสะท้านเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงดูดดึงที่ซอกคอขาวระหง แต่แทนที่ลูกเลี้ยงหนุ่มจะหยุด เขากลับหัวเราะหึในลำคอพลางเถียงกลับด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นที่ชวนให้คนฟังใจสั่นสะท้าน
“พ่อไม่สนหรอกครับ... เพราะยังไงเขาก็คงคิดว่าเป็นรอยที่ตัวเองทำไว้ คงไม่มานั่งคิดเล็กคิดน้อยนับรอยดูดหรอกว่าของใครเป็นของใคร”
คำพูดนั้นเหมือนค้อนที่ทุบทำลายกำแพงศีลธรรมที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดของวรรณาจนพังทลาย เธอตื่นเต้นจนแทบคุมตัวเองไม่อยู่ ดีชั่วรู้หมดแต่มันอดไม่ได้จริง ๆ ร่างบางอ่อนระทวยไปกับทุกสัมผัสจาบจ้วงของเขาอย่างน่าอาย ยิ่งตอนนี้ที่มือหนาเลื่อนลงต่ำผ่านหน้าท้องแบนราบ ลากไล้ลงไปสัมผัสกับความฉ่ำชื้นที่เอ่อล้นออกมาจากกลางกายสาวจนเปียกโชก
“ซี้ดดด...”
เสียงลมหายใจของชลธีร์สะดุดห้วงจนวรรณารู้สึกได้ มือหนาเริ่มรุกรานหนักขึ้น ก้านนิ้วยาวซุกแทรกเข้าไปราวกับต้องการควานหาความปรารถนาที่ซ่อนอยู่ภายในความร้อนรุ่ม เขาจงใจประจานความร่านของแม่เลี้ยงด้วยการดึงนิ้วออกมา แล้วยกขึ้นมาจ่อตรงหน้าให้หญิงสาวดูหลักฐานความใคร่ที่ติดก้านนิ้วออกมาจนเยิ้ม
“ดูสิ... น้ำเยิ้มเชียว”