วันแรกของการฝึกงานผ่านไปอย่างน่าเบื่อกว่าที่คิดไว้มาก แทบไม่มีอะไรให้ทำจริงจัง นอกจากนั่งงง ๆ ยืนงง ๆ อยู่ตามมุมต่าง ๆ ของแผนก จะอาสาเข้าไปช่วยก็กลัวจะเกะกะคนอื่นมากกว่า สุดท้ายทั้งสามคนเลยมาจบที่โรงอาหารของโรงพยาบาล
“เห้ออออ… เซ็งอ่ะ ไม่มีไรทำเลย” กัสเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ พูดด้วยน้ำเสียงกึ่งแมนกึ่งหวานแบบพยายามดัดให้ดูนุ่มขึ้นตามสไตล์กระเทยไทย
มายูที่กำลังถือจานข้าวมาวางตรงหน้าถึงกับชะงัก ก่อนจะเหลือบมองบนลงล่าง
“ทำเสียงดี ๆ ดิอีดอก กูตบปากทะลุเลย” เธอพูดหน้าตายเหมือนไม่ได้ตั้งใจจะขำ
“เอ๊ะ อีนี่นิ!” กัสหันขวับทันที ทำหน้าค้อนใส่
บรรยากาศเริ่มตึงขึ้นเล็กน้อยเหมือนพร้อมจะเปิดศึกกันได้ทุกเมื่อ
“หยุดเลย!” น้อยหนาที่นั่งอยู่ตรงกลางรีบยกมือขึ้นห้าม สายตาเหนื่อยใจเหมือนผ่านเหตุการณ์แบบนี้มานับครั้งไม่ถ้วน
“ทะเลาะกันทุกวัน เดี๋ยวก็ได้กันเองหรอก” คำพูดนิ่ง ๆ แต่แทงใจดำสุด ๆ
“หยุดค่ะ!” เสียงของมายูกับกัสดังขึ้นพร้อมกันแบบเป๊ะราวกับนัดกันมา
“งั้นก็เลิกทะเลาะกันค่ะ… จะแดกไหมข้าวอ่ะ”
น้อยหนาพูดพร้อมมองสลับหน้ามายูกับกัสไปมา สีหน้าเหมือนคนคุมเด็กสองคนที่พร้อมจะมีเรื่องกันตลอดเวลา
กัสถอนหายใจแรง ก่อนจะหยิบช้อนขึ้นมาจิ้มข้าวเล่นไปมา
“ฝึกงานวันแรกน่าเบื่อฉิบหาย… เมื่อไหร่จะสี่โมงสักทีวะ” เสียงบ่นดังออกมาอีกครั้งตามสไตล์คนอยู่ไม่สุข จากนั้นก็หันไปทางมายูทันที
“อียู ขากลับกูขอติดรถมึงไปลงหน้าเซ็นทรัลได้ป่ะ”
มายูที่กำลังตักข้าวเข้าปากชะงักเล็กน้อย ก่อนจะเลิกคิ้วมอง
“ไปทำไมวะ”
“แวะซื้อของหน่อย”
“เออ ๆ ๆ” มายูพยักหน้ารับแบบไม่คิดอะไร
ถึงปากจะกัดกันแทบทุกห้านาที แต่ความจริงแล้ว ทั้งมายู กัส และน้อยหนา ไม่เคยทะเลาะกันจริงจังเลยสักครั้ง มันเป็นเพียงการหยอกล้อกันตามภาษาเพื่อนสนิท
ที่ยิ่งกัด…ก็ยิ่งแปลว่าสนิทกันมากแค่นั้น
น้อยหนาส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนจะก้มกินข้าวต่อ ปล่อยให้สองคนนั้นเถียงกันต่อไปตามปกติของพวกมัน
.
.
เวลา 13 : 30 น
หลังจากกินข้าวกลางวันเสร็จ มายูแยกตัวออกจากกัสกับน้อยหนา เพราะอีกสองคนขอแวะเข้าห้องน้ำก่อน เธอจึงต้องเดินกลับมาที่แผนกสูติคนเดียว ทางเดินช่วงบ่ายค่อนข้างเงียบ มีเพียงเสียงรองเท้ากระทบพื้นดังเป็นจังหวะเบา ๆ กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อจาง ๆ ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ
ยังไม่ทันถึงเคาน์เตอร์ดี สายตาของมายูก็สะดุดเข้ากับต้องตาที่กำลังก้ม ๆ เงย ๆ อยู่หลังโต๊ะ มือของพี่พยาบาลคนเก่งกำลังไล่เปิดแฟ้มเอกสารทีละหน้า บางทีก็เขียน บางทีก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลา สีหน้าดูเร่งรีบผิดปกติ
มายูชะลอฝีเท้า ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้
“พี่ต้องตาทำอะไรอยู่เหรอคะ ให้มายูช่วยไหม”
ต้องตาเงยหน้าขึ้นทันที สีหน้าจากที่ตึงเครียดเปลี่ยนเป็นเหมือนเห็นทางรอด
“โห น้องมายู เหมือนสวรรค์จะเห็นใจพี่เลย พอดีพี่มีเคสค่ะ คุณแม่กำลังจะคลอด พี่ต้องรีบเคลียร์เอกสารให้คุณหมอก่อนเข้าห้อง” เธอพูดเร็ว ๆ พลางรวบเอกสารในมือเข้าหากันเป็นปึก ก่อนจะยื่นให้มายูทันที
“น้องมายูมาพอดีเลย พี่รบกวนเอาเอกสารนี้ไปให้คุณหมอที่ห้องทำงานหน่อยนะ ห้องเดียวกับเมื่อเช้าที่เราเข้าไปนั่นแหละ”
มายูรับแฟ้มมาอย่างระมัดระวัง สายตาเหลือบมองเล็กน้อยก่อนจะถามย้ำ
“อ๋อ… แค่เอาไปให้ใช่ไหมคะ แล้วต้องรอเอากลับมาด้วยไหม”
“เอากลับมาด้วยนะ แล้วก็เอามาวางไว้ที่โต๊ะพี่ ตรงนี้เลย” ต้องตาชี้ตำแหน่งให้ชัด
“อ่ออ… ถ้างั้นก็ได้ค่ะ”
“ขอบคุณนะน้องมายู ยังไงพี่รบกวนหน่อย” ต้องตาพูดพลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลา เพียงวินาทีเดียว สีหน้าก็เปลี่ยนไป
“ตายแล้ว!” เธออุทานเบา ๆ ก่อนจะรีบคว้าของจำเป็นขึ้นมา “พี่ต้องไปก่อนแล้วนะ เคสกำลังมา” พูดจบก็รีบเดินออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้มายูยืนถือแฟ้มเอกสารอยู่เพียงลำพัง
จากนั้นมายูก็เดินตรงไปที่ห้องทำงานของหมอสิงหา
ฝีเท้าของเธอชะลอลงเล็กน้อยเมื่อมายืนอยู่หน้าประตูบานเดิม ห้องเดียวกับที่เข้ามาเมื่อช่วงเช้า ความรู้สึกแปลก ๆ ผุดขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
เธอยกมือขึ้น ก่อนจะเคาะประตูเบา ๆ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“ครับ”
เสียงทุ้มจากด้านในตอบกลับมาสั้น ๆ แต่ชัดเจน
มายูเม้มปากเล็กน้อย ก่อนจะผลักประตูเข้าไป
“ขออนุญาตค่ะ พอดีพี่ต้องตาให้เอาเอกสารมาให้” เธอพูดพร้อมยกแฟ้มในมือขึ้นเล็กน้อย
สิงหาเงยหน้าขึ้นมองเพียงแวบเดียว ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ
“ครับ” แล้วก็กลับไปก้มหน้าพิมพ์งานต่อทันที ราวกับไม่มีอะไรน่าสนใจเกิดขึ้น
บรรยากาศในห้องกลับมาเงียบอีกครั้ง มีเพียงเสียงแป้นพิมพ์ที่ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ
มายูเดินเข้าไปก่อนจะหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเขา เหมือนไม่แน่ใจว่าควรวางเอกสารแล้วออกไปเลย หรือรอคำสั่งต่อ
“เอกสาร” สิงหาเอ่ยขึ้นสั้น ๆ พร้อมยื่นมือออกมาโดยที่สายตายังไม่ละจากหน้าจอคอมพิวเตอร์
“อะ…อ่อ ค่ะ” มายูชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะรีบยื่นแฟ้มเอกสารในมือให้เขา สิงหารับไปเปิดดูทันที ขณะที่เขากำลังกวาดสายตาอ่านข้อมูล มายูกลับยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น
สายตาเธอเริ่มไล่มองไปรอบห้องอีกครั้ง
ห้องทำงานของเขาเป็นระเบียบกว่าที่คิด ทุกอย่างถูกจัดวางอย่างเป๊ะ ไม่มีของรกสายตาแม้แต่นิดเดียว โต๊ะทำงานสะอาดเรียบเหมือนคนเจ้าระเบียบสุด ๆ เธอเผลอมองซ้าย มองขวาอย่างสำรวจโดยไม่รู้ตัว
“ชื่อมายู?”
เสียงนิ่ง ๆ ดังขึ้น ทำให้เธอสะดุ้งเล็กน้อย
“คะ? …ค่ะ”
มายูหันกลับมามองเขาทันที
สิงหาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย สายตาคมมองตรงมาที่เธออย่างพิจารณา
“ฝึกงานวันแรกเป็นไง?” คำถามสั้น ๆ แต่ทำให้บรรยากาศเหมือนถูกกดให้เงียบลง
“ก็…” มายูเม้มปากเล็กน้อย ก่อนจะตอบตามตรงในแบบของตัวเอง “ยังไม่ได้ทำอะไรเลยค่ะ มีแค่ช่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ” น้ำเสียงไม่ได้เกรงกลัว แต่ก็ไม่ได้กวนเกินไป เป็นความมั่นใจแบบพอดี ๆ
สิงหามองเธอนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ราวกับกำลังคิดอะไรบางอย่าง ก่อนจะก้มหน้าลงเซ็นเอกสารอย่างรวดเร็ว แล้วปิดแฟ้มลงเบา ๆ
เขายื่นมันกลับไปให้เธอ
จังหวะที่มายูยื่นมือเข้ามารับ ปลายนิ้วเรียวยาวของเธอก็เผลอสัมผัสกับนิ้วของเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น แต่ความนุ่มของผิวสัมผัสนั้นกลับชัดเจนเกินกว่าจะมองข้าม
สิงหาชะงักเล็กน้อยอย่างแทบไม่รู้ตัว สายตาคมเผลอไล่มองมือขาวผ่องที่อยู่ใกล้เขาเกินไป ความรู้สึกบางอย่างแล่นผ่านขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จนเขาต้องรีบดึงสติกลับ และหลุดถามออกไปเหมือนตั้งใจแกล้ง
“เป็นหมอ ทำงานหนัก… แฟนเข้าใจใช่ไหม?”
คำถามนั้นทำให้มายูชะงักทันที
“คะ?” เธอเลิกคิ้วเล็กน้อย มองเขาอย่างไม่แน่ใจ
สิงหาทำหน้าเรียบนิ่งเหมือนไม่มีอะไร ก่อนจะพูดแก้ประโยคให้ดูเป็นเรื่องทั่วไป “หมายถึง… เป็นหมอ เวลาทำงานเยอะ ไม่มีเวลากลับบ้าน คนที่บ้านโอเคใช่ไหม”
มายูเม้มปากเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มมุมปากอย่างรู้ทัน
“อ๋อออ… มายูไม่มีแฟนค่ะ” เธอตอบด้วยน้ำเสียงมั่นใจ ราวกับเข้าใจดีว่าคำถามเมื่อครู่ไม่ได้ต้องการคำตอบเรื่อง ‘ครอบครัว’ เท่าไรนัก
สายตาของทั้งคู่สบกันอยู่เพียงชั่วขณะ ความเงียบในห้องเหมือนถูกยืดออกให้ยาวกว่าปกติ สิงหาพยักหน้าเล็กน้อย คล้ายกับรับรู้อะไรบางอย่างในคำตอบของเธอ ก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้อย่างไม่รีบร้อน
เขาเอื้อมมือไปหยิบเสื้อกาวน์ที่พาดอยู่บนพนักเก้าอี้ขึ้นมาสวม ท่าทางทุกอย่างดูเรียบง่าย แต่กลับมีความมั่นใจในแบบของตัวเอง
“ก็ดี” เขาพูดสั้น ๆ น้ำเสียงนิ่งจนแทบจับอารมณ์ไม่ได้
จากนั้นก็เดินผ่านเธอไปทันที กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ กับไออุ่นจากร่างสูงที่เฉียดใกล้ ทำให้มายูยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นชั่ววินาที ก่อนที่ประตูห้องจะถูกเปิดออก แล้วปิดลงอีกครั้งอย่างรวดเร็ว