ตอนเย็นวันนั้น…
บรรยากาศในแผนกเริ่มผ่อนคลายลงเล็กน้อย หลังจากผ่านช่วงเวลาวุ่น ๆ ของทั้งวันมาได้ มายูนั่งเอนหลังอยู่บนเก้าอี้ มือถือไอแพดเล่นเกมไปเรื่อย ๆ อย่างไม่รีบร้อน
“มายู จะกลับยัง” เสียงของกัสดังขึ้น ขณะยืนพิงโต๊ะมองเธออยู่
มายูเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเลิกคิ้วถามกลับ
“ถึงเวลาแล้วเหรอ”
“ค่ะเพื่อน…” กัสลากเสียงยาว ก่อนจะเบ้ปากนิด ๆ “หรือจะอยู่ทำงานต่อดีคะคุณหมอ”
น้อยหนาที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเสริมขึ้น
“เออ อยู่ต่อเลยดิ พี่ต้องตาก็คงใจดีหางานให้มึงทำเองแหละ”
มายูทำหน้าตาย ก่อนจะกดปิดเกมแล้ววางไอแพดลง
“กลับค่ะกลับ มาทำแต่พูดเหนิบอีห่า” เธอบ่นพึมพำ พลางหยิบของใส่กระเป๋าผ้าอย่างรวดเร็ว
จากนั้นทั้งสามคนก็พากันเดินออกจากตึกของโรงพยาบาล บรรยากาศช่วงเย็นเริ่มคึกคักขึ้นเล็กน้อย เสียงรถเข้าออกดังสลับกับเสียงคนคุยกันเบา ๆ แสงแดดอ่อน ๆ ยามเย็นส่องกระทบพื้นถนนเป็นเงายาว
“แล้วนี่มึงกลับไง ให้กูไปส่งป่ะ” มายูหันไปถามน้อยหนา ขณะเดินลงบันไดข้างตึก
“วันนี้กูขับรถมาเองจ๊ะ” น้อยหนายิ้ม ก่อนจะชูพวงกุญแจขึ้นมาเขย่าเล่นให้ดู
“เออ ขับรถกลับดี ๆ ถึงแล้วไลน์เข้ากลุ่มด้วยนะ” มายูพูดกำชับ
“เออ กูไปละ พวกมึงก็ขับรถกลับกันดี ๆ ละ” น้อยหนายกมือโบกไปมา ก่อนจะเดินแยกไปทางลานจอดรถของตัวเอง
“เออ กลับดี ๆ มึง” กัสเสริมขึ้น ขณะที่มายูยืนมองตาม
ทั้งสองคนยืนรออยู่ตรงนั้น มองจนกระทั่งน้อยหนาขึ้นรถ สตาร์ทเครื่อง และขับออกไปจากลานจอด เมื่อรถของเพื่อนลับสายตาไปแล้วจริง ๆ พวกเธอถึงค่อยขยับตัว
มันเป็นเรื่องปกติของแก๊งนี้ การยืนรอส่งกันจนแน่ใจว่าอีกฝ่ายกลับปลอดภัย ถึงจะปากร้ายใส่กันทั้งวัน แต่สุดท้าย…ก็ห่วงกันมากกว่าที่พูดออกมาเสมอ
จากนั้นมายูก็เดินนำกัสไปยังรถของตัวเอง
แต่ทว่า…
ทันทีที่มายูเดินเข้าใกล้รถ เธอก็ชะงักทันทีเมื่อเห็นความผิดปกติบางอย่าง ล้อรถด้านหน้าฝั่งคนขับแฟบลงอย่างเห็นได้ชัด
“เชี่ยยย… ยางรถกูรั่วได้ไงวะไอสัด” เธอสบถออกมา ก่อนจะรีบเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ แล้วทรุดตัวลงนั่งยอง ๆ มือบางกดลงบนยางเบา ๆ เพื่อลองเช็ก ก่อนจะถอนหายใจแรงเมื่อรู้ว่าลมแทบไม่เหลือ
มายูเงยหน้าขึ้น พลางเสยผมขึ้นอย่างหงุดหงิด
กัสที่เดินตามมาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะรีบเดินเข้ามายืนข้าง ๆ แล้วก้มมองตาม
“เชี่ย… เมื่อเช้ามึงขับมาได้ไงเนี่ย”
คำถามนั้นทำให้มายูนิ่งไปชั่วครู่ เพราะเธอจำได้ดีว่า ตอนเช้ามันยังปกติดีทุกอย่าง
“แม่งเอ๊ยยย…แทนที่เลอกงานจะได้กลับห้องไปนอน หงุดหงิดว่ะไอสัด” มายูพูดพร้อมยืนก่อนจะเตะล้อรถตัวเองเบาๆ
“แล้วเอาไง จะโทรเรียกช่าง หรือมึงจะเปลี่ยนเอง” กัสถาม
มายูกลับไปนั่งยอง ๆ มองล้อรถอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ
ปกติแล้วเธอเปลี่ยนยางรถเองได้อยู่แล้ว ไม่ใช่เพราะเรียนมา แต่เพราะ “ประสบการณ์ล้วน ๆ” รถของเธอยางรั่วบ่อยจนแทบจะเป็นเรื่องปกติ ช่วงแรกก็เคยโทรเรียกช่าง แต่กว่าจะมาแต่ละที รอจนหงุดหงิดไปหมด
และด้วยนิสัยที่ความอดทนต่ำเป็นทุนเดิม มายูเลยเลือกจะศึกษาแล้วลองทำเอง พอมีครั้งแรก… มันก็มีครั้งที่สอง แล้วก็สาม สี่ ตามมาเรื่อย ๆ จนสุดท้ายกลายเป็นว่าเธอพอจะจัดการเองได้
แต่ถึงอย่างนั้น มันก็ไม่ได้ง่ายขนาดทำคนเดียวได้ทั้งหมด เพราะแค่ล้อรถก็หนักเอาเรื่องแล้ว สุดท้ายกัสกับน้อยหนาก็ต้องโดนลากมาร่วมชะตากรรมด้วยทุกครั้ง
โดยเฉพาะกัส…
ที่มักจะโดนเรียกไปใช้แรงงานตลอด
“มึงก็รู้ว่ากูทำเองได้… แต่ต้องมีแรงผู้ชายช่วยอะ” มายูพูดหน้าตาย ก่อนจะหันไปมองกัสตั้งแต่หัวจรดเท้า
“มึงนั่นแหละ เหมาะสุดละ”
“อีดอก! กูอีกแล้ว แล้วทำไมเหตุการณ์แบบนี้อีน้อยหนามันไม่เคยอยู่ ต้องเป็นกูตลอด!”
กัสบ่นออกมาเสียงดัง พลางเท้าสะเอวมองบนอย่างเอือม ๆ มายูเหลือบตามองนิดเดียว ก่อนจะตอบกลับแบบไม่ใส่อารมณ์
“มึงเลิกบ่นดิ… ไปเอาของท้ายรถมา”
“สั่งเก่งนะอีมายู” กัสพึมพำ แต่ก็ยอมเดินไปเปิดท้ายรถ
มายูลุกขึ้นยืน ปัดมือเบา ๆ แล้วเดินตามไปดู
“แม่แรงอยู่ข้างในสุดอะ”
“โห ของมึงนี่เหมือนโกดังย่อม ๆ เลยนะ” กัสก้มค้นของไปบ่นไป สุดท้ายก็หยิบอุปกรณ์ขึ้นมาได้ครบ
“ได้ละ ๆ จะให้กูทำอะไรต่อ”
มายูยิ้มมุมปากเล็กน้อย
“ก็ยืนเป็นแรงงานดี ๆ ไปนั่นแหละ”
“อีเวร”
แต่ยังไม่ทันที่มายูจะได้เริ่มลงมือทำอะไร เสียงปลดล็อกรถจากคันข้าง ๆ ก็ดังขึ้น
“ปี๊บ”
ทั้งมายูและกัสชะงักเล็กน้อย มายูหันไปมองตามเสียงโดยอัตโนมัติ สายตาจับจ้องไปที่รถคันที่จอดติดกับของเธอ
ก่อนที่มายูจะได้ลงมือทำอะไรจริงจัง ก็มีร่างสูงของใครบางคนเดินเข้ามาใกล้
“ให้ผมโทรเรียกช่างให้ไหมครับ” เสียงคุ้น ๆ ดังขึ้น
สิงหา เขายืนอยู่ข้างรถตัวเองไม่ไกลมาก มือถือกุญแจรถไว้เฉย ๆ สีหน้าก็ยังนิ่งเหมือนเดิม แต่สายตาเขาเหมือนจะมองสถานการณ์นี้มาสักพักแล้ว กวาดมองตั้งแต่ล้อรถที่แฟบ ไปจนถึงมายูที่ยังนั่งยอง ๆ อยู่ข้างรถ เหมือนรู้หมดว่าเกิดอะไรขึ้น
กัสหันไปมองเขาแวบนึง ก่อนจะหันกลับมามองมายู สีหน้าแบบ “เอายังไงต่อ”
ส่วนมายูยังคงมองเขานิ่ง ๆ อยู่แบบนั้น ก่อนจะพูดขึ้นมาเหมือนไม่ได้คิดอะไร
“ก็ดีนะคะ กัสมันจะได้ไม่เหนื่อยด้วย” เธอพูดพลางหันไปมองกัสทันที คนที่โดนพาดพิงถึงกับชะงัก ทำหน้างงก่อนจะชี้เข้าหาตัวเองเบา ๆ เหมือนยังตั้งตัวไม่ทัน
“ใช่ปะมึง” มายูย้ำอีกครั้ง
“อะ…อ่ออ เออ จริงค่ะคุณหมอ วันนี้ฝึกงานวันแรก กัสหมดแรงเลยค่ะ” กัสรีบตอบตามน้ำ ก่อนจะหัวเราะแห้ง ๆ กลบเกลื่อน สีหน้าดูฝืนแบบเห็นได้ชัด
มายูแอบยิ้มมุมปากนิดเดียว เหมือนรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าอีกฝ่ายต้องเล่นตามสิงหาพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาช่าง
เขายืนคุยอยู่กับปลายสายเกือบหนึ่งนาที สีหน้ายังคงนิ่งเหมือนเดิม พอวางสาย เขาก็หันมาบอกพวกเธอ
“ตอนนี้ช่างยังไม่ว่างครับ แต่เขาบอกให้จอดรถทิ้งไว้ก่อน เดี๋ยวดึก ๆ จะเข้ามาดู เอากุญแจไปฝากไว้ที่แผนกต้อนรับก็ได้ครับ”
“อ่าาา…” มายูพยักหน้ารับเบา ๆ แต่ในใจก็แอบพึมพำ ‘ถ้ากูทำเองเสร็จไปนานละ’
กัสหันไปมองหน้ามายูแวบหนึ่ง ก่อนจะเหมือนคิดอะไรได้
“ถ้างั้นเดี๋ยวกู…เอากุญแจไปฝากพี่แผนกต้อนรับด้านหน้าดีกว่า” พูดจบก็เดินเข้ามาดึงกุญแจจากมือมายูทันที แล้วรีบเดินออกไปอย่างไว
ทิ้งให้มายูกับสิงหายืนอยู่ตรงนั้น…แค่สองคน
“แล้วจะกลับกันยังไงครับ ให้ผมไปส่งไหม” สิงหาพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพเหมือนเดิม
มายูเลิกคิ้วนิดหนึ่ง ก่อนจะมองเขาเหมือนกำลังชั่งใจ
“จะดีเหรอคะ…” เธอพูดช้า ๆ เหมือนลองเชิงมากกว่าจะปฏิเสธจริงจัง
สิงหามองเธอนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ
“ถ้าคิดว่าไม่เหมาะ งั้นผมกดเรียกรถให้ก็ได้ครับ” คำตอบเรียบ ๆ ของเขาทำให้มายูชะงักไปนิดหนึ่ง
“มะ…ไม่ใช่ค่ะ” เธอรีบพูดขึ้นทันที “คือ…มายูเกรงใจน่ะค่ะ” น้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อย แต่สายตายังมีความกวนซ่อนอยู่เหมือนเดิม
สิงหามองเธออีกครั้ง เหมือนกำลังอ่านออกว่าเธอ “เกรงใจจริง” หรือแค่แกล้งเล่น