“อ้าปากสิครับ” เธอมองส้อมที่ยื่นมาให้ ใจเต้นแปลกๆ อย่างหาสาเหตุไม่ได้ “ฉันกินเองได้ค่ะ” “ผมรู้ว่าคุณกินเองได้ แต่ผมอยากป้อนนี่” เขาบอกด้วยน้ำเสียงอ้อนๆ เช่นเดียวกับแววตาเว้าวอนที่ทำให้เธอใจอ่อนจนได้ ท้ายที่สุดลัลน์ลลิตก็ยอมอ้าปากรับแตงโมคำเล็กๆ นั้น แก้มร้อนวูบอย่างไม่อาจห้าม เมื่อมองเห็นรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากของเขา มันไม่ใช่รอยยิ้มเยาะ ไม่ใช่รอยยิ้มเจ้าชู้ แต่มันคือรอยยิ้มของผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังมีความสุขกับการทำเรื่องเล็กน้อยเพื่อผู้หญิงตรงหน้าเท่านั้นเอง “คุณแม่ขา” เสียงเล็กๆ ของมะลิดังขึ้นขัดจังหวะ “หนูขอกินแตงโมด้วยได้มั้ยคะ” “ได้สิคะ” ลัลน์ลลิตรีบใช้โอกาสนั้นหลบสายตาจากคนตัวโต ตักแตงโมกับแคนตาลูปวางใส่จานเล็กให้มะลิอย่างตั้งใจ เมฆินทร์แอบหัวเราะอยู่ในใจ เขาไม่ได้เร่งรัดอะไรไปมากกว่านั้น เพียงปล่อยให้บรรยากาศค่อยๆ ซึมเข้าไปในหัวใจของทุกคนอย่างนุ่มนวล สำหรับอาหารมื้อแรกในบ้าน

